วันเวลาล่วงผ่านไปเหมือนเราขึ้นรถไฟท่ามกลางสายฝน

วันเวลาล่วงผ่านไปเหมือนเราขึ้นรถไฟท่ามกลางสายฝน
แต่แม้ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน
แค่เรามี 'ร่ม' เป็นคนข้างๆ
แค่นี้ก็ขอบคุณชีวิตแล้วล่ะ : )



อายุ 28 มาสี่เดือนแล้ว
พอจะถึงสิ้นปี นับวันที 
ก็รู้สึกว่าวันคืนผ่านไปรวดเร็วเหมือนเรานั่งรถไฟในวันฝนตก
กับการใช้ชีวิตกึ่งๆ รูทีน ที่ฉันเรียกมันว่า 'วินัย' 
ตื่นก่อนแปดครึ่ง อาบน้ำแต่งตัว และไปทำงาน
ตอนเย็นเลิกงานกลับมาบ้าน แล้วอ่านหนังสือแล้วนอน
เหมือนชีวิตต้องการอะไรมากกว่านี้
เหมือนฉันตั้งคำถามถึงการมีชีวิตอยู่มากกว่านี้



เมื่อสามอาทิตย์ก่อน พี่ที่โบสถ์คนหนึ่งทักข้อความเฟซบุ๊กมานิ่งๆ
ก่อนจะแปะการ์ดสีม่วงๆ ตามมา พร้อมข้อความที่บอกว่า 
"พี่จะแต่งงานแล้วนะ อยากให้ศรมาด้วย ธีมสีม่วงนะ"
ฉันตื่นเต้น เพราะก็นับประมาณ 3 ปีกว่าแล้วที่ไม่ได้ไปเจอพี่คนนี้เลย
พี่กิฟท์ รุ่นพี่ตอนเรียนธรรมศาสตร์ แม้เรียนคนละคณะแต่เราก็เจอกันเสมอที่โบสถ์
สนิทกันมากกว่าเดิม เมื่อฉันแวะเวียนไปนอนบ้านพี่กิฟท์บ่อยๆ ตอนเรียน
บางเย็นเราเดินไปซื้อกับข้าวมาทำกินกัน พูดคุยถึงอนาคต ชีวิต
ความรัก และความฝัน
จนเวลาพัดผ่านให้เราต่างทำหน้าที่ ฉันมาทำงานในตัวเมือง
เริ่มวุ่นวายและทุ่มพลังไปกับงาน
ขณะที่พี่กิฟท์ก็เริ่มงานใหม่ และเริ่มต้นมีความรักกับหนุ่มตี๋ใส่แว่น
ฉันหัวเราะ ก่อนจะตอบกลับพี่กิฟท์ไปสั้นๆ ว่า "ธีมสีม่วงนี่หาชุดยากนะพี่กิฟท์ 
แต่ยังไงศรไปแน่นอน ไม่พลาดแน่ๆ"
วางหู ฉันหยิบแพลนเนอร์มาขีดวง 
และเขียนด้วยปากกาสีม่วงว่า "งานแต่งพี่กิฟท์"

วันเวลาล่วงผ่านไปเหมือนเราขึ้นรถไฟท่ามกลางสายฝน
เมื่อวานฉันไปงานแต่งพี่กิฟท์ ตั้งใจแต่งชุดที่เรียบ 
และน่าจะดูดีและให้เกียรติคู่บ่าวสาวที่สุด
ใส่ส้นสูงที่ปกติฉันใส่ไม่ได้เพราะขาที่ผ่านการผ่าตัดทำให้ยืนนานๆ ไม่ได้
หยิบสร้อยเรียบๆ ก่อนจะเดินทางไปที่งานแต่ง
แวบเเรกฉันเจอพี่กิฟท์ ยืนทำพิธีสมรสศักดิ์สิทธิ์แบบคริสเตียน
น้ำตาแห่งความดีใจก็ปริ่มที่ขอบตา
เราใช้ชีวิตจนมาถึงจุดที่ได้แสดงความยินดีกับคนที่เรารักทีละคนๆ
เจอคนไม่รู้จักหลายคนในงาน แต่ทุกคนก็มาด้วยความตั้งใจเดียวกัน



วันคืนล่วงผ่านไป...
พร้อมๆ กับหลายสิ่งที่เกิดขึ้น แตกดับ และล่มสลายในชีวิต
ฉันยิ้ม...ชีวิตเราก็เป็นเช่นนี้
มีบางคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิต แล้วเดินจากไปด้วยภาระหน้าที่
บางคนที่เข้ามา แตกร้าว แล้วหายไปเหมือนจะไม่เจอกันอีกทั้งชีวิต
และมีอีกหลายคนที่ยังคงวนเวียน สร้างความสุขและรอยยิ้มให้เราได้เสมอ


ฉันคุยเรื่องนี้กับแฟน ตอนที่ขับรถกลับบ้าน

"แปลกดีเนอะเธอ บางคนก็เข้ามาในชีวิต บางคนที่เคยสนิทกับเรามากๆ
แต่ตอนนี้เหมือนไม่รู้จักกันเลย เราว่าชีวิตมันเหมือนวงกลมอะไรสักอย่าง
เราไม่รู้ว่าชีวิตจะเหวี่ยงเราไปเจอกับอะไรบ้างเลย" 




แฟนยิ้ม แล้วหันมาตอบกลับ
"ใช่ เราเคยมีเพื่อนสนิทหลายคน แต่ตอนนี้ก็ห่างๆ ไปแล้ว
บางคนก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะ แต่เราว่าชีวิตคนเรามันจะดีหรือร้าย
จะมีคนรักหรือเกลียด ดูได้ตอนวันแต่งงานนี่แหละ ว่าจะมีคนมาแสดงความยินดีกับเราไหม"
แฟนหันมายิ้ม ฉันก็เลยยิ้มตอบ และนึกขอบคุณช่วงชีวิตตอนอายุ 28 
ที่ฉันยังมีแฟนอยู่ข้างๆ แฟนที่เป็นผู้ใหญ่
คอยให้คำปรึกษา และคุยกันได้แทบทุกเรื่อง



ท้องฟ้าข้างนอกรถเริ่มมีสีส้ม
ฉันนั่งมองตัวรถที่ค่อยๆ เคลื่อนพุ่งไปข้างหน้า
วันเวลาล่วงผ่านไปเหมือนเราขึ้นรถไฟท่ามกลางสายฝน
แต่แม้ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน
แค่เรามี 'ร่ม' เป็นคนข้างๆ
แค่นี้ก็ขอบคุณชีวิตแล้วล่ะ  : )



SHARE

Comments