สะท้อนย้อนคิด Asean Research Workshop 4.0 : Beyond Borders
การเข้าร่วมกิจกรรม Asean Research Workshop ครั้งที่ 4 วันที่ 25-28 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ณ จังหวัดเชียงราย เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งในชีวิต

เหตุผลมาจากความที่ผมเคยเป็นนักเรียนวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และเคยเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ที่ฝึกฝนทักษะกระบวนการทำวิจัยมาหลายค่าย และก็อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าในแวดวงวิชาการทางด้านสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์จะไม่มีค่ายที่เน้นการฝึกทำวิจัยเหมือนทางสายวิทยาศาสตร์บ้างเลยหรือ

จนกระทั่งเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทด้วยชักชวนผมให้มาร่วมค่ายของศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผมก็ตอบรับคำชวนโดยการกรอกข้อมูลและให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จนสุดท้ายก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมจากความอนุเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ศูนย์อาเซียนในที่สุด

ตอนแรกผมลังเลและกังวลใจว่าการมาค่ายครั้งนี้เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์จะคุ้มค่าหรือไม่ แต่พอได้มาสัมผัสกับกิจกรรมฝึกการเขียนเค้าโครงร่างงานวิจัย (proposal) และกระบวนการ design thinking ของอาจารย์อัครพงษ์ ประกอบกับการได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสังเกตความคิดอ่านของเพื่อนรุ่นพี่ รุ่นน้อง และรุ่นเดียวกัน ทำให้ผมมีความสุขมากและเริ่มมองเห็นวิธีคิดในการทำวิจัยทางวิชาการในสายสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์และคิดว่าเป็นเรื่องสนุกและท้าทาย

ภายหลังสิ้นสุดการเข้าร่วมกิจกรรม ผมคิดว่าผมเองนั้นเป็นคนที่อยู่ใกล้เกลือแต่ซื้อกินด่างมาตลอด เพราะในความจริงศูนย์อาเซียนศึกษาจัดค่ายนี้มาเป็นปีที่สี่แล้ว แต่ผมกลับไม่เคยรู้มาก่อน ดังนั้นค่ายนี้จึงมีความหมายสำหรับผมและอยากจะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของศูนย์อาเซียนแห่งนี้ในโอกาสต่อไป

แม้ว่าตลอดเวลาที่อยู่ในค่าย ผมอาจจะไม่ได้เข้าไปพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับทุกคนในค่ายด้วยความที่นิสัยโดยธรรมชาติของผมที่อาจจะดูเขินอายไปบ้าง หากศูนย์อาเซียนสามารถยกระดับกิจกรรมให้มีระยะเวลาที่นานขึ้นและมีกิจกรรมที่เข้มข้นอย่างต่อเนื่องกว่านี้ ก็น่าจะเป็นการดีสำหรับคนที่ร่วมค่ายเช่นกัน

สุดท้ายนี้ Asean Research Workshop 4 ทำให้ผมนึกถึงความฝันเดิมของผมที่อยากจะจัดค่ายฝึกฝนกระบวนการทำวิจัยทางสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์กลับมาอีกครั้ง หากศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือไปกับหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนการให้เงินทุนอย่างเต็มที่ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อจัดค่ายอย่างน้อย 3 ค่ายต่อปี โดยค่ายหนึ่งใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ให้โจทย์ผู้เข้าร่วมแต่ละรุ่นให้ทำโครงการวิจัยในระยะเวลาหนึ่งปีโดยมีเงินทุนและอาจารย์พี่เลี้ยงให้การสนับสนุน ตลอดจนขยายเงื่อนไขของผู้สมัครให้กว้างไปถึงระดับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และขยายโจทย์วิจัยในค่ายให้กว้างกว่าชายแดนศึกษา สังคมไทยน่าจะได้นักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ และสามารถสร้างข้อเสนอทางวิชาการที่มีพลังมากพอในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างไม่ยากนัก

นับเป็นโจทย์ เป็นความฝัน เป็นความท้าทาย และเป็นความเต็มใจของผมที่อยากจะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมนี้ต่อไปในอนาคต

ต้องขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้ครับ

สิกขา สองคำชุม
นักศึกษาระดับปริญญาตรี
ภาควิชาประวัติศาสตร์ มช.
SHARE
Written in this book
มีความเรียง
เรียงความคิด ร้อยคำนึง หลากกาล หลายเทศะ
Writer
Moreyearold
Normal person
แก่ขวบ...คนธรรมดาที่ชอบเสพความคิดผ่านตัวอักษร และขีดเขียนบ้าง นาน นาน ที

Comments