สิ่งสุดท้ายที่ตุ๊กตาไล่ฝนตัวนั้นจะทำ.
ฉันแขวนตุ๊กตาตัวนั้นไว้ เพื่อให้จับความชื้นในอากาศ
และจะด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ แค่หวังว่ามันจะช่วยไล่พายุฝนออกไป

อย่างน้อย ก็เคยหวังไว้แบบนั้น

กลางฤดูร้อนปีนั้น เธอพูดขึ้นลอยๆ ว่า มาทำตุ๊กตาไล่ฝนกันเถอะ 

ฉันหัวเราะ
แล้วชี้ให้เธอดูปฏิทิน 

เธอไม่สนใจ
วางมือจากแตงโมที่แม่ยกมาให้ แล้วหอบกล่องเข็มกับด้ายออกมา

พอจะมีภาพจำของตุ๊กตาไล่ฝนอยู่บ้าง จากการ์ตูนที่เราเคยนอนดูด้วยกัน

ตัวทำจากเศษผ้า เธอว่า พลางรื้อตู้หลังใหญ่ ที่ดูแล้วไม่ว่ายังไงก็ต้องโดนดุแน่ๆ 

อะไรสักอย่างกลมๆ สำหรับส่วนหัว แล้วเราก็ได้ลูกปิงปองจากห้องพี่ชายเป็นคำตอบ

ใช้เชือกป่าน เพื่อมัดส่วนหัวและตัวเข้าไว้ด้วยกัน

พอหาปากกามาเติมจุด ต่อเส้น เป็นหน้าตา แก้ม ปาก 

เธอก็นึกสนุก อยากจะลองปักชื่อลงบนนั้นบ้าง

หนีไม่พ้นฉัน ที่ต้องรับผิดชอบทำอย่างช่วยไม่ได้

เด็กชายวัยสิบสอง หาตำแหน่งแขวนตุ๊กตาได้อย่างพอเหมาะ

เขากอดอก มองมันด้วยตาเป็นประกาย 
บนระเบียงชั้นสอง ฝั่งติดรั้วบ้านของฉัน คือที่ที่จะแอบมองใบหน้านั้นได้อย่างไม่รู้เบื่อ

ว่างเปล่า ท่วมท้น สว่างจ้า มืดหม่น ทุกอารมณ์ที่เปลี่ยนไป มีผลต่อจังหวะเต้นของหัวใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

อีกฤดูกาลกำลังจะผ่านพ้นไป
และไม่ว่าจะขอพรกับตุ๊กตาไล่ฝนมากเท่าไหร่ ก็ไร้ประโยชน์

หลายปีมานี้ ฉันได้เรียนรู้ความจริงข้อหนึ่ง
ยิ่งคาดหวัง ยิ่งผิดหวัง

ไม่ว่าวันนี้ฝนจะตก หรือแดดจะออก
ฉันตัดสินใจแล้วว่า จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด

จะทำในสิ่งที่อยากทำ
จะพูดในสิ่งที่อยากพูด

จะไม่มีทางปล่อยให้คำว่า 'ถ้าวันนั้น...' เกิดขึ้นอีก เป็นครั้งที่สอง 

ฉันแหงนหน้ามองฟ้าหม่น
พยายามหาเส้นขอบฟ้า ที่ไม่เคยแน่ใจว่ามีอยู่จริง

เธออยู่บนนั้น สบายดีไหม 
ตอนนี้เป็นฤดูอะไร  
กลางคืนมีดาวทอประกาย แบบที่เราเคยจินตนาการไว้หรือเปล่า

สายลมหอบเอาละอองฝนมากระทบหน้า
หรือจริงๆ แล้ว นี่คือน้ำตาแห่งความไม่เอาไหนของตัวเอง

จนกว่าจะได้พบกัน
จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปบนนั้น
ช่วยอยู่เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของฉันที. 
SHARE

Comments