เมื่อเด็กผู้หญิงไม่ขอเป็นเนตรนารี แต่จะเป็นลูกเสืออย่างเท่าเทียมเท่าเด็กชาย
ทำไมกิจกรรมสร้างเสริมทักษะชีวิต เช่น ลูกเสือและเนตรนารีถึงต้อง "แยกเพศ" ทั้งๆ ที่การฝึกหลายๆ อย่างก็คล้ายคลึงกัน หลายคนอาจให้เหตุผลว่ามันเป็นธรรมเนียมที่มีมาร้อยกว่าปีก่อน คำถามคือเพราะมันมีมาเมื่อ "ร้อยกว่าปีก่อน" เราควรเปลี่ยนมันให้เข้ากับปัจจุบันหรือไม่?
 
ตั้งแต่ 4 ขวบ เด็กหญิง Sydney Ireland พบว่าเธอชอบออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง และก็ได้ตามพี่ชายของเธอไปเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือด้วย ผ่านไป 11 ปี เธอได้เป็นสมาชิกอย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มลูกเสือ Troop 414 ที่แมนฮัตตัน นิวยอร์ค

แต่ปัญหาของเธอคือถึงแม้เธอจะเข้าร่วมกิจกรรมทั้งเข้าค่าย ผูกเงื่อน ยิงธนู เดินป่า ปีนภูเขาน้ำแข็ง แต่เธอไม่สามารถได้ตรา Eagle Rank ติดที่หน้าอกเสื้อแบบลูกเสือคนอื่นๆ ได้เพราะเธอเป็น "ผู้หญิง"
 
ที่อเมริกาต่างกับไทยตรงที่ว่าการเรียนลูกเสือนั้นไม่ใช่การบังคับในหลักสูตรการศึกษา แต่เป็นกิจกรรมเยาวชนที่ทำกันจริงจัง ที่นอกจากฝึกทักษะชีวิตแล้ว ยังอบรมเรื่องการเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีมอีกด้วย

Sydney เชื่อว่าการฝึกลูกเสือในขั้นสูงจนได้ Eagle Rank ช่วยพัฒนาความสามารถด้านการเป็นผู้นำ เพราะเธอเห็นว่าหลายๆ คน ได้เป็นนักบินอวกาศ บางคนได้เป็นถึงประธานาธิบดีสหรัฐ และนั่นทำให้เธออยากเป็นลูกเสือผู้หญิงคนแรกของประเทศ


คุณพ่อของเธอสนับสนุนความคิดนั้น และ Sydney ก็ทำแคมเปญทางออนไลน์ลง Change.org ให้สำนักงานลูกเสือสหรัฐอเมริการับเด็กผู้หญิงเข้าร่วมด้วย
 
แต่ทันทีที่แคมเปญนี้ออกไป เธอก็โดนโจมตีว่า "ทำไมไม่ไปเป็นเนตรนารีซะล่ะ? มันก็ฝึกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"

นอกจากนี้ Andrea Bastiani Archibald นักจิตวิทยาผู้เป็นที่ปรึกษาให้กับเนตรนารีสหรัฐมองว่า "เรารู้ว่าเด็กผู้หญิงเรียนรู้ได้ดีที่สุดเวลาอยู่กับเด็กผู้หญิงด้วยกัน มันน่าเสียดายมากที่มีคนคิดว่าการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ชายนั้นมีค่ากว่าการอยู่ในกลุ่มของผู้หญิง"

Sydney แย้งว่าการเป็นลูกเสือไม่ได้หมายความว่าเธอไม่เคารพการเป็นเนตรนารี แต่เธอเชื่อว่าลูกเสือควรเปิดกว้างสำหรับทุกๆ คน และควรทำกิจกรรมร่วมกันไม่แยกเพศ

ถ้าคุณบอกว่าเนตรนารีก็ฝึกเหมือนกับลูกเสือ
และทำไมเราต้องฝึกแยกกันตั้งแต่แรกล่ะ?
หนูอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง
ตอนนี้หนูคิดว่ามันเป็นการกีดกันผู้หญิง
 
Sydney มองว่าเธอมีเป้าหมายอยากได้ Eagle Rank และนั่นทำให้เธอต้องเข้าไปเป็น "ลูกเสือผู้หญิง" ไม่ใช่เนตรนารี

ด้วยเหตุนี้เธอจึงไปร่วมกิจกรรมลูกเสือที่แคนาดากับแอฟริกาใต้ที่เปิดโอกาสให้เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงฝึกลูกเสือร่วมกันได้ ในขณะที่การฝึกเนตรนารีนั้นยังคนเปิดรับเฉพาะผู้หญิง

ถึงแม้จะมีเสียงคัดค้านอยู่บ้าง แต่แคมเปญใน change.org ของเธอก็ได้ผลตอบรับที่ดี มีคนสนับสนุนมากกว่า 5,000 คน และหนึ่งในลูกเสือที่เคยได้ Eagle Rank ได้ส่งตรา Eagle Rank มาให้เธอทางไปรษณีย์ พร้อมกับจดหมายให้กำลังใจ

เช่นเดียวกับ Sonia Ossorio ผู้บริหารขององค์กรส่งเสริมสิทธิสตรี National Organization for Women ที่นิวยอร์คก็ออกมาพูดว่า

"ในเวลาที่ผู้หญิงไม่ได้เคารพเท่าที่ควร การนำเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงมาเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม จะช่วยสร้างความเคารพ ความเห็นอกเห็นใจ และภาวะผู้นำ ผ่านกิจกรรมทั้งลูกเสือหรือเนตรนารีได้"

ถึงแม้ตอนนี้แคมเปญของเธอยังไม่ทำให้ทางสำนักงานลูกเสือสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนกฎ แต่ Sydney ก็ยังไม่หยุดความฝันของตัวเอง
 
ผู้หญิงคือครึ่งหนึ่งของประชากรโลก
ถ้าเราสามารถสร้างความหลากหลายในกิจกรรมลูกเสือ
จะทำให้กิจกรรมนี้พัฒนาขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
Sydney กล่าวทิ้งท้าย

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของเพจ We Think สำนักข่าวออนไลน์ขับเคลื่อนสังคม ติดตามเพจได้ที่ลิงค์นี้เลย https://www.facebook.com/Officiallywethink/
SHARE
Written in this book
We Think
Writer
WoodyKooThai
Storyteller
Woody Koo is telling a story เรื่องเล่าของคนที่ชอบเล่าเรื่อง

Comments