เพื่อนหรือศัตรู
เพื่อน คำนี้ อืม...มนุษย์เราต้องมีเพื่อน
ใครไม่รู้กำหนด แต่ฉันก็ไม่คิดจะขวางโลกหรอก
ฉันยอมรับว่าตัวเองเป็นพวกขวางโลกในหลายๆเรื่องแต่เรื่องเพื่อนฉันก็ยอมคล้อยตามแบบขี้เกียจหาสาเหตุมารองรับว่าทำไม ทำไมต้องมี บลาๆ เพราะฉันเองก็รู้สึกว่าการมีเพื่อนมันทำให้รู้สึกดีกว่าการอยู่เพียงลำพัง

แต่ก็นะ บางคนก็ทำให้ฉันสงสัยว่า คนที่เราคิดว่าเขาเป็นเพื่อนเรา แล้วเค้าคิดว่าเราเป็นเพื่อนรึเปล่า หรือเค้าคิดว่าเราเป็นศัตรู คู่แข่งกันแน่ 

กฎของการเป็นเพื่อนสำหรับฉัน ก็ไม่มีอะไรนอกจากยอมรับเพื่อนในฐานะว่าเพื่อนเป็นคนทั่วๆไปที่มีทั้งข้อดีข้อเสีย ก็แค่พยายามเข้าใจทั้งมุมที่เราไม่ชอบ ถ้าเข้าใจแล้วคิดว่าน่าจะทำให้อยู่กันได้ง่ายมากขึ้น  แล้วก็ยินดีเมื่อเพื่อนได้ดี เข้าใจเมื่อเพื่อนพลาด ทำนองนี้

แต่เพื่อนที่ฉันเจอ เขาทำเหมือนฉันเป็นศัตรูเลย
แบบพยายาม"โฟกัส"จุดที่"เขาคิด"ว่าบกพร่องของฉัน พอเจอแล้วก็เขาก็รีบคว้ามันไว้แล้วกระหยิ่มยิ้มย่องเหยียดและเย้ยหยัน ประมาณว่า "หะหะ ฉันดีกว่ามัน" "หะหะ มันแย่" เหมือนคุณทำธุรกิจแล้วหลายๆอย่างดีกว่าคู่แข่งแล้วคุณก็พราวด์น่ะ เขาเป็นแบบนั้นเลย
**หะหะ คือรอยยิ้มแบบปีศาจ 
แล้วก็นอกจากความพยายามหาจุดตำหนิ พอฉันจะทำอะไรที่ดีๆ เขาดูเป็นกังวล ดูไม่สบายใจที่ฉันจะ"ดี" เหมือนเขากลัวว่า "ฉันจะได้ดีกว่าเขา" หรือ "ข้อตำหนิที่เขาตีตราฉันไว้จะต้องมลายหายไป"
แล้วบัลลังก์ในใจเขาที่เขาตั้งไว้ว่าเขานั่งเหนือกว่าฉันจะต้องสั่นคลอน สั่นๆๆ หรือกลัวว่าฉันจะมีข้อบกพร่องน้อยลงซึ่งมันอาจทำให้ฉันเท่าเทียมหรือเหนือกว่าเขาซึ่งเขาไม่ยอม "เขาจะต้องดีกว่าฉัน ต้องเด่นกว่า ไม่ยอมให้ใครมาเด่นเกิน" ดังนั้นเขาชอบให้ฉันจมอยู่ในกองข้อตำหนิต่างๆ อย่าโผล่พ้นขึ้นมาจากกองนั้นนะ
อืมมม...จะว่าไงดีล่ะ เขาคงคิดว่าฉันไม่รู้มั้ง เขาพยายามทำให้ทุกอย่างดูแนบเนียน แต่เขาคงไม่รู้ว่าของแบบนี้มัน"รู้สึก"ได้ต่อให้ฉันไม่อยากรับรู้ความจริงว่า เพื่อนคนนี้ที่แกให้ใจไปอะ เขาไม่ได้อินกับแก เขามองว่าเขากำลังเล่นเกมโชว์แล้วแกเป็นผู้เข้าแข่งขันที่เขาต้องแข่งด้วย 

ฉันไม่อยากรู้ความจริงหรอก ฉันไม่อยากเผชิญหน้าความจริงเพราะมันจะทำให้ศรัทธาในคำว่าเพื่อนของฉันยิ่งลดต่ำลงเรื่อยๆ แต่ในจุดจุดนึง "ฉันก็รู้สึกได้"อยู่ดี

ฉันก็ไม่รู้จะทำไงดี จะให้ฉันหนีหรอ
 อืม โลกความจริิงน่ะมีแบบนี้ซะคนเดียวที่ไหนล่ะ ถ้าหนีแล้วไปเจอเหมือนเดิมอีก ฉันก็ต้องหนีไปเรื่อยๆใช่ไหม
แล้วเมื่อไหร่จะได้พัก ได้หยุดจอดในที่ที่นึงบ้าง

จะให้ฉันอยู่ต่อ 
เฮ้อ คุณรู้ไหมว่า มันอึดอัดมากกับการต้องทำเหมือนว่าเราไม่รู้อะไรเลยว่าคนที่นั่งข้างๆเราตอนนี้ เกลียดเราแค่ไหน ทำเป็นไม่รู้ว่าเค้าหัวเราะเยาะเราลับหลัง นินทาเราลับหลัง ยินดีปริ่มเปรมกับส่วนที่"เขาคิด"ว่าไม่ดีของเราเสมอมา เพราะปกติฉันก็ไม่รู้ แล้วยิ้มให้เพื่อนคนนี้อย่างสดใสจริงใจ แต่พอได้รู้แล้ว จะให้ฉันฉีกยิ้มอย่างบริสุทธิ์ใจเหมือนเดิมนั้นช่างยากแสนเต็มประดา เหมือนว่าฉันทำได้แค่กระตุกยิ้มที่มุกปากทั้งสองข้างหนึ่งที เหมือนปากเป็นตะคริวเหน็บกินอย่างงั้นล่ะ กระตุกขึ้นมาหนึ่งที กระตุก กระตุก...
ฉันยังยอมร้บในความอดทน ความยอมเสแสร้งของเขาเลย เพราะฉันเสแสร้งไม่เป็น ฉันไม่สามารถแสดงสิ่งที่ตรงข้ามกับใจออกมาได้ตลอดเวลา ฉันอาจจะเสแสร้งได้บางครั้ง แต่ไม่ใช่ตลอดเวลาแบบที่เขาทำเวลาอยู่กับเพื่อนที่ต้องเจอแทบทุกวันอย่างฉัน...เขาเก่งจริงๆนะ(ไม่ได้ประชด) เขาทำได้ดีเลยทีเดียว เหมือนไม่มีความละอายใจใดๆหลงเหลืออยู่ในการกระทำแบบนี้แล้ว


อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณ"เวลา"ที่จะแยกทางเดินของฉันกับเขาออกในสักวัน ฉันคิดว่าฉันต้องอุดจมูกเหมือนเวลาเราเดินผ่านกองขยะน่ะ เรากลั้นหายใจแปปเดียว เดี๋ยวก็ได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว ฉันแค่กลั้นหายใจ เดี๋ยววันนึงฉันก็จะไม่ได้เจอกับเขาแล้ว

อย่างน้อย ฉันก็ได้เรียนรู้อะไรจากเขาหลายๆอย่าง เช่น สกิลการเสแสร้งอย่างแนบเนียน สกิลต่อหน้าแสนดี ลับหลังเป็นอีกเรื่อง สกิลถามคำถามเพื่อล้วงข้อมูลเอาไปขยี้ๆ สกิลโกหกหน้าตายอย่างไม่ระอา เป็นต้น
แต่ฉันคงไม่ใช้สกิลพวกนี้หรอก แค่ได้"รู้"เอาไว้ว่าโลกนี้มันไม่ได้ง่ายแบบในการ์ตูนนะที่กระต่ายจะเท่ากับกระต่าย ชีวิตจริงมัน กระต่ายเท่ากับสิงโตเสือโคร่ง อู้ว อะไรทำนองนั้นล่ะ

ถ้าถามว่า ศรัทธาต่อคำว่าเพื่อนของฉันเหลือเท่าไหร่แล้ว....ฉันขอบอกแค่ว่า ฉันไปดูอนิเมะ อ่านนิยาย ดูหนังคงจะทำให้ฉันสัมผัสและเข้าถึงคำว่าเพื่อนได้มากกว่าจะพยายามขวนขวายจากชีวิตจริง
หรือบางทีฉันจะผิดเองที่เอานิยามคำว่าเพื่อนจากสื่อเหล่านั้นมาใช้กับโลกความจริงอันแสนเรียลลิตี้แห่งนี้กันนะ....








 



SHARE

Comments