สร้างตัวตนให้เป็น ทำเพจให้ปัง สไตล์คนดังที่คุณก็รู้ว่าใคร
1
สมัยนี้ การทำเพจมันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่เรามี Account เป็นของตัวเอง เราก็สามารถกด 'สร้าง' เว็บเพจของตัวเองได้แล้วในไม่กี่วินาที
.
แต่สิ่งที่ยากกว่านั้น คือสุดท้าย เราไม่รู้ว่าจะมีเพจซักกี่เพจ ที่จะอยู่รอดภายในวังวนของยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร จนหลายครั้งเราก็พบว่า 'เนื้อความ' ที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นมีความคล้ายคลึงกันเป็นจำนวนมาก และยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งเราก็พบว่าเพียงแค่การ 'Copy and Paste' กับการแก้ไขคำพูดอะไรนิดๆ หน่อยๆ มันก็สามารถสร้างยอดไลค์ได้แล้วหากมีการประชาสัมพันธ์ที่เจ๋งพอ
.
แล้วอะไรล่ะที่เป็น 'เคล็ดลับ' ของผู้ที่อยู่รอดเหล่านั้น...

2
เมื่อไม่นานมานี้ แรงบันดาลใจของผมที่แทบจะมอดดับมันเริ่มสุมไฟขึ้นมาอีกครั้ง
มันค่อยๆ ลุกโชนขึ้นหลังจากที่ได้ฟังความคิดของผู้ที่มีพลังบวกมหาศาลคนหนึ่ง
.
ถ้ามองดูเผินๆ เธอก็เป็นเพียงแค่ผู้หญิงวัยสามสิบต้นๆ คนหนึ่งที่ไม่ได้แตกต่างไปจากวัยรุ่นสาวสมัยนี้ซักเท่าไหร่ แต่ถ้าลองได้เห็นเธอเปิดปากพูดอะไรขึ้นมา ผมรู้สึกได้ว่า ผมกำลังนั่งฟังเสียงจากใจจริงของผู้หญิงที่มีความสุขมากที่สุดในโลกอยู่
.
หลังจากเธอเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะสารศาสาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาษาสเปนเรียบร้อยแล้ว เธอก็ตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ประเทศสเปน เพื่อเรียนต่อปริญญาโทด้านวรรณกรรมสเปน
.
และหลังจากเรียนจบ เธอก็ได้ใช้เวลาไปกับการทำงานในสไตล์ที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะเป็นงานได้มาก่อน และเธอสารภาพว่าเธอทำงานแบบไม่เคยหยุดพักเลยตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานี้
 
3
เธอบอกว่างานของเธอคือ 'นักเดินทาง' คือเดินทางแล้วก็ได้ตัง (จังหวะนี้เธอหัวเราะหนักมาก)
วิธีการทำก็คือ ต้องมีพื้นที่ในการโปรโมทงาน จำพวกเพจ เว็บไซต์ ยูทูป หลังจากนั้นก็รับงานมาและหาสปอนเซอร์
.
คำชิคๆ ที่เราใช้เรียกงานแบบนี้ในยุคเราก็คือ 'ฟรีแลนซ์' ซึ่งเป็นอาชีพที่ใครหลายคนอยากทำเพราะเราจะได้เป็น 'นาย' ของตัวเอง
 
4
เธอบ่นให้ฟังว่า "มีใครหลายคนที่คิดว่าเป็น Blogger มันไม่มีอะไร แค่ไปเที่ยวแล้วก็ถ่ายรูป แล้วก็กลับมาลงเพจ" แค่นั้นจบ แต่ความจริงแล้ว...
(เธอบอกให้ผู้ฟังนั้นดูใต้ตาของเธอเองว่ามีความดำของแพนด้าแค่ไหน)
.
แต่เธอก็ไม่มีวี่แววของคำว่ายอมแพ้แต่อย่างใด หนำซ้ำ ความคิดของเธอที่จะลาออกจากการทำงานแบบนี้ ผมบอกได้เลยว่ามันเป็นศูนย์
เธอบอกว่าเพราะมันเป็นสิ่งที่เธอชอบ เธอจึงอยากหาอะไรทำต่อไปเรื่อยๆ 
แม้ว่าจะไม่มีใครมาให้งานอะไรเธอ เธอก็จะคิดโปรเจคขึ้นมาทำด้วยตัวเองตลอดมา

5
สิ่งที่ทำให้เธอมีวันนี้ได้ เธอยืนยันว่ามันไม่ใช่แค่การเดินทางแล้วก็จบไป คือเราต้องรู้ก่อนว่าเราอยากเดินทางจริงๆ เราชอบการเดินทางจริงๆ และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าอยากทำให้มันเป็นงาน มันมีอะไรที่ลึกกว่านั้น
.
คำพูดต่อจากนี้ ทำให้ผมเริ่มรู้สึกหลงรักในความคิดของเธออย่างหัวปักหัวปำ

6
"เราต้องหาตัวตนของเราก่อน ต้องหาจุดแข็งของเรา ซึ่งจริงๆ มันอาจจะเป็นจุดอ่อนของเราก็ได้ อยากเช่นพี่เนี่ย จุดอ่อนของพี่ที่คนมองก็คือ ‘ผู้หญิง’ เพราะฉะนั้น…ผู้หญิงเดินทางคนเดียวได้หรอ ?"
.
"มันเป็นคำถามที่อยู่ในหัวทุกคนเนาะ เพราะฉะนั้นมันคือจุดอ่อนของพี่ พี่ก็เลยใช้ตรงนี้มาเป็นจุดแข็ง ก็คือผู้หญิงที่เดินทางรอบโลกคนเดียว แล้วพอเรายึดแนวทางตรงนี้ไว้แล้ว เราก็ต้องดูว่าผู้หญิงที่เดินทางรอบโลกคนเดียวเดินทางแบบไหน อันนี้คือวิธีการวางตัวตนเลยนะ โอเค เดินทางแบ็คแพ็ค เดินทางแบบธรรมชาติ" 
.
"แล้วเราจะพรีเซนต์ออกมายังไง การเขียน วิดีโอ มีอะไรอีกอะ ไลฟ์ (ถ่ายทอดสด) อะไรเหล่าเนี่ย เราก็ต้องคิดว่าเรามีความสามารถด้านไหนในการจะพรีเซนต์จุดเหล่านี้ออกมา เราก็ทำ หลังจากทำ เราก็ต้องรออย่างอดทน จนกว่าที่จะมีคนเห็น"
.
"เพราะมันไม่มีทางหรอกที่ทำสองเดือนแล้วเราตั้งใจว่า โอ้โห มันจะมียอดไลค์กว่าหมื่นล้านคน มันจะถูกใจทุกคนมันไม่มี อย่างเพจพี่ พี่ทำมา 5 ปี ก็ถึงจะมาถึงจุดนี้เนาะ"
.
"อย่างน้องๆ เนี่ย บางคนอาจจะบอกว่า ผมไม่มีตังอะพี่ ทำไงอะ ?" 
เธอตั้งคำถามพร้อมกับบอกคำตอบด้วยเสียงสองที่ดูเหมือนจะอยู่ในใจของเธอมาอยู่แล้ว 
"ก็ดึงมาเป็นจุดแข็งสิลูก..."
"อาจจะเป็นเดินทางจนถังแตก หรืออะไรอย่างเนี่ย พี่ก็ไม่รู้ เราก็ต้องคิดไงว่าอะไรคือกิมมิกของเรา เพราะฉะนั้นก็แปลว่า เราจะนอนวัดตลอด เราจะนอนเต้นท์ตลอด มันต้องมีคอนเซปถูกมั้ย แล้วเราก็วางคอนเซปขึ้นมา"
.
"เสร็จปุ๊ป แล้วเราก็เริ่มต้นว่าเราจะถ่ายยังไง หรือหลายคนอาจจะบอกว่า เอ๊ะ เวลาถ่ายอุปกรณ์กล้องมันก็แพงรึเปล่า หลังๆ มานี้พี่ใช้มือถือ พี่เคยผ่านความเป็น DSLR มาก่อน ต้องฟูลเฟรม ต้องนู้นต้องนี่ หลังๆ รูปที่ลงในเพจเป็นมือถือเกือบทั้งหมด น้อง มันอยู่ที่การแบบ แคปเจอร์กับโมเมนต์ แล้วก็การเล่าเรื่อง เท่านั้นเองเนาะ คือมันไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้เงินเยอะ มันอยู่ที่การวางตัวตนของเรา"
.
"อย่างพี่เนี่ย ถ้ามีคนบอกว่า..."
"เอ่อ...คุณคะ ไปลงทริปเรือยอร์ชหน่อยได้มั้ยคะ เรือยอร์ชสุดหรูที่ภูเก็ต ?"

"ถามว่าอยากไปมั้ย อยาก จะมีไม่อยากด้วยหรอ ให้ไปนอนโรงแรม 5 ดาวอย่างเงี่ย"
"แล้วรับงานได้มั้ย…ไม่ได้ ! พี่ก็ต้องปฎิเสธหมด เพราะว่ามันไม่ใช่ตัวตนของเพจ ถูกมั้ย..!"
.
"เนี่ย...สิ่งเหล่าเนี่ยที่เราต้องเรียนรู้ เพราะว่าเราต้องสร้างตัวตนขึ้นมา แล้วพอตัวตนเราชัดเนี่ย งานมันก็จะเข้ามาเอง"
 
7
"ส่วนสำหรับการหาสปอนเซอร์แรก บางคนอาจจะต้องว่าเพจต้องดังก่อนรึเปล่า ถึงจะต้องมีสปอนเซอร์ต้องมีอะไรอย่างงี้ พี่เริ่มต้นจากเพจแบบยอดไลค์หมื่นนิดๆ แล้วพี่ก็ไปขอสปอนเซอร์กล้องยี่ห้อหนึ่งด้วยการโทรเข้าไป พี่เข้าไปในเว็บแล้วพี่ก็เข้าไปดูแบบ Marketing เค้าเบอร์อะไรวะ แล้วพี่ก็โทรเข้าไปเสนอโปรเจคของพี่เอง..."
.
เธอเปิดฉากโทรไปเองจนฝ่ายนั้นต้องถามกลับมาว่า
'คุณเป็นใครคะ ?'
.
แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้จนทำให้ได้สปอนเซอร์แรกของเพจตัวเองมา 
ความจริงแล้ว มันไม่ใช่แค่ครั้งแรก ผมต้องบอกว่าสปอนเซอร์ 'สองเจ้าแรก' ได้มาจากการโทรไปแบบนี้ถึงจะถูกตามที่เธอพูด
.
การยกตัวอย่างนี้ เธอสอนและเน้นย้ำเราต่อว่าเรื่องข้างต้นนี้มันสอนให้เรารู้ว่าอะไรบ้าง
.
"เราอย่ารอสิ เราจะรอให้โอกาสวิ่งมาหาเราหรอ เราทำตัวเราให้พร้อม แล้วเราก็วิ่งออกไปหาโอกาสด้วย ถูกปะ คือ หลายๆ คนอาจจะแบบ เออ ทำไมไม่มีสปอนเซอร์ติดต่อมาเลยอ่ะ ผมทำเพจมาตั้งนานไม่มีสปอนเซอร์ติดต่อมา…"
.
"แล้วทำไมน้องไม่ไปติดต่อสปอนเซอร์ล่ะ คือพี่ก็ไม่ค่อยเข้าใจ เพราะว่าอะไรที่เราต้องการมากๆ อะ พี่รู้สึกว่าเราจะต้องแสวงหาหนทางที่มันไปถึงให้ได้อ่ะน้อง คือเราก็จะแบบขวนขวายไง เราจะต้องทำอย่างงู้นอย่างงี้อย่างงั้น ซึ่งมันก็เหมือนกันกับตัวน้องๆ ไม่ว่าตัวน้องๆ อยากจะเป็นอะไรก็ตามในอนาคต คือเราต้องรู้ก่อนว่าอันนี้คือสิ่งที่เราอยากจะเป็นอะนะ แล้วเราก็วิ่งไปหามัน ทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าเราจะต้องโดดข้ามกำแพง ทุบกำแพง หรืออะไรก็ตาม เราก็ต้องทำไง เพราะว่ากำแพงมันคงไม่ อยู่ดีๆ ก็โดนแผ่นดินไหวแล้วก็ล้มลงไป ก็คงยากอยู่นะ"
 
8
ถ้าถามถึงรายได้ของเธอนั้น จริงๆ แล้วผมว่ามันสมเหตุสมผลที่มาจากความตั้งใจของเธอเองตั้งแต่ต้น เพราะเธอบอกกับเราว่าบางเดือนก็มีรายได้เกือบ 7 หลักจากการสร้างตัวตนและการทำงานหนักของเธอเอง
.
แต่บางเดือนก็ไม่มีเลย ก็คือ 0 บาทนั้นแหละ
เธอบอกว่า ทั้งนี้ก็เพราะเดือนนั้นไม่ได้ทำงานเลย
.
เธอเล่าถึงชีวิตความเป็นฟรีแลนซ์ของเธอต่อว่า
"ถ้าช่วงไหนที่พี่ไม่มีโปรเจคเข้ามา ไม่มีคนมาจ้าง พี่ก็สร้างโปรเจคเอง"
.
"สปอนเซอร์ไม่ได้วิ่งหาพี่นะ พี่ต้องแบบ สมมติว่าทำโปรเจคนี้ จะต้องมีสปอนเซอร์ตัวไหนบ้าง แล้วเราก็นั่งดูแล้วว่าเราจะไปหาสปอนเซอร์นั้นได้อย่างไร แล้วก็พรีเซนต์งาน ละพอได้เงินมาเราก็มาทำโปรเจค เพราะฉะนั้นชีวิตก็จะวนอยู่อย่างงี้"
.
"เพราะว่าความเป็นฟรีแลนซ์มันทำให้เราหยุดเดินไม่ได้ คือเราต้องคิดงานตลอดเวลา ถูกมั้ย เพราะว่าถ้าเราหยุดปุ๊ป ก็ไม่มีงาน"
 .
"แต่สิ่งที่สำคัญคือว่า อยากให้แบบเป็นตัวตนของเรา เพราะพอเราเป็นตัวตนของเราแล้วเนี่ย คนที่เค้ารับสาส์นเราไป คนที่เค้ารับผลงานของเรา เค้าจะรู้สึกว่าแบบ เธอเป็นตัวตนของเธอ และสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือว่า เราจะสนุกกับงานที่ทำมากๆ แล้วคนที่เค้ารับสาส์นจากเรา คนที่เค้ารับผลงานของเราก็จะรู้สึกได้ว่า นี่คือเธอจริงๆ เธอไม่ได้มานั่งแบบ มาดัดจริตให้ชั้นดู..."
.
ข้อสรุปที่เธอบอกเป็นสิ่งที่ทำให้ไฟของผมมันลุกโชนขึ้นมาแบบไม่แคร์ใครอีกต่อไป

9
ผมสารภาพตามตรงว่า ผมไม่เคยรู้สึกสนใจเธอคนนี้มาก่อน
จนกระทั่งได้ฟังเสียงความคิดของเธอในงานนี้
.
ในที่สุดผมก็ยอมให้เพจของเธอปรากฎขึ้นมาที่ New Feed ของผม โดยที่ถ้ายังไม่อ่านโพสต์ ก็จะไม่มีทางเลื่อนแบบผ่านๆ ไปอีกเลย

10
ชอบผู้หญิงพลังบวกที่ไม่ยอมแพ้ ชอบวิธีคิดสไตล์นี้จัง :)
SHARE
Written in this book
บันทึกสำนึกได้
สรุปความคิดจากผู้มีพลังบวกที่พร้อมจะทำให้เราคิดบวกไปด้วยอยู่เสมอ
Writer
On_The_Line
Dreamer
วิศวกรจบใหม่ไฟแรง แต่ใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียน บางทีก็อยากไปเรียนการลงทุน แต่สุดท้ายก็นั่งดูแต่ซีรีส์ทุกที ไม่สิ…เราชอบเที่ยวภูเขาด้วยนะ ฝากเพจด้วยนะครับ :) https://www.facebook.com/bonesen.th/

Comments

Onedayac
6 days ago
เพจไรอะคะ จะตามไปกดไลค์ ^^
Reply
On_The_Line
6 days ago
ให้ทายก่อนครับ เพจท่องเที่ยวที่มีมากกว่า 5 แสนไลค์ เดาไม่ยากเลยคนนี้ ^^
DreamerGlint
5 days ago
ขอบคุณน้าาาา ขอบคุณจริงๆ ที่เข้ามาสร้างพลังบวกให้เรา แคปไว้หลายอันเลย ไว้ปลุกพลังในตัวเอง สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
Reply
On_The_Line
4 days ago
ขอบคุณครับ เดี๋ยวจะฝึกฝีมือตัวเองมาทำอะไรแบบนี้อีกนะ ^^
DreamerGlint
4 days ago
:')