Time doesn't heal anything. (เวลาไม่ได้เยียวยาทุกสิ่ง)
'ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้น เวลาจะช่วยเองแหละ'
'เอาน่ามึง เรื่องแบบนี้เวลาจะเยียวยามึงเองแหละ เดี๋ยวก็ดีขึ้น'
'ตอนนี้มึงอาจเจ็บอยู่ แต่เดี๋ยวพอเวลาผ่าน มึงก็คิดได้เอง'

ผู้คนมักพูดเสมอว่า 'เวลาจะเยียวยาทุกสิ่งให้ดีขึ้น' เพียงแค่คุณใช้ชีวิตต่อไปหลังจากผ่านเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านั้น แค่เพียงเฝ้ารอ ไม่นานทุกสิ่งจะต้องดีขึ้นสักวัน...

ถ้าหากไม่ใช่ล่ะ?


ฉันเติบโตมาครึ่งชีวิตของคน ๆ นึง ชีวิตของฉันผ่านเรื่องราวมากมาย และเรื่องเลวร้ายเหล่านั้นไม่เคยจางหาย หลายเรื่องเวลาอาจช่วยให้ความเจ็บช้ำบรรเทาลง แต่มันไม่เคยทำให้บาดแผลที่ยับเยิน ใจที่แตกสลายกลับมาเหมือนเก่า

ไม่มีทางที่ใจอันแตกสลายจะถูกกอบเก็บกลับมาเหมือนเก่า แก้วที่แตกไปแล้ว ต่อให้พยายามต่อมันแค่ไหน มันก็ยังคงมีรอยร้าวอยู่เสมอ 

เวลาอาจช่วยให้เราชินชามากขึ้น แต่แท้จริงมันไม่อาจลืมเลือนความทรงจำเลวร้าย หรือความรู้สึกเจ็บปวดได้ สิ่งที่มันทำคือการทำให้เรากลายเป็นหุ่นยนต์มากขึ้น ทำให้เรากลายเป็นคนที่เราไม่คิดว่าจะเป็น แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไร อย่างน้อยเวลาก็ทำให้คนเราแกร่งขึ้น ทำให้มีเวลาคิดทบทวนกับสิ่งที่เจอ 

สิ่งที่แย่ที่สุดคือการที่เวลาไม่อาจดึงความเจ็บปวด ความทรงจำอันรวดร้าวออกจากใจที่บอบช้ำได้ ความทรงจำเป็นสิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลา บางครั้งเราสร้างวันเวลาที่ดีเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีในชีวิต แต่บางครั้งเราก็ไม่ได้ตั้งใจประสบพบกับความทุกข์ตรม ความอึดอัด ความเจ็บปวด ความทรมาน ความโดดเดี่ยวเดียวดาย หรือแม้กระทั่งเรื่องเลวร้ายที่เราไม่คาดคิด แต่สิ่งเหล่านั้นกลับส่งผลต่อจิตใจจนก่อเกิดเป็น 'ความทรงจำทางด้านความรู้สึกอันเลวร้าย'

คุณอาจคิดว่าฉันพร่ำเพ้อถึงความรักที่ผิดหวัง... เปล่าเลย ฉันหมายถึงความทุกข์จากทุกสิ่งที่เราต่างพบเจอ ทั้งความรักที่ทำหัวใจแตกสลาย หรืออาจเป็นปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งความผิดหวังตนเอง 

ตลอดเวลาฉันเคยเชื่อว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น และฉันหลอกตัวเองว่าฉันไม่เป็นอะไร ฉันกลืนก้อนขมของน้ำตาลงคอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เลือดยังคงหลั่งรินอยู่ภายใน... ฉันอยากร่ำร้องแต่กลับพูดไม่ได้ สุดท้ายฉันแกล้งลืมความทุกข์ที่ตนเองเก็บไว้ พยายามหาอะไรทำ บอกตนเองว่า 'ไม่เป็นไร' ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

ข้อดีของเวลาคือ มันให้สิทธิคุณมากพอกับการอยู่กับตัวเอง คุณมีเวลาจ้องมองกระจกใสและถามคำถามมากมายกับคนในเงาสะท้อนนั้นได้ทั้งวัน อย่างน้อยคุณก็ได้รู้ว่าตนเองคิดยังไงกับตัวเอง แต่ก็นั่นแหละ ความเศร้า สรรสร้างปีศาจแห่งความเดียวดายขึ้นมา มันคลืบคลานอย่างช้าๆ ในก้นบึ้งในใจของเรา แต่น่าแปลกที่นานวัน เราต่างเคยชินและเรียนรู้วิธีทำให้ปีศาจตัวนั้นกลายเป็นเพื่อนของเรา ยอมรับมัน และน้อมรับว่า นี่คือชีวิต 

ชีวิตที่ต่างมีชั่วโมงยามทุกข์หรือสุข อารมณ์อ่อนไหว สับสน การทำตามฝัน การออกก้าวเดินตามใครสักคน อุดมการณ์ เป้าหมาย ความบ้าที่แตกต่าง

แค่เพราะเคยชินกับบางสิ่ง มันไม่ได้ว่าเราชื่นชอบมัน
ฉันจดจำได้ประโยคที่เคลวินพูดกับแม่ ตอนที่แม่บอกว่าเขาชอบอาหารอย่างไร ในภาพยนตร์เรื่อง We need to talk about kevin ได้ดี (หากคุณเป็นคอภาพยนต์ต่างประเทศ คุณจะรู้ว่า มันคือหนังพูดถึงแม่ที่ต้องโดนผลกระทบจากการที่ลูกตัดสินใจฆาตกรรมเพื่อนนักเรียนร่วมชั้น) และฉันดว่ามันคงคล้ายกับความเศร้าโศกของเรา 

เราต่างเคยชินกับความโดดเดี่ยว เศร้าโศกเหล่านั้น เราเรียนรู้ เรายอมรับ เราปรับตัว เราสามารถมีชีวิตต่อไปได้ แต่ไม่หรอก ไม่มีใครชื่นชอบความโศกเศร้านั้น ไม่มีใครยิ้มรับ อ้าแขน แล้วเปิดประตูแขวนป้ายว่า 'ยินดีต้อนรับ' เหมือนร้านค้าต่างๆ ที่มักดึงดูดให้ลูกค้าเข้าร้านเสมอ เราต่างอยากปิดตายประตู ยามที่มันเข้ามาเคาะหน้าประตูของเรา

แต่ความโศกเศร้าก็แสนฉลาด ต่อให้เราปิดประตูใส่หน้า เขาก็สามารถไขกุญแจสามารถเข้ามาในชีวิตเราได้อยู่ดี... และไม่ว่ามันจะเป็นความโศกเศร้าเช่นไร มันย่อมสร้างบาดแผล ความทรงจำให้เราเสมอ ทั้งความทรงจำที่ดีและความทรงจำที่เลวร้าย

บางทีคุณอาจจะไม่เห็นด้วย หากฉันบอกว่า ความทรงจำเป็นสิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลา บาดแผลบางสิ่งนั้นเกินกว่าเวลาจะเยียวยาได้ แต่เราทุกคนต่างต้องยอมรับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น เรียนรู้ และยอมรับว่าแม้เวลาไม่อาจเยียวยาได้ทุกสิ่ง แต่อย่างน้อยเราได้เรียนรู้ และมันทำให้เรากลายเป็นใครอีกคนที่เข้มแข็งขึ้นจากเดิม


SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl who loves writing, emotional, sold my soul to devil, love sadness, disappointed daughter.

Comments

Viczorr
3 years ago
เวลาไม่ได้ช่วยให้ลืมเลยจริงๆ +1 นะ
Reply
Janiva
3 years ago
กราบงาม ขอบคุณจ้า
Viczorr
3 years ago
ติดตามอยู่นะ เป็นกำลังใจให้การเขียนต่อไปจ๊ะ
jAypAnZ
3 years ago
เวลาไม่ได้เยียวยาทุกสิ่ง แต่การยอมรับความจริง จะเยียวยาทุกอย่าง
เป็นกำลังใจให้ครับ
Reply
Mumei
3 years ago
เวลาไม่เคยเยียวยา แต่กลับตอกย้ำทุกสิ่ง ฉีกทะลวงบาดแผลในใจให้ลึกลงไปเรื่อย ๆ ทับซ้อนกับบาดแผลใหม่ ๆ ที่ก่อตัวขึ้นมาซ้ำซาก จนความรู้สึกเหล่านั้นแล่นอยู่ในจิตสำนึกตลอดทุกลมหายใจที่ลืมตาตื่น จนวันหนึ่งฉันลืมวันเวลา ฉันเก็บตัวในห้องมืด พร้อมยารักษาอาการทางจิต เพราะจิตแพทย์บอกว่าฉันเป็นโรคซึมเศร้า :( 
Reply
Janiva
3 years ago
คนเรามีวิธีจัดการกับความเศร้า พบเจอเหตุการณ์ทำร้ายใจต่างกัน บางคนผ่านไปได้ แต่บางคนถูกความรู้สึกดทับ การที่ใครบางคนถูกทำร้ายจนต้องกลายเป็นโรคซึมเศร้า มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เราพอใจเช่นกัน สิ่งที่ต้องทำคือยอมรับ ต่อสู้ และเคารพ และรักตัวเองให้มากพอ ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่กว่าการต่อสู้กับตัวเองให้ได้ สู้ๆ เราต่างต้องก้าวผ่านเรื่องเลวร้ายด้วยกัน
Mumei
3 years ago
เคารพตัวเองนี่สำคัญมากนะ เราไม่ต้องอยู่เพื่อใคร แค่อยู่เพื่อตัวเอง เพลงเพลงหนึ่งของ Mad Pack It ที่อาจจะไม่ดังสำหรับสังคมในวงกว้าง แต่มันกลับมีความหมายสำหรับใครบางคนในมุมมืดมากๆ