Miss Miss Miss  สุดท้ายแล้วระหว่างเราก็จะกลายเป็นเรื่องราว
.
มันจะน่าใจหายไหมนะถ้าวันหนึ่งห้องครัวดูเงียบไป ไม่มีเสียงกระทะกระทบตะหวิว ไม่มีกลิ่นหอมๆของแกงจืดถ้วยโปรด ไม่มีฟองน้ำยาล้างจานที่เลอะมือทั้งสี่ข้าง ไม่มีเปลวไฟที่แรงหรืออ่อน ไม่มีรอยยิ้มของคนที่ยืนอยู่หน้าเตา ไม่มีเสียงบ่นพรึมพร่ำของคนที่ยืนหน้าซิ้ง 

ในวันที่เสียงหัวเราะจางหายไปกับใครสักคนหนึ่ง มันยิ่งกว่าใจหาย
เพราะในวินาทีนั้นหัวใจของผมกำลังถูกจองจำด้วยความเศร้าทั้งมวล

.
ที่นอนหกฟุตมันกว้างไปสำหรับคนๆเดียว หมอนข้างทดแทนตัวคุณไม่ได้ หมอนหนุนสี่ใบดูระเกะระกะไปหมด แสงโคมไฟสีส้มอ่อนที่เคยให้ความรู้สึกโรแมนติกถูกแทนที่ด้วยความเหงาจนหมดสิ้น หนังสือนิยายมากมายที่คุณอ่านให้ผมฟังวันนี้มันเก็บตัวอยู่ในชั้นอย่างนิ่งเฉย 

ถ้าผมอ่อนแอกว่านี้สักหน่อย ผมคงร้องไห้โฮ 
แต่ไม่หรอก ผมเข้มแข็งเกินกว่าที่จะขี้แย
ใช่-ผมโกหกทุกคนว่าผมไม่เป็นไร

.
แปรงสีฟันสีชมพูอ่อนยังเคียงคู่กับสีเขียวพลาสเทลของผม เพียงแต่หน้ากระจกไม่มีภาพสะท้อนของคุณแล้วก็เท่านั้น ผมยืนเพ่งมองตัวเองอยู่เนิ่นนาน ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีน้ำตา มีเพียงแต่สายตาที่ถวิลหาอะไรสักอย่างที่ขาดหาย ผมจ้องเข้าไปในแววตาคู่นั้น กลับพบว่าคุณยังเป็นภาพสะท้อนชัดเจนในหัวใจ ผมพึ่งรู้ตัวว่ารักคุณมากแค่ไหน ก็ตอนที่ผมไม่อาจทำใจทิ้งลิปสติกแท่งนั้นของคุณ ทั้งที่มันเหลือแต่ปลอกที่ว่างเปล่า 

.
ทิชชู่แทบจะไม่ลดลงเลย ใช่-เพราะมันหมดหน้าที่ที่จะซับน้ำตาของคุณในทุกๆครั้งที่คุณจดจ่ออยู่หน้าทีวีกับซีรีย์เรื่องโปรด ผมนั่งเดียวดายในห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า โซฟานั่งสบายตัวขึ้นเยอะแต่ผมรู้สึกว่าหัวใจกำลังร้าวราน หนังตลกหลายเรื่องไม่ได้ช่วยปัดเป่าความเหน็บหนาวในใจผม ผมเปิด Snow Queen เรื่องโปรดของคุณขึ้นมาดู ทำให้พอรู้แล้วว่าทำไมคุณถึงร้องไห้ เพราะมันทำให้หัวใจคุณอบอุ่น ยินดี เศร้า และรู้สึกสูญเสียสินะ 

ช่างน่าเดียดฉันท์ที่ผมหัวเราะน้ำตาของคุณวันนั้น
ถ้าผมใช้เวลาหน้าทีวีกับคุณสักหน่อย ผมคงเข้าใจน้ำตาของคุณได้เร็วกว่านี้ 

ผมช่างโง่เขลาที่เอาแต่ละเลยความรู้สึกของคุณ แต่สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่านั้น คือการที่ผมร้องเรียกหาอะไรเดิมๆที่เคยเกิดขึ้นในวันที่ผมไม่สามารถย้อนเวลากลับไปใส่ใจคุณได้ 

ผมเสียใจ...แต่มันคงเทียบไม่ได้กับความเสียใจของคุณใช่หรือเปล่า..?
ผมขอโทษ...ผมพูด ในวันที่ทุกอย่างล่วงเลย 

.
"หยิบผ้าขนหนูให้หน่อยสิ"  ร่างเปียกปอนพรั่งพร้องประโยคเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือไม่มีเสียงบ่นตามหลังว่าทำไมไม่เตรียมตัว ไม่มีแม้กระทั้งมือเรียวๆที่ผมดึงเข้ามาในห้องน้ำ ผมนึกสีหน้าตัวเองตอนนี้ไม่ออก แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่คุณเห็นสีหน้าเช่นนี้ของผม คุณคงโอบกอดผมอย่างไม่รีรอ 

ทำไมผมถึงคิดถึงคุณในตอนที่คุณไม่อยู่แล้ว ? ผมถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"เพราะมึงไม่เคยรู้ซึ้งถึงคุณค่าในตอนที่เขายังอยู่กับมึงไง"
เสียงสะท้อนดังก้องกังวาลในหัวใจ...

.
"โอเคไหมมึง" 
เจ้าเพื่อนซี้ถาม ผมยิ้มและตอบว่าโอเค 

มันตบบ่าผมเบาๆแล้วบอกว่า สู้ๆเว้ย!
ประโยคสั้นๆทำผมถึงกับน้ำตาคลอ ไม่มีประโยคด่าทอ ไม่มีประโยคสวยหรู ไม่มีคำพูดว่าควรมีชีวิตอย่างไร ไม่มีคำพูดให้ตัดใจ ไม่มีคำพูดว่าให้เข้มแข็ง หลังจากประโยคสั้นๆประโยคนั้น มันนิ่งเงียบ ทว่าสายตาดูเป็นกังวลใจนัก        

ผมหวนนึกถึงครั้งที่มันอกหักบ่อยๆ มันเคยยิ้มและบอก 
"ความรักเป็นเรื่องเร้นลับน่าค้นหา เช่นเดียวกับกับความเศร้าเสียใจที่เป็นเรื่องลี้ลับน่าหาความหมาย"

ผมจำประโยคมากมายที่มันเล่าให้ฟังได้

"วันที่ใครคนหนึ่งเสียใจ มันยิ่งกว่าโลกทั้งใบเขาดับสูญ และการที่ใครสักคนเดินเข้ามาเพื่อบอกว่า 'อย่าไปใส่ใจ' 'อย่าไปคิดถึง' 'ช่างแม่มสิ' 'ดราม่าไปก็เท่านั้น' 'เฮ้ยเข้มแข็งดิวะ' มันไม่เวิร์กหรอก เพราะขณะที่คนเรากำลังเสียใจน่ะ ความรู้สึกเขากำลังสูญเสีย...

...เราบอกให้คนที่กำลังรู้สึกเจ็บปวด ไม่ต้องเจ็บปวดไม่ได้หรอกนะ"


เพราะอย่างนั้นมั้งที่คำว่า "สู้ๆเว้ย" ของมันถึงสัมผัสหัวใจผมได้ขนาดนั้น  

"กูควรทำไงดีวะ" ผมถามมันออกไป
"มึงโอเคไหม" มันถามกลับ
"กูโอเค"

"กูคงกล้าพูดกับมึงมากกว่านี้ ถ้าคุณมึงจะแสดงความเสียใจออกมาบ้าง"  สีหน้ามันจริงจัง 

ผมก้มหน้าต่ำพร้อมคำสารภาพ 
"กูกลัวน่ะ กลัวที่จะพูดออกไป กลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วคนอื่นจะมองว่า กูช่างอ่อนแอเหลือเกิน"

มันตบบ่าผมอีกรอบ มันยิ้มและร่ายเวทมนต์ "ถ้ามึงไม่ยอมรับว่าตัวเองไม่โอเค ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่ใครจะช่วยมึงได้ มึงจะแอบซ่อนความรู้สึกตัวเองต่อหน้าใครๆก็ได้ แต่มึงหลบซ่อนความรวดร้าวในใจที่แผดเสียงดังสะนั่นอยู่ในหัวใจมึงไม่ได้หรอกนะ คนเรามันเจ็บปวดกันได้ทั้งนั้น แต่การที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วยไข้ทางจิตใจ มันเป็นเรื่องที่รักษายากที่สุด... 

...นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า...ทำไมคนมากมายถึงยังไม่หลุดพ้นจากนิยายรักแสนรันทดเรื่องเก่าที่มันจบลงไปนานแสนนานแล้วเสียที เพราะพวกเขาไม่ยอมรับความจริงที่ว่ามันได้จบสิ้นลงไปแล้วน่ะสิ..."

"ถ้ายอมรับความจริง กูก็ต้องดูเป็นคนอ่อนแอ มึงจะให้กูขี้เแพ้อย่างนั้นหรือ..."

"เฮ้อ ความรักอ่ะนร้า มันไม่แพ้อะไรหรอก เพราะถ้ามันเป็นรักจริงๆอ่ะ มึงก็ไม่ต้องเอาชนะอะไรทั้งนั้น อีกอย่างนะ มึงไม่อยากดูเป็นคนอ่อนแองั้นหรือ แล้วตอนนี้มึงคิดว่ามึงเข้มแข็งหรือเปล่าล่ะ เอาจริงๆนะ ข้างในของมึงอ่ะมันแตกสลายจะตายห่าอยู่แล้วไม่ใช่ไง แล้วกูบอกความจริงไว้อย่างเลยนะ ว่าคนที่กล้ายอมรับว่าตัวเองอ่อนแอน่ะ นั่นคือคนที่เข้มแข็งที่สุด...

...เข้มแข็งที่จะยอมรับว่าตัวเองแมร่งก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง รักได้ เจ็บได้ ยิ้มได้ หัวเราะได้ หรือแม้กระทั่งร้องไห้เป็น...   

...พูดสิว่ามึงไม่โอเค พูดออกมาดิว่ามึงรู้สึกอย่างไงกับตัวเอง พูดออกมาดิว่ามึงรู้สึกอย่างไงต่อโลกใบนี้ ถ้ามึงไม่พูด...ใครเล่าจะไปรู้ ใครเล่าจะยื่นมือมาช่วยเหลือมึงได้ ...มึงก็รู้ว่าการที่ไม่พูด แมร่งทำคนเราจากกันมานักต่อหนักแล้ว...อยากเข้มแข็งไม่ใช่เหรอไง กล้ายอมรับไหมล่ะว่าตัวมึงเองอ่อนแอ.."

"เออ..."

"อะไรนะ" มันขึ้นเสียงสูง

"กูอ่อนแอเหลือเกิน ช่วยกูด้วย" ผมก้มหน้าต่ำ

"ไม่มีใครช่วยมึงได้หรอก"

"อ้าววว" 

"มึงเท่านั้นที่จะช่วยตัวเองได้"

"ยังไง" ผมจ้องหน้ามัน

"ฟังเสียงเสียงหัวใจตัวเองซะนะ ฟังว่ามันกำลังรู้สึกอย่างไร ถ้ามันกำลังเจ็บปวด มึงก็แสดงออกมาว่าเจ็บปวด ถ้ามันอยากร้องไห้ มึงก็จงหลั่งน้ำตา ระบายสิ่งที่ใจรู้สึกออกมา ยิ่งมึงปิดกั้นมันก็ยิ่งจะทะลักและกัดกินตัวมึงเอง มึงจะหดหู่ ทึมเทา มึงจะรู้สึกว่าตัวเองแม่มไร้ค่า...

...แม้มึงจะแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่ใจมึงร่ำร้อง มันก็ยังจะฝังอยู่ในอกของมึง หยั่งรากลึกจนสุดขั้วหัวใจ มันจะคอยกระซิบบอกว่ามันไม่ไหว มันจะแสดงตัวในเวลาที่มึงเผลอเปิดประตูแห่งความคิดถึง มันจะทักทายเวลาที่มึงกลับไปยังสถานที่เก่าๆ แม้ว่ามึงไม่อยากจะชำเลืองมันเลยก็ตาม...

...และแม้ว่ามึงจะหาเหตุผลมากมายมารองรับการกระทำที่มึงแอบซ่อนเพื่อปลอบประโลมหัวใจตัวเองว่ามึงสามารถอยู่อย่างปลอดภัยทางความรู้สึก แต่ลึกๆในใจมึงก็ยังเหน็บหนาวอยู่ตลอดเวลา....

...ให้หัวใจมึงได้ระบายความหนาวเหน็บเสียบ้าง โอบกอดมันด้วยเงื้อมือของมึงนั่นแหละ อ้อมกอดมันทำให้มึงอบอุ่นใช่ไหม หัวใจก็ไม่ต่างกันหรอก เพียงแต่ต้องสอมกอดมันอย่างซื่อสัตย์ กอดมันด้วยความเศร้าทั้งหมดที่มี แล้วเวลาที่น้ำตาสุดท้ายมาถึงมึงจะรับรู้ถึงความอุ่น มึงจะรู้ว่าการปล่อยให้มันได้ระบายนั่นคือความรักที่มึงจะสามารถมอบให้มันได้...และถ้ากลัวว่าใครจะเห็นน้ำตา ก็เปิดฝักบัวให้แรงๆ สะอึกสะอื้นให้เต็มที่...

...แต่มึงอย่าพึ่งเชื่อกู ลองทำดูซะก่อน 
กูก็แค่คนที่เคยอาบน้ำตาร้อนๆมาก่อน ซึ่งก็มีชีวิตรอดกลับมาเพื่อบอกมึงว่าวิธีนี้แม่งเวิร์ก ฮ่าๆๆ"


"ว่าแต่ตอนนี้ มึงรู้สึกอย่างไรบ้าง ?" มันทิ้งท้าย


.
"หายไปนานเลยนะคะ หลายปีเลยทีเดียว เอ๊ะแปลก รอบนี้มาคนเดียว ไม่พาสาวผมสั้นมาด้วยเหรอ" สาวเสริฟร้องทักผมขึ้นอย่างคุ้นชิน 

ผมยิ้มรับ ก่อนบอกเธอว่าเอาเหมือนเดิม  


อึดใจใหญ่ๆ เสียงใสๆก็ทักผมขึ้น.. 

"ว่ากันว่า...สำหรับบางคนเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ก็เป็นเพื่อนที่เข้าใจเขามากที่สุด คุณว่าจริงหรือเปล่า" สาวผมสั้น นั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามผม 

"ไม่เจอกันนานดูคุณเปลี่ยนไปเยอะนะ" เธอทัก 
"คุณก็สวยขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย" ผมเงยหน้าบอก พร้อมกับส่งกระดาษใบจ้อยให้สาวเสริฟ 

"ยิ้มอะไรของคุณ" เธอท้วง
อีกสักพัก เสียงกีตาร์โปร่งก็ดังขึ้น..

"Wise men say only fools rush in..." 
ผมฮัม อมยิ้ม ก่อนเลิกคิ้วให้สาวในชุดเดรสสีเขียวมิ้นท์
 
เธอระบายยิ้มกลับ พลางสวมรับท่อนต่อไป
"But i can't help falling in love with you..."

"เพลงโปรดของฉันเลยนะ" เธอพูด

"ผมรู้ และผม ก็ชอบมากเหมือนกัน" ผมจ้องเข้าไปในตาเธอ...

หากเธอกลับหลบสายตา...

"เป็นไงเหนื่อยมากไหมที่ผ่านมา" เธอถาม พลางมองน้ำสีคล้ายๆเก็กฮวยในมือผม 

"ถ้าผมบอกว่า การใช้เวลากับคุณตอนนี้ มันทำให้ผมลืมเลือนความเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมา คุณจะหาว่า ผมโอเวอร์หรือเปล่า" ผมยิ้มอย่างมีเล่สนัย เธอทำหน้าฉงน

"จะอย่างไร มันก็คือความจริงจากใจผมแหละ ผมไม่ขอให้คุณเชื่อหรอก ผมแค่บอกในสิ่งที่ผมรู้สึก"

"ดูเหมือนก่อนที่ฉันจะมาถึง...คุณจะดื่มด่ำจนสุนทรียะในใจจนเอ่อล้นไปหมดแล้วนะเนี้ย"

"มันคงคล้ายกับช่วงเวลาที่เรานั่งมองพระอาทิตย์อัสดงที่ทะเล หรือบนยอดดอยตอนอาทิตย์เคลื่อนผ่านม่านหมอกนั้นแหละ ช่วงเวลาเหล่านั้น การเดินทางเหล่านั้น มันสวยงามจนเราลืมเลือนเวลาไปเสียสนิท"

"แล้วหลังจากนั้นคุณคิดถึงใครคะ?"

สิ้นคำถามของเธอ คล้ายทุกอย่างรอบตัวผมเงียบสนิท เงียบจนผมได้ยินเสียหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นระรัว ผมแอบมองหน้าเธอด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ก่อนประโยคหนึ่งในใจจะฟ้องผมทางความคิด

'ไม่มีสักครั้งที่....ความคิดถึงของผม จะหมายถึงคนอื่น'

"เป็นไรเศร้าเชียว" เธอทัก "แหมคำถามจี้ใจดำให้เหรอ"

"ผมแค่กำลังนึกถึงว่าตอนนั้น ผมกำลังคิดถึงใครน่ะ"

"เขาคงสำคัญมากกับคุณสินะ"

"เรียกได้ว่า เธอคือชิ้นส่วนของหัวใจที่ผมเผลอทำแตกสลายไป"

"งี้แหละน้าาา ที่เขาว่ากันว่า คนเรากว่าจะรู้ค่าอะไรก็ต้องเสียมันไปก่อน"

"ไม่หรอก ผมรู้ว่าอะไรมีค่า แต่ไม่เคยคิดว่า จะเสียมันไปก็เท่านั้น"

"คุณเลยทำตัวเต่าถุน เหลวแหก ไม่สนใจใยดี ปล่อยปะละเลย" เธอเลิกคิ้วสูง

ผมก้มหน้า ก่อนเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ "อืออ...ผมขอโทษนะ"


"ช่างมันเถอะ...พื้นที่ในหัวใจ ฉันให้อภัยคุณหมดแล้ว"

เสียงโทรศัพท์ดัง เธอลุกขึ้น กระชับกระเป๋าสะพาย


ขณะที่เธอจะก้าวเท้าออกไป เธอยื่นการ์ดสีชมพูพิ้งกี้มาให้ผม 
 
"งานแต่งฉัน ถ้าคุณจะไม่ไป ฉันก็เข้าใจได้...ฉันแค่อยากให้คุณรู้ไว้ว่า...ฉันมีชีวิตของฉันแล้ว คุณไม่ต้องตามหา หรือคาดหวังว่าฉันจะกลับมา หมดทั้งหัวใจฉันเคยรักคุณไปแล้ว และมันคือของจริง ถ้าไม่ใช่ของจริงฉันคงไม่ร้องไห้มากมายขนาดนั้นตอนจากมา..."

เธอเว้นวรรค 

"ดื่มให้มันน้อยๆหน่อยล่ะ เมาหลับที่นี่ ฉันมาหามคุณกลับแบบเดิมๆไม่ได้แล้วนะ..."
สิ้นเสียงประโยค ก่อนที่ผมจะพูดอะไร เธอก็ไม่อยู่รับฟังเสียแล้ว



"Wise men say only fools rush in..." ในมุมมืดไต้ต้นไม่ใหญ่ผมฮัมตามเพลงที่เปิดในงาน  

งานวิวาสุดแสนโรแมนติกตามฉบับกลิ่นอายของ ซีรีย์ Snow Queen ทำเธอยิ้มอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน และดูเป็นรอยยิ้มที่ผมไม่สามารถทำให้เธอได้

ผมแอบไปเขียนอะไรสักอย่าง ในสมุดอวยพร ในตอนที่บ่าวสาวกำลังตัดเค้ก

ผมยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มที่ยินดีที่สุด 
แต่ก็ยอมรับว่ามันมีความเศร้าเจือปนอยู่ในนั้น
ผมยิ้มให้เธอ โดยที่เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผมปรากฏอยู่ตรงนี้    

 
ผมกลับถึงบ้าน ถอดสูทสีดำออก เสื้อเชิ๊ตสีขาวถูกพับแขนขึ้น
ผมมองเก้าอี้ที่อวดทรงอยู่ข้างๆ ทว่ากลับรู้สึกว่ามันช่างว่างเปล่า...

ผมเดินไปทิ้งตัวอยู่บนโซฟาตัวเดิม

และร่างผม 
ก็ค่อยๆสั่นเทา....  

ภาพงานวิวายังติดตาผม 
ผมเขียนในสมุดนั้น ว่า Miss Miss Miss 

ผมไม่ได้หมายความว่า ผมคิดถึงเธอสามครั้ง หรือคิดถึงเธอม๊ากๆ 

Miss Miss Miss 
ของผมคือ..

คิดถึง ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่พลาดไป...

 
 
SHARE
Writer
McPITCH
ธารดารา
มันอยู่ที่ว่าคุณอ่านเรื่องของผมแล้วนึกถึงใคร

Comments

GlubMar
3 years ago
น้ำตามาเฉยเลย
Reply
McPITCH
3 years ago
แกรนดราฟเคยบอก "ข้าจะไม่บอกว่าอย่าร้องไห้ เพราะน้ำตาไม่ใช่สิ่งเลวร้าย"
Rumpa
3 years ago
หูวว ชอบประโยคสุดท้าย
ชอบความหมายที่ซ่อนอยู่ใน miss miss miss ลึกซึ้ง
Reply
McPITCH
3 years ago
ขอบคุณครับ
Zelon
3 years ago
ToT รู้สึกไม่ต่างกันเลย

ยังไงคุณก็มีเพื่อนที่ดีอยู่ข้างๆนะ :)

ขอให้ยิ้มได้อย่างมีความสุขได้เร็วๆค่า
ปล.โดนมาก miss miss miss

Reply
McPITCH
3 years ago
สู้ๆนะครับ 
itsthapanee
3 years ago
missed.
I realized, it's too late.
Reply
McPITCH
3 years ago
....
Dezigne
3 years ago
กินใจเสมอ
Reply
McPITCH
3 years ago
ว้าววว