ReadAndLearn นิตยสารคิด “Sharing Engine ทางเลือกใหม่ของความอุดม”
#ReadAndLearn นิตยสารคิด Creative Thailand ฉบับเดือนกรกฏาคม 2560



“Sharing Engine ทางเลือกใหม่ของความอุดม”



คำว่าแชร์ในสมัยนี้ฟังดูเป็นเรื่องปกติคำเจเนริคทั่วไป เราทุกคนที่มีมือถือแชร์ทุกอย่างที่เราชอบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะคลิปที่ชอบ โพสที่ใช่ หรือข่าวคลิ๊กเบทท์ที่ชอบจั่วหัวให้เราแชร์



คำว่าแชร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในมือถือ แต่ยังลามไปถึงคำกิริยาในชีวิตจริง เช่น แชร์ค่ารถ แชร์ค่าข้าว แชร์โต๊ะอาหารกับคนแปลกหน้า ยังมีอีกล้านแชร์ที่เราใช้กันจนเป็นคำปกติจนไม่มีใครไม่รู้จักคำนี้อีกแล้ว ถ้าไม่ได้พี่มาร์คผู้ทำให้เราติดเฟซบุ๊คจนเห็นคำว่าแชร์อยู่ทุกวันๆละกว่า 150 ครั้ง (ค่าเฉลี่ยของคนส่วนใหญ่ที่เช็คเฟซดูมือถือ)



แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อนจะมีซักกี่คนที่เข้าใจคำว่าแชร์ได้อย่างทุกวันนี้ ถ้าถามผมสมัยนั้นผมคงนึกถึงคำว่า “เช่า”



สมัยเด็กๆย้อนกลับไปซักสิบยี่สิบปีก่อน การ “แชร์” หรือ “เช่า” ที่ผมคุ้นเคยมากที่สุดคงเป็นการ “เช่าหนังสือ” ผมเป็นสมาชิกร้านหนังสือแถวบ้านและร้านใหญ่ไกล้บ้าน การเช่าทำให้ผมได้เข้าถึงหนังสือการ์ตูนสนุกๆมากมายโดยที่เงินในกระเป๋าผมนั้นรับไหว ถ้าผมซื้อผมคงอ่านได้อย่างมากวันละเล่ม (สมัยนั้นการ์ตูนเล่มละ 25-30บาท โดยประมาณ) แต่ด้วยการแชร์ผ่านการเช่าทำให้ผมได้อ่านการ์ตูนวันละสิบเล่มได้สบาย แม้ผมจะไม่ได้เป็นเจ้าของหนังสือเหล่านั้นเลยซักเล่ม แต่ผมก็เลือกที่จะอ่านเอาประสบการณ์ความสนุกมากกว่าความเป็นเจ้าของ นอกจากร้านเช่าหนังสือ ก็ยังมีอีกประสบการณ์หนึ่งผ่านการเช่า นั่นคือร้านเช่าหนัง



การเช่าหนังในสมัยนั้นถือเป็นเรื่องค่อนข้างปกติ ถ้าเราจำได้สมัยนั้นเราจะเห็นร้านเช่าหนังอยู่ทุกสี่แยกมุมเมืองไม่แพ้ 7-11 ในสมัยนี้ การซื้อหนังหนึ่งเรื่องเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แถมเราไม่ได้อยากเป็นเจ้าของแผ่นหนังนั้นเท่ากับความสนุกจากการดูจบแล้วก็จบไป ผมเองก็เป็นหนึ่งในลูกค้าประจำกับร้านเช่าหนังชื่อดัง “นิวหนวด” ที่โชคชัย 4 ต้องขอบคุณร้านเช่าหนังมากที่ทำให้ผมได้ดูหนังดีๆเป็นร้อยๆเรื่องในวัยนั้น



กลับมาที่ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่แชร์มากกว่าในยุคสมัยไหน เราสามารถเปิดบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามาพักได้ หรือไปพักบ้านคนแปลกหน้าได้โดยที่ยังอยู่ในบ้านด้วยกันผ่าน AirBnb



เราสามารถขึ้นรถกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันมาก่อนได้ด้วยความวางใจกว่าการเรียกแท็กซี่ผ่าน Uber และยังมีอีกหลายการแชร์มากมายในปัจจุบันที่ลิสออกมาไม่หมด



เพราะคนรุ่นใหม่สมัยนี้ต่างกับคนรุ่นพ่อแม่ในมุมมองของความร่ำรวย ความร่ำรวยของคนสมัยก่อนคือการสะสมข้าวของทรัพย์สมบัติ ผ่านการทำงานหนัก แต่กับคนสมัยนี้ความร่ำรวยคือการสะสมประสบการณ์ เราไม่ต้องมีเงินซื้อเรือยอร์ชเพื่อออกทะเล แต่เราสามารถเช่าเรือยอร์ชออกไปนอนเล่นกลางทะเลแล้วถ่ายรูปสวยๆลง Instagram ให้เพื่อนอิจฉาได้ เราไม่ต้องมีเงินสิบล้านซื้อรถสปอร์ตแล้วขับไปเที่ยวหัวหิน แต่เราสามารถเปิดเวปหาเช่ารถสปอร์ตได้ด้วยเงินเดือนคนชนชั้นกลางแบบไม่ถึงเดือน



เพราะความหลากหลายทางประสบการณ์ คือความร่ำรวยของคนวันนี้



เศรษฐกิจทุนนิยมกำลังจะเปลี่ยนไปจากการเร่งให้คนซื้อ บริโภค หรือครอบครองสิ่งใดๆ แต่ประสบการณ์นิยมกำลังจะทำให้วัตถุหนึ่งชิ้นสามารถเกิดคุณค่าที่มากมายกว่ายุคไหนๆขึ้นอีก



แบรนด์ที่จะปรับตัวได้ทันกับยุคสมัยที่มาถึงแล้วและกำลังจะพุ่งไปข้างหน้าต่อ ต้องเปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่ว่าตัวเองผลิตอะไร ไปเป็นจริงๆแล้วลูกค้าต้องการอะไรจากเรา คุณค่าหรือ proposition จริงๆเราคืออะไร ลูกค้าซื้อรถเพราะต้องการรถ หรือต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง ลูกค้าซื้อสว่านเพราะอยากได้สว่าน หรือต้องการรูสำหรับแขวนรูปเท่านั้น



การแบ่งปันทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น ทำให้เรากลับมามีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น และยังทำให้ทรัพยากรโลกถูกใช้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ยุคบริโภคนิยมกำลังจะหมดไป และยุคประสบการณ์นิยมอาจจะเพิ่งจะเริ่มขึ้น



ลองย้อนกลับมาดูตัวเราเองซิว่า ทุกวันนี้เรามีอะไรที่เป็นของเราแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ แล้วสามารถนำมันออกมาแบ่งปันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับเราได้บ้างมั้ย..
SHARE
Written in this book
ReadAndLearn
อ่านเพื่อเรียนรู้จากเรื่องราวและเรื่องเล่า
Writer
nuinattapon
Reader
Hi my name is Nattapon I love to read and share story inside the book to everyone. I just want to share.

Comments

mtchatree
2 years ago
Great ขอบคุณครับ
Reply
nuinattapon
2 years ago
ด้วยความยินดีครับ