ก่อนที่ฉันจะออกจากบ้าน
ก่อนที่ฉันจะออกจากบ้าน
ฉันทั้งอ่านทั้งดู แล้วฉันก็คิด จินตนาการทุกอย่างจากสื่อเหล่านั้น
ฉันพยายามเข้าใจทุกอย่างผ่านโลกทางความคิด 
พอฉันออกจากบ้านมา เผชิญโลกความจริง
ฉันพบว่า สิ่งที่อ่านและดูมานั้น มันก็พอสมเหตุสมผลในโลกความจริงบ้าง
แต่เเค่เศษบางเบาน้อยนิด
โลกความจริงมันหนากว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างไหลลื่นปะปนไปมา 
ทุกอย่างไหลเหมือนสายน้ำที่ไหลจากขวดโหลหนึ่งไปยังขวดโหลหนึ่งและต่อไปยังขวดโหลข้างๆจากนั้นก็ย้อนกลับไปขวดโหลแรก
มันไหลลื่นแบบนั้นแหละ
ทุกอย่างไม่สามารถตีตราได้ด้วยกรอบทางความคิดที่มีอยู่
ยกตัวอย่าง 
ก็เหมือนความรู้สึกกับชื่อเรียกของความสัมพันธ์ ยิ่งนานวันฉันยิ่งพบว่า
ชื่อความสัมพันธ์ก็เหมือนกรอบที่ตีขึ้นมาเพื่อให้ทุกอย่างบนโลกง่ายขึ้น
แต่ความรู้สึกคือสายน้ำที่ไหลลื่น มันไหลและเหลวจนจับขึ้นมายาก ยากกว่าจะมาตีตราให้เป็นของแข็งแบบชื่อเรียกของความสัมพันธ์
แต่ถึงทุกอย่างจะดูไหลลื่นอลเวงจนยุ่งยากเกินกว่าจะเอาแหไปหว่านจับขึ้นมาเป็นก้อนๆ
ฉันก็พบว่า มีมนุษย์จำนวนมาก ดำเนินชีวิตด้วยแรงขับ ที่เรียกว่า
ความพึงพอใจของตนเอง นี่ล่ะมั้งที่ดูจะชัดเจนที่สุดท่ามกลางความพร่ามัวของโลกนี้
พึงพอใจที่ได้ลิ้มรสทาง ตา หู จมูก ปาก ลิ้น 
พึงพอใจที่ได้รับมายาคติบางอย่างที่ค่านิยมในสังคมว่ากันว่าดี
มันอาจเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูกก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมอง
แต่ถึงกระนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกก็ยังเหมือนของเหลวที่ไหลไปไหลมา 
พันละวนไปด้วยสัญชาตญาณพื้นฐาน ความคิดค่านิยมที่ถูกปลูกฝังและอื่นๆ
เป็นน้ำที่วนที่ไหลเชี่ยวหมุนเวียนไปมา แม้นั่งมองดูสายน้ำนี้ทั้งชีวิตก็อาจไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้









SHARE

Comments