แด่คุณ ความบังเอิญของผม
ผมไม่เคยเชื่อในเรื่องของพรมลิขิตหรือแม้แต่โชคชะตาเลยแม้แต่น้อย
แม้แต่ความบังเอิญ...ก็ไม่ควรจะมีจริงด้วยซํ้า

แต่นั่นมันก่อนที่โลกจะเหวี่ยงให้ 'เรา' ได้กลับมาพบกัน 'อีกครั้งหนึ่ง'


เรื่องมันมีอยู่ว่า
ผมและเขา เรารู้จักกันอย่างง่ายๆผ่านสังคมเล็กๆที่เรียกว่าโรงเรียน
ประโยคเรียบง่ายเช่น "อ้าว! หวัดดี" ถูกดึงออกมาใช้บ่อยๆเมื่อเราเดินสวนกัน เพียงเพราะผมผู้เป็นฝ่ายเฝ้ามองอยากเริ่มเปิดบทสนทนาบ้าง แต่ก็โง่และขี้ขลาดเกินกว่าจะพูดอะไรไปมากกว่านั้น

เวลาผ่านไปหลายปีจะถึงวันสุดท้ายของการมีชีวิตในรั้วโรงเรียน ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนๆนั้น และแน่นอน...ผมรวบรวมความกล้าแทบที่สุดในชีวิต...และตัดสินใจที่จะเดินไปตรงนั้น ตรงหน้าของเขา มองเห็นใบหน้าของเขาชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร

คุณรู้ไหม ว่าตอนนั้นน่ะ ภาพด้านหลังมันเบลอไปหมดเพียงแค่คุณยิ้มให้ผมที่เดินตรงเข้าไปหา

ไม่เคยเข้าใจหรอกเวลาที่คนชอบพูดกันว่าใจมันเต้นราวกับจะหลุดออกมาจากอก แต่ตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นขึ้นมาเองจริงๆ

ให้ตายเถอะ นี่ผมกำลังเดินไปหาเขา ยืนหยุดอยู่ตรงหน้าเขา แล้วก็กำลังจะเปิดปากพูดกับเขาด้วย

"อ้าวพี่..." ผมทักขึ้นอย่าเก้ๆกังๆ มือไม้ที่เคยคิดว่าพอดีตัวกลับกลายเป็นเกะกะเก้งก้างเสียอย่างนั้น
"อ้าว กลับบ้านละหรอ"
"ใช่ๆ"
"เอ้อ ดีๆ"
"พี่..."
"ว่า?"
"..."
"..."

แม่งเป็นความเงียบที่กดดันชิบหาย

ก่อนที่ผมจะ...
"กลับบ้านดีๆครับ"

นั่นแหละครับ ความกล้าที่รวบรวมมาทั้งวัน จบลงที่ตรงนั้นนั่นแหละ

บอกแล้วว่าผมมันโง่และขี้ขลาด


แน่นอนว่าเวลายังเดินต่อเสมอ
ผมไม่ได้เจอเขาอีกเลย

4 ปี กับคนเดิมในความทรงจำที่จางลง แต่ไม่เคยหายไปไหน

"สถานีต่อไป กรุงธนบุรี..." เสียงโมโนโทนของหญิงสาวคนเดิมประกาศดังชัดเจนบนรถไฟฟ้าเหมือนกับทุกวัน ผู้คนเบียดเสียดแน่นขนัดจนแทบจะหายใจไม่ออก...โชคดีที่ระหว่างทางเริ่มมีคนที่ทยอยลงไปตามสถานีของตัวเองกันบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นผมคงกลายเป็นปลาหมึกบดที่ขายตามชายหาดเป็นแน่

หมับ!
จู่ๆแขนของผมก็ถูกจับไว้ด้วยมือของใครสักคนที่โผล่แทรกมา
ผมสะดุ้งโหยงจนตัวโยนเพราะจิตใจกำลังจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือในมือ


แต่ตกใจยังไงก็ต้องคีพลุคกันหน่อย คนเยอะจะตาย
ปากก็เกือบจะหลุดคำสบถ คุณนึกภาพออกไหม ยืนๆอยู่เงียบๆไถทวิตเตอร์เพลินๆคนเดียวแล้วมีคนมาคว้าแขนอ่ะ อารมณ์ตอนนั้นเกือบโยนโทรศัพท์ทิ้ง

"เรา!" ผมเงยหน้าไล่มองไปตามแขนปริศนาที่โผล่แทรกกลางมาระหว่างชาวออฟฟิตมากมายที่ยืนกันอยู่ตรงนั้น

ก่อนจะได้พบกับ

คุณ...
คุณความบังเอิญ

"อ้าว..!" ผมตกใจจนพูดไม่ออก

ใบหน้าจางๆที่จางลงแต่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำ...ใบหน้าของเขาคนนั้น...

มันชัดเจนขึ้น

"พี่..." แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรกัน ประตูรถไฟฟ้าดันเปิดออกอย่างพอดิบพอดี
"ไปก่อนนะ" เขาเอ่ย
"อะ..." ผมซึ่งยังชอคยืนอึ้งทำตาโตอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังของคนที่เดินไกลออกไป

เขาหันกลับมา โบกมือให้ผมพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง

'บ้ายบาย’


และนั่นแหละ ผมถึงได้รู้ชัดเจน ว่าต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหน ไม่เคยมีสักวันที่ลืมเขาได้เลย

คุณความบังเอิญของผม

SHARE
Writer
Crimsonher
สะสมฝัน
กระทั่งดวงดาวของผมแตกกระจายกลายเป็นเพียงฝุ่นซากจากการระเบิด เคว้งคว้างท่ามกลางอวกาศสีดำ twitter— @crimsonher https://ask.fm/crimsonher

Comments

5917sep
9 months ago
"คุณ ความ บัง เอิญ " น่าจังค่ะ 😊
Reply
UNSTOPABLE
9 months ago
ความบังเอิญมันไม่มีจริง จริงๆ
Reply
Elva
9 months ago
ความบังเอิญนั่นสินะคะ มันดูตลกจังคุณโชคดีนะคะที่คุณยังมีโอกาสได้คุยกับเขา แต่ความบังเอิญของเรา เราได้อต่แอบมองเขามาสี่ปี โดยที่เขาไม่รู้จักเราเลย แต่นั่นแหละค่ะ ถึงจะเป็นความบังเอิญแต่เราไม่เคยลืมเขาได้เลย :)
Reply
whitewhale
9 months ago
คุณความบังเอิญ ฮือออ
Reply
-DINSOMAI-
9 months ago
ชอบคำว่า "คุณความบังเอิญ" จังเลยค่ะ
Reply