[Fcuking Review #02] มาสก์ไรเดอร์ × ซูเปอร์เซนไต : อภิมหาศึกรวมพลซูเปอร์ฮีโร่

ประเดิมเรื่องแรกในการรีวิว ขอเริ่มจากหนังที่ผู้ใหญ่ดูได้เด็กดูดีที่นำเข้ามาฉายโดย DEX
Kamen Rider × Super Sentai: Chou Super Hero Taisen
มาสก์ไรเดอร์ × ซูเปอร์เซนไต : อภิมหาศึกรวมพลซูเปอร์ฮีโร่



ต้องทำความเข้าใจครับว่านี่คือ "หนังโทคุซัตสึ" หรือพูดเป็นภาษาง่าย ๆ ว่า หนังฮีโร่ญี่ปุ่น
ฉะนั้นถ้าใครหวังจะไปดูเนื้อเรื่องที่เข้มข้น CG สวย ๆ หรือความอลังการในระดับเดียวกับหนังฮอลลีวู้ดละก็... อย่าไปดูเลยครับ  มันไม่ตอบโจทย์คุณหรอก  ผลาญเงินเปล่า ๆ

สำหรับเราที่เป็นแฟนซีรีส์มาสก์ไรเดอร์ (บางซีรีส์) เราเจอธรรมเนียมที่จะนำเอาฮีโร่ในตระกูลของไรเดอร์และขบวนการห้าสีมาเจอกันอยู่ประปรายอยู่แล้ว  แต่ในครั้งนี้ที่ได้ยินชื่อครั้งแรกว่ามันคือ Chou Super Hero Taisen (แปลแบบตรง ๆ คือ "สงครามฮีโร่ครั้งใหญ่")  แน่นอน...ฮีโร่มาจัดเต็มแน่นอน  ฉะนั้นมาวิเคราะห์องค์ประกอบแต่ละด้านของหนังเรื่องนี้ด้วยมาตรฐานแบบที่เราใช้ดีกว่าเนอะว่าจะออกมาเป็นอย่างไร :3



ด้านพล็อตและเนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องจะเกี่ยวข้องกับปรากฎการณ์ที่ตัวละครเกมชื่อดังในอดีตอย่าง Xavious และ Galaxian ออกมาสู่โลกความจริงแล้วโจมตีผู้คน จนทำให้ทั้งไรเดอร์และขบวนการห้าสีต้องหาทางยับยั้งเหตุนี้ให้ได้ก่อนที่โลกจะถูกทำลายจนนำไปสู่การต่อสู้กันระหว่างซูเปอร์ฮีโร่  ซึ่งประเด็นของพล็อตนั้นถือว่ามีความลึกในระดับหนึ่ง ซับซ้อนแต่ดูง่าย เข้าใจไม่ยาก เด็กดูแล้วไม่ปวดหัวแน่นอน  และต้องขอคารวะว่าหนังเรื่องนี้แฝงแง่คิดได้ดีมากแม้ต้องใช้เวลาตีความพอสมควร  ส่วนตัวยอมรับว่าดูครั้งแรกก็ไม่ได้สนใจมุมนี้เท่าไหร่  แต่พอลองมาพิจารณาทีหลังก็พบว่ามันแฝงได้ดีจริง ๆ  ไม่ว่าจะเรื่องปัญหาครอบครัว การเลี้ยงดูบุตรหลาน จรรยาบรรณทางแพทย์ (เพราะซีรีส์ Ex-Aid จะเกี่ยวกับหมอ) แม้แต่ปัญหาโลกแตกอย่างเกมกับสังคมเองก็สอดแทรกมาได้แนบเนียนมาก  เรียกได้ว่าใครที่จูงมือลูกหลานเข้าไปดูก็สามารถสอนลูกสอนหลานได้แน่นอนครับ
ข้อเสียเดียวที่นึกออกในด้านเนื้อเรื่อง คือประเด็นของเรื่องมันหนักไปทางมุมของฝั่งไรเดอร์มากกว่า  เพราะมันจะเกี่ยวข้องกับอาการป่วยโรคเกม (Game Byou/Game Syndrome) ซึ่งเป็นประเด็นของฝั่ง Rider Ex-Aid  ในขณะที่ฟากของขบวนการห้าสีดูอ่อนไปหน่อย  แต่โดยรวมก็ถือว่าดีในมาตรฐานของหนังตระกูลนี้ครับ


ด้านงานภาพ
ในที่นี้ขอแยกเป็นสองส่วนนะครับ คือ CG และมุมกล้อง
ส่วนของ CG  แน่นอนว่าซูเปอร์ฮีโร่ญี่ปุ่นจะทำ CG ที่เป็นเอฟเฟกต์ระเบิดและการแปลงร่างได้สวยงามตามท้องเรื่อง และจะดูแปลก ๆ ทันทีที่ต้องทำ CG ของปีศาจหรือวัตถุอะไรที่ใหญ่โตขึ้นมาหน่อย  ซึ่งนี่คือเรื่องปกติของหนังตระกูลนี้  และในหนังโรงครั้งนี้ก็ทำออกมาได้ตามมาตรฐานของมันครับ  เอาเป็นว่าคุ้มค่าตั๋วของหนังฮีโร่ญี่ปุ่นแหละ
ส่วนของมุมกล้อง  ขอยอมรับเลยครับว่าทำได้ดีเกินคาด  มีมุมกล้องที่ทำให้รู้สึกแปลกตาเยอะมาก เช่น มุมมองจากพื้นดิน มุมมองจาก Action Camera ที่ติดอยู่กับหัวนักแสดง  แล้วประกอบกับการที่จัดคิวบู๊ได้ดีก็ยิ่งทำให้ภาพที่นำเสนอออกมาน่าสนใจมาก  ดูแล้วตื่นตาในสไตล์นี้ครับ


ด้านมิติตัวละคร
แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นหนังที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี  ดังนั้นมิติของตัวละครมันจะไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แต่ละตัวละครมีความเป็นเอกลักษณ์สูงมาก  ถ้าลองพิจารณาบทบาทของตัวละครในเรื่องจะเห็นว่าเกลี่ยบทได้ค่อนข้างเท่าเทียมครับ  ตัวละครหลักก็ดำเนินเรื่องราวหลักได้เหมาะสม  ส่วนตัวละครเสริมก็ปรากฎโดยไม่มีตัวไหนเด่นเกินหน้าเกินตา  แต่จะมีอยู่ 3 ตัวละครที่บทมีความโน้มเอียงสูง คือ โฮโจ เอมุ (Rider Ex-Aid) ซึ่งเด่นจนไม่รู้จะเด่นไปไหนทั้งที่ประเด็นหลักมันอยู่กับอีกตัวละครนึง (ก็นะ...พระเอกนี่)  ในขณะที่ตัวละครอย่าง ฮานายะ ไทกะ (Rider Snipe) กับ ลัคกี้ (Shishi Red) ที่ดูแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า "พวกมึงโผล่มาทำไมวะ ? "  โอเค...อย่างไทกะพอเข้าใจเพราะเป็นพระรอง  แต่กรณีลัคกี้...เอ็งเป็นเรนเจอร์สีแดงนี่ !  ทำไมบทมันน้อยจนไม่สมเป็นตัวสีแดงไม่รู้  ที่เอ็งบอกว่าตัวเองโชคดีสมกับชื่อลัคกี้ก็คงจะจริง แต่ต้องยกเว้นเรื่องบทในหนังเรื่องนี้แหละที่อัปโชคมาก  จางในจางเลยทีเดียว :v


ด้านความสมเหตุสมผล
จริง ๆ พอเป็นหนังตระกูลนี้ความสมเหตุสมผลบางอย่างมันก็จะไม่แน่นและรัดกุมมากพออยู่แล้วเพื่อให้คนดูย่อยง่ายโดยเฉพาะกับเด็ก ๆ  แต่บอกตามตรงว่าด้วยมาตรฐานฮีโร่ญี่ปุ่นมันกลับมีตรรกะบางอย่างในเรื่องที่ชวน WTF มาก ๆ  อยู่ราว ๆ 3-4 ครั้งใหญ่  ซึ่งดูแล้วมันก็ชวนรู้สึกว่า... "เฮ้ย !  แบบนี้ก็ได้เหรอวะ ?! "
การกระทำบางอย่างก็เกิดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เช่น จู่ ๆ คนบางคนก็พูดเนื้อหาความลับของเรื่องบางส่วนขึ้นมาได้เองโดยที่เราไม่เห็นหรอกว่ามันไปรู้มาตอนไหน  แล้วก็อธิบายเหตุผลที่รู้ด้วยประโยคเดียว  ครับ...อธิบายประโยคเดียวจบจริง ๆ  ซึ่งถ้าทาง TOEI ยอมเสียเวลาทำฉากขยายความเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมาสักนิดมันจะทำให้ดูดีมากกว่านี้ เช่นทำฉากที่ตัวละครนั้นไปเจอความลับเข้า เป็นต้น ซึ่งมันไม่น่าจะเหนือบ่ากว่าแรงหรอก  ก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมเลือกที่จะเล่าด้วยวิธีแบบนี้ หรือเพราะข้อจำกัดเรื่องเวลาของหนังก็ไม่รู้เลยต้องตัดมันออกไป
โอเคถ้าเป็นเด็กดูพวกเขาคงไม่ใส่ใจอะไรหรอก เขารอดูฮีโร่สู้กับเหล่าร้ายอย่างเดียวแน่  แต่เผอิญว่าตอนที่เราไปดูในโรงเนี่ยจำนวนเด็กโข่งเหมือนเรามีเยอะมากครับ  มีเด็กดูจริง ๆ ไม่กี่คนเอง  บางคนคอสเพลย์เป็นตัวละครในซีรีส์ไปดูด้วยซ้ำ (คาดเข็มขัด Gamer Driver ให้รึ่ม) กับเด็กคงไม่มีปัญหาหรอก  แต่พวกเราเด็กโข่งล่ะ ?  เคลียร์ให้ตูเข้าใจก๊อนนนนน !!


ความรู้สึกส่วนตัว (ไม่นับรวมในการพิจารณาคะแนน)
หลังจากที่ได้ไปดูในโรงมาแล้ว  สิ่งที่เรารู้สึกทันทีหลังจากที่ดู คือ ไม่สุดแฮะ...
เพราะส่วนตัวเคยดู Kamen Rider × Super Sentai: Super Hero Taisen ที่เคยฉายเมื่อปี 2012 โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับการที่ฮีโร่ฝั่งไรเดอร์และขบวนการห้าสีต้องต่อสู้กันเพื่อความอยู่รอดของฮีโร่แต่ละฝั่ง  ซึ่งครั้งนั้นเป็นการรวมพลซูเปอร์ฮีโร่ญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่มากกกกกก  ฝั่งไรเดอร์นี่ขนไรเดอร์ตัวเอกออกมากันครบแถมพ่วงตัวรองมาบางตัว  ส่วนด้านขบวนการห้าสีก็ขนมาเป็นกองทัพ  รวม ๆ กันหลายร้อยคนเลยแหละ  เรียกได้ว่าเห็นฮีโร่ในสมัยเด็ก ๆ และปัจจุบันกันอย่างจุใจ  แล้วในตัวอย่างโปรโมทก็ชูว่าใน Chou Super Hero Taisen จะมีไรเดอร์ตัวรองมาเสริมทัพด้วย  เราก็คิดเลยว่างานนี้ยิ่งใหญ่สมความเป็น "อภิมหาสงคราม" แน่ ๆ  แถมโปรโมทใหญ่ด้วยว่าจะเจอฮีโร่ถึง 100 คน  แต่พอไปดูจริง ๆ  มันกลับไม่ใช่สงครามตีกันระหว่างฮีโร่สองฝั่ง  ออกแนวเป็นการจัดทีมฮีโร่คละกันเพื่อทำ Death Match ไปเรื่อย ๆ ซะงั้น (แถมถ่ายทำไม่ครบทุกคู่อีกแหนะ)  เลยไม่เข้าใจว่า "มันสงครามยังไงวะเนี่ย ? "
ดีนะที่ตอนหลังจะเป็นการจับมือกันของฮีโร่สองกลุ่มเพื่อสู้กับวายร้าย (ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของหนังชุดนี้อยู่แล้ว เดาได้ไม่ยากหรอก) มันถึงรู้สึกว่า "เออ...นี่แหละสงคราม"
อดคิดไม่ได้ว่าชื่อ Chou Super Hero Taisen มันควรจะให้กับหนังชุดก่อนมากกว่า  เพราะนั่นคือการรบพุ่งกันจริง ๆ มากกว่าครั้งนี้  หลายคนให้คะแนนรีวิวหนังเรื่องนี้ไว้ดีมากระดับ 8.5-10 เลย แต่เรากลับรู้สึกว่าถ้าเทียบกับหนังโรงโทคุซัตสึด้วยกัน...มันมีที่ดีกว่านี้ว่ะ  อันนี้ยังไม่ถึงขั้นนะ  และเชื่อว่าด้วยงบประมาณที่ได้จากการขายของเล่นฮีโร่และโปรดักชันที่ดีขึ้นทุกปี  เราว่าเขาทำได้ดีกว่านี้อีกเยอะ  ซึ่งรู้สึกเสียดายเพราะมันเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของ Rider Den-O ด้วย



ถ้าให้สรุปบรรทัดเดียวเหรอ...
ยิ่งใหญ่ตามมาตรฐาน แต่ไม่อลังการเท่าที่ควรจะเป็น
ด้านพล็อตและเนื้อเรื่อง = 7 / 10
ด้านงานภาพ = 7 / 10
ด้านมิติตัวละคร = 6 / 10
ด้านความสมเหตุสมผล = 4 / 10

คะแนนโดยรวม = 6 / 10



ปล. ในเรื่องแอบมีเซอร์ไพรซ์เบา ๆ สำหรับแฟนคลับไรเดอร์สายผู้ใหญ่ด้วยนะเออว์
SHARE
Written in this book
Fcuking Review - รีวิวโคตร ๆ
รีวิวทุกสิ่งอย่าง แบบไม่สนแหดสนตี๋ใด ๆ   ใครอวยใครแช่งเราไม่สน
Writer
ctlunatica
Writer, Digital Illustrator
Just a newbie about writing & digital painting. :v

Comments