The last goodbye letter (จดหมายลาครั้งสุดท้าย)

มันไม่ใช่ความผิดของคุณที่ทำให้ฉันเป็นอย่างนี้
ถึงคุณ

ก่อนอื่นฉันต้องบอกว่าฉันดีใจจริงๆ ที่คุณมาไกลได้เพียงนี้ ทั้งที่คุณเริ่มทุกสิ่งจากศูนย์ นั่นหมายถึงคุณผ่านความพยายามและประสบการณ์เอาตัวรอดมานับครั้งไม่ถ้วน และนี่คือผลรางวัลจากสิ่งนั้น

แต่แม้คุณจะพูดว่าทุกอย่างที่คุณมีนั่นเพื่อเรา แต่ฉันกลับไม่รู้สึกแบบนั้น มันกลายเป็นคำพูดที่ฉีกฉันเป็นชิ้นๆ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้มาจากสิ่งที่ฉันต้องการ มันไม่ใช่สิ่งที่มาจากการพยายามสร้างจากฉัน

ฉันไม่เคยบอกคุณหรอกว่า ฉันไม่อยากเป็นคนที่มีทุกอย่าง แต่กลับไม่มีแม้อิสระที่จะเลือกใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ฉันไม่อยากบอกว่าเหนือกว่าชีวิต เหนือกว่าเม็ดเงินเหล่านั้น เหนือกว่าความภาคภูมิใจ ฉันขอแค่ความจริงอันสัจแท้

ฉันมองเห็นผู้คนสมัยนี้ นับถือเศรษฐีมากมายที่สามารถสร้างตัวได้แต่น้อย ฉันนับถือในความพยายามเหล่านั้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลย

ฉันแค่อยากใช้ชีวิตธรรมดา แค่อยากเป็นคนทำให้โลกดีขึ้นบ้าง เป็นคนที่อยากเดินทางบนทางตัวเองต้องการ อยากค้นหาว่าเราเกิดมาเพื่อสิ่งใด ชีวิตมีแง่มุมใดบ้าง แบ่งปันทุกข์สุขจากเพื่อนร่วมโลก ออกเดินทางไปให้ไกล


มันมีหลายครั้งหลายคราที่ฉันอยากไปให้ไกลจากที่นี่ ไปให้ไกลห่างจากทุกคน ทุกสิ่งที่รู้จัก จางหายไปในละอองอากาศ ที่ๆ จะไม่มีใครค้นเจออีกต่อไป หรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงตนเองเป็นใครอีกคนที่ไม่ใช่ตนเอง 

หลายครั้งฉันสงสัย หากฉันผมยาวขึ้น ย้อมสีผมอื่น เปลี่ยนแปลงชื่อตนเองและลบตัวตนเก่าทั้งหมดทิ้ง หนีออกไปอยู่ที่ไหนสักแห่งเงียบๆ เพียงลำพัง ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ต้องคอยวิ่งหนีอดีต ไม่ต้องพบเจอความคาดหวังจากใคร ไม่ต้องรับรู้ความจริงว่าความฝันของฉันไม่มีค่ากับใคร 

มันจะเป็นยังไง?


หากวันนึงฉันหายไป อย่าออกตามหากัน อย่ากังวล หากวันนึงเห็นจดหมายลาจากฉัน หากเห็นร่องรอยการจากไปของฉัน อย่าเสียใจเลย มันไม่ใช่ความผิดของคุณ  
มันเป็นความผิดของฉัน... ฉันเองที่อยากไขว่คว้าอิสระมากกว่าเม็ดเงิน ฉันคนที่ยอมตายด้วยอุดมการณ์ ด้วยความพยายามเติมเต็มความฝันตน ดีกว่ามีชีวิตบนทุกสิ่งแต่ไร้ความหมายสำหรับตนเอง 

คุณกล่าวว่าฉันได้ คุณจะมองว่ามันเป็นความเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่ชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน เป้าหมายของแต่ละคนย่อมแตกต่าง ความฝันของฉันมีไว้เพื่อโบยบิน ฉันจะกระพือปีกให้แรงเพื่อส่งตนเองถึงฝั่งฝัน และหากมันไม่อาจเป็นไปได้ อย่างน้อยฉันได้ทำทุกอย่างแล้ว นั่นย่อมดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย


ชีวิตคือชีวิต เราต่างเลือกเดินด้วยตนเอง...

ชีวิตคือชีวิต เราต่างเกิดและหายใจบนโลกใบนี้ด้วยตนเอง... 

มันไม่มีใครจูงมือเราออกมาจากท้องแม่ ไม่มีใครใช้จมูกหายใจร่วมกับเรา นอกเสียจากเราตัดสินใจสูดอากาศเข้าปอดเอง เราไม่ได้ถูกบีบบังคับให้หายใจ ดังนั้นตลอดเวลา ฉันคิดว่าชีวิตเป็นของเรา วินาทีที่คุณตัดสินใจกระทำสิ่งใด นั่นขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง

หากฉันพูดทุกสิ่งนี้ ฉันรู้ดีว่าคุณจะมองว่าฉันบ้า ฉันมันพวกไม่ยอมรับความเป็นจริง  ฉันมันพวกนอกคอก 

แต่ชีวิตคืออะไร? 

หากคุณไม่เคยรับรู้ความหมายของมัน หากความฝันของคุณไม่มีความหมายต่อตนเองเลย 



หนทางที่เคยอันตราย ไม่ได้แปลว่ามันจะอันตรายอยู่เสมอ หากเราไม่กล้าออกไปเสี่ยง คุณจะไม่มีวันรู้ว่าบางทีเส้นทางนั้นปลอดภัยแล้วก็ได้

นั่นเป็นประโยคนึงจากหนังสือสมัยเด็กที่ฉันได้อ่าน มันยังคงก้องอยู่ในหัว และฉันคิดว่าเราทุกคนต่างรู้ดีว่าชีวิตคือความไม่แน่นอน เราไม่อาจบอกได้ว่าเราจะตื่นลืมตามองเห็นความสวยงามของโลกได้อีกกี่วัน 

เช่นเดียวกัน การที่คุณออกก้าวเดินแล้วไปเจองูอยู่บนเส้นทางนั้น มันทำให้เราตระหนักถึงอันตรายและเตรียมรับมือกับมันได้ แต่ไม่ได้แปลว่าเส้นทางนั้นจะมีงูรอคอยอยู่เสมอ... เวลาผ่าน ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง บางทีคุณกลับไปที่นั้นอีกครั้ง คุณอาจพบว่าเส้นทางเดิมมีแต่กลีบกุหลาบร่วงโรยอยู่ก็เป็นได้

ปล. อย่าโทษตัวเองเลยที่ฉันเป็นอย่างนี้ คุณทำดีที่สุดแล้ว 

จาก... ลูกสาวที่ไม่เคยเป็นอย่างที่คุณต้องการ













SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl who loves writing, emotional, sold my soul to devil, love sadness, disappointed daughter.

Comments