เจ้านกน้อย
แสงแดดอ่อนๆตกกระทบลงบนใบไม้สีเขียวที่มีมากมายเต็มต้นไม้ต้นหนึ่ง ต้นไม้ตนนั้นตั้งอยู่กลางหมู่บ้านเล็กๆ บนต้นไม้เขียวขจีนั้นมีรังเล็กๆของแม่นกน้อยและลูกๆของเธออยู่บนนั้น ครอบครัวเล็กๆอยู่อย่างเป็นสุขเรื่อยมา ลูกๆของแม่นกน้อยเริ่มเติบโตและมีขนสีฟ้า-ขาวขึ้นแซมสลับเป็นลายสวยงาม

แต่ละวันๆแม่นกน้อยจะออกไปหาอาหารมาให้ลูกๆของเธอ แม่นกน้อยสอนลูกๆของตนให้รู้จักความอดทนและไม่ร้องเสียงดังในยามหิว เพราะไม่นานแม่นกน้อยจะกลับถึงรังและป้อนอาหารแก่ลูกๆของเธอ

ทุกๆเย็นเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ตกแม่นกจะกลับรังเสมอและเมื่อป้อนอาหารให้แก่ลูกๆของเธอเสร็จแล้วก็จะเริ่มร้องเพลงกล่อมให้ลูกๆของเธอนอน

วันหนึ่งแม่นกออกไปหากิน แต่กลับออกไปนานผิดปกติ เหล่าลูกนกตัวน้อยๆ รอแล้วรออีก รอด้วยความหิวโหยแรงกล้า ลูกนกตัวที่ฟักออกจากไข่ตัวสุดท้ายเป็นตัวที่อ่อนแอที่สุดก็ได้เผลอร้องออกมาทีหนึ่ง มันโดนพี่ๆของตนดุและเล่านิทานน่ากลัวเกี่ยวกับเจ้าแมวสีส้มที่คอยจับลูกนกกินให้ฟัง ด้วยควากลัวเจ้านกน้อยจึงหยุดร้องและอดทนต่อไป พระอาทิตย์จากไปแต่แม่นกยังไม่กลับมา ลูกๆของเธอเริ่มสิ้นหวัง......ทั้งคืนพวกลุกนกไม่ยอมหลับนอน ชะเง้อคอยหาว่าแม่นกจะบินกลับรังมาจากทิศทางไหน แต่ทั้งคืนนั้นก็มีเพียงสายลมที่พัดผ่านรังของพวกมันไป

เช้าวันต่อมาลูกนกที่ฟักออกมาตัวแรกสุดบอกน้องๆว่าจะออกตามหาแม่ มันก็กระโดดออกจากรัง กางปีกออกแต่บินไม่เป็นแล้วตกลงไปตายที่ใต้ต้นไม้ ลูกนกที่ฟักออกมาจากไข่ตัวที่สองจึงบอกว่าจะไปตามหาแม่เอง แล้วพยายามบินให้ได้ มันค่อยๆออกจากรัง กางปีกออกและกระพือ มันบินไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่นักแล้วตกลงที่พื้น ด้วยความตกใจมันจึงส่งเสียงร้องเสียงดังออกมา เจ้าแมวสีส้มได้ยินเข้าก็ออกมาจากที่หลบซ่อนแล้วตระครุบลุกนกตัวที่สองกินทันที 

ตอนนี้ก็เหลือเพียงเจ้าลูกนกตัวสุดท้ายที่อยู่บนรังที่ว่างเปล่า มันอยากออกไปตามหาแม่ของมันเช่นกันแต่เมื่อลงไปเห็นภาพพี่นกตัวแรกที่ตกลงไปตายมันก็ไม่กล้าที่จะออกจากรัง รังของมันเป็นที่ๆปลอดภัยที่สุด มันจึงขอพรให้แม่นกกลับรังมาหามันเสียที ในคืนนั้นเองที่ดวงดาวบนท้องฟ้าได้มอบพรแก่มัน แม่นกบินกลับมาถึงรังด้วยสภาพอ่อนล้าและมีบาดแผลที่ตัวและมีเลือดออก แม่นกคาบหนอนที่เริ่มแห้งกลับมา1ตัว เจ้านกน้อยรีบกินอย่างหิวโหยก่อนจะถามแม่นกว่า "แม่จ๊ะ แม่ไปไหนมา" แม่นกจึงเล่าให้ฟังว่าโดนมนุษย์ใจร้ายยิงก้อนหินเล็กๆใส่ขณะที่มันบินกลับรัง แม่นกบาดเจ็บและตกลงที่พื้น แม่นอกพักอยู่1วันจึงค่อยๆขยับปีกแล้วฝืนใจบินกลับรังมาได้

แม่นกร้องเพลงกล่อมลูกนกตัวสุดท้ายของเธอแล้วครอบครัวน้อยๆก็หลับไปพร้อมกัน แสงพระอาทิตย์สาดกระทบเจ้านกน้อยให้ตื่นขึ้นและพบว่าแม่ของมันยังคงหลับอยู่ มันมุดตัวไปใกล้ๆและซุกลงที่ข้างๆปีกของแม่มัน มันรอให้แม่มันตื่นขึ้น ช่วงบ่ายของวันนั้นฝนตกได้ตกลงมาใส่อย่างหนัก แต่แม่ของมันก็ยังไม่ตื่น เจ้านกน้อยหนาวจนตัวสั่น ไม่ว่ามันจะซุกตัวใกล้แม่ของมันเท่าไหร่ก็ไม่มีความอบอุ่นเกิดขึ้นเลย 

ฝนหยุดตกลงและแม่นกก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา เจ้านกน้อยจึงร่ำไห้และหลับไป เช้าวันต่อมามันตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่าแม่ของมันยังไม่ตื่นมันจึงโศกเศร้ามาก เจ้านกน้อยเอาแต่ร่ำไห้จนหลับไปอีกครั้ง และเมื่อตื่นมาตอนกลางวันด้วยความหิวโหยมันจึงร่ำไห้และหลับไปอีกครั้ง เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเย็นมันมองหน้าแม่ของมันที่ยังคงหลับตาอยู่มันก้ร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าแล้วหลับไปอีกครั้ง เจ้านกน้อยร่ำไห้ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาและหลับไปด้วยความโศกเศร้า วนเวียนอยู่เช่นนี้ทั้งวันทั้งคืน จนเวลาผ่านไป รังของครอบครัวนกตัวน้อยๆพวกนี้ก็ว่างเปล่าและปลิวตกจากต้นไม้ด้วยแรงลม มีเพียงกะรดูกชิ้นเล็กๆี่หลงเหลืออยู่ในรังนั้น และแม้แต่กระดูกของเจ้านกน้อยก็ยังคงโศกเศร้าและร่ำไห้ทุกวันทุกคืน  

 
SHARE

Comments