สิ่งที่เหลือหลังจากนั้น


วันนี้ได้ไปนัดเจอกับเพื่อนสมัยมัธยมปลายอีกสองคน ระหว่างกำลังนั่งจิบกาแฟและชาเขียวกันอยู่ ตอนนั้นในหัวของเราก็เกิดคำถามขึ้นมา


พอเราตายไปแล้ว มันเหลืออะไรทิ้งไว้บ้างนะ?

เราไม่ได้หมายถึงทรัพย์สินเงินทองหรืออะไรในทำนองนั้น แต่เราแค่นึกได้ว่า ทุกวันนี้เราขีดเขียนความรู้สึก,ภาพถ่าย,เล่าชีวิต ลงในโลกออนไลน์เกือบจะทั้งหมด

ถ้าวันนี้เราตายขึ้นมา

ไม่ว่าด้วยสาเหตุไหน..
จะมีอะไรมาตอบคำถามในตัวเราที่ยังค้างคากับคนรอบตัวใกล้ชิดของเราหรือไม่?

ถ้ามาย้อนทวิตเตอร์ของเรา ตอนที่เราจากไปแล้ว ก็อาจจะรู้จริงๆนะ ว่าตอนนั้นเรากำลังรู้สึกอะไรอยู่ในขณะวินาทีนั้นๆ

แต่มันอาจไม่ใช่ความรู้สึกจริงๆ ในช่วงเวลของชีวิตตอนนั้น อาจเป็นความคิดฉับพลันในขณะที่เรารู้สึกแล้วพิมพ์มันออกไป

ที่จริงเรามีบันทึกเล่มหนึ่ง ปกสีดำ เป็นไดอารี่ที่บันทึกความรู้สึกลึกๆ ที่ตกตะกอนในแต่ละวัน 
ที่เขียนลงสมุด เพราะมันไม่ใช่เนืื้อหาที่จะเล่าต่อถึงใครได้จริงๆ


ถ้ามีใครมาอ่านสมุดเล่มนั้นในวันที่เราจากไป คงรู้สึกแตกต่างจากความรู้สึกในฐานะที่รู้จักเราแน่


จะมีกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่นั่งอยู่ข้างๆตัวนั้น มีความรู้สึกอย่างไรกันแน่ 
ความรู้สึกที่แท้จริง อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ในขณะตอนนั้น บวกกับประสบการณ์ร้อยพันเรื่องที่ผ่านมาในอดีต สิ่งที่พบเจอมา ความรู้สึกในแต่ละวันที่ถูกสะสมกลั่นกรองมาจนถึงเวลานี้


เรามองว่า เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในชีวิตแต่ละคนในเหมือนกัน แค่วิชาที่เราเรียนแล้วรู้เรื่องเข้าใจยังไม่เหมือนกันเลย การใช้เวลาในการทำความเข้าใจ ไม่เท่ากันด้วยซ้ำ 
แล้วจะเอาอะไรไปตัดสินความรู้สึกคนอื่นได้


เราอาจรู้จักคนที่มองอยู่ดี ในสถานะที่ว่ารู้ว่าเขาผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้อะไรมาบ้าง 
แต่บาดแผลในใจคนเราใช่ว่าจะเท่ากัน ไม่มีการกระทำอะไรงี่เง่า ถ้าเรากำลังทำเพื่อดิ้นรนหนีจากความบาดเจ็บของบาดแผลในจิตใจ

เราเชื่อแบบนั้นนะ

และความรู้สึกที่ว่ามาทั้งหมดนี้ 
ใช่ว่าทุกคนจะพูดออกมา
ใช่ว่าทุกคนจะพูดจริง
ใช่ว่าทุกคนจะอยากพูด
และใช่ว่าพูดแล้ว ผู้ฟังจะเข้าใจ


ความรู้สึกเนี่ย เราว่าที่จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่เป็นส่วนตัว และเป็นของเจ้าของความรู้สึกคนเดียวเพียงคนเดียวเท่านั้น
SHARE

Comments