กินไข่ ไกลโรค
“ไข่” ถือเป็นอาหารหลัก และเป็นวัตถุดิบพื้นฐานในการทำอาหารไม่ว่าจะเป็นคาวหรือหวาน และเป็นแหล่งสารอาหารชั้นเลิศที่ร่างกายต้องการ มีทั้ง โปรตีน วิตามิน และแคลเซียม 

แม้จะมีคุณค่าทางโภชนามากมาย แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังตั้งคำถามเช่น มีผลต่อสุขภาพจริงหรอ? กินเยอะแล้วคอสเลสเตอรอลสูงใช่ไหม? หรือกระทั่ง เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจจริงรึเปล่า? ทำให้ไม่แน่ใจต่อการบริโภค “ไข่” แต่ขอบอกเลยนะคะว่า หลังจากนี้คุณๆ จะเปลี่ยนความคิดทันทีค่ะ

งานวิจัยจาก มหาวิทยาลัย Harvard โดย Harvard Nurse' Health Study and the Health Professionals Follow Up Study ระบุว่า การกินไข่ไม่ได้ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูง และไม่มีผลเชื่อมโยงไปถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 117,,933 คน ทั้งชายและหญิง รับประทานไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น 14 ปี ผลวิจัยพบว่า ไม่ก่อให้เกิดโรคอันตรายใดๆ กับร่างกาย ที่สำคัญยังพบอีกว่า อาจจะช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ และโรคสมองเสื่อมอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยข้างต้นยังตรงกับ สมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา (American Heart Association หรือ AHA) ที่พบว่า การกินไข่ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย อีกทั้งในไข่ไก่ฟองเล็กๆ ยังอุดมไปด้วยโคลีน (Choline) ในระดับสูง ซึ่ง ถือเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์สมอง

ทั้งนี้ งานวิจัยหลายชิ้นงานระบุตรงกันว่า โคลีน มีผลต่อประสิทธิภาพความจำและความสามารถในการเรียนรู้ของคนรวมทั้งสัตว์หลายชนิด และช่วยชะลอการสูญเสียความทรงจำในผู้สูงอายุ รวมถึงเป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดการเสื่อมของเซลล์สมอง และสาเหตุสำคัญของโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer)

ประเทศไทย มีโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง แนวคิดหลัก “กินไข่ทุกวัน กินได้ทุกวัน กินอะไรใส่ไข่ด้วย” ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ไก่ไข่ พ.ศ. 2557-2561 เพื่อเพิ่มปริมาณการบริโภคไข่ไก่ของคนไทย และส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไก่ไข่ของเกษตรกรไทp

... ทานไข่ เพียงวันละฟอง เท่านี้เราก็จะมีสุขภาพดี ห่างไกลโรคได้แล้วค่ะ ...

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://bit.ly/2v9DRaD และ https://www.thairath.co.th/content/766806

SHARE
Written in this book
Good Food
Writer
HealthyLifeGroup
Writer
I love food, books, music, and travel. And I love to be a writer. >> My other blog >> https://healthylifegroup.blogspot.com/

Comments