ชีวิตวัยรุ่นและความผูกพันกับ Linkin Park
LInkin Park นี่จะว่าไปก็เหมือนเพื่อนสนิทในสมัยเด็ก คือแต่ก่อนใกล้ชิดกันมาก หลังๆก็เริ่มจะห่างๆกันไป จะมีเจอกันบ้างก็นานๆครั้ง แต่ไม่ว่าอย่างไรความทรงจำและความผูกพันก็ยังคงลึกซึ้งไม่มีเปลี่ยนแปลง
 
ประสบการณ์แรกที่ตัวเองได้มีกับวงนี้ก็คือช่วงเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ ตอนนั้น Linkin Park ออก Hybrid Theory ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ทำให้วงดังเป็นพลุแตก และเถลิงวงการ nu metal ให้ชาวโลกได้รับรู้

ตามประสาวัยรุ่นหัวร้อน ฮอร์โมนพุ่งพล่าน สับสนในหนทาง และกำลังค้นหาเข็มทิศให้ชีวิต เพลงต่างๆใน Hybrid Theory ล้วนแต่เข้าถึงอารมณ์ของเรา เสียงร้องทรงพลังของ Chester การแร็พที่ตื่นตาตื่นใจของ Mike ผสมผสานกับดนตรี nu metal ที่กระแทกจิตใจและเสียง turntable ที่กระชากอารมณ์จาก Mr.Hahn ทั้งหมดนี้รวมกันอย่างลงตัวและทำให้ Linkin Park เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นสักคน

ไม่ใช่แค่คุณภาพของดนตรี แต่เนื้อร้องของหลายๆเพลงก็ล้วนแต่เข้าถึงจิตใจและชีวิตวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Papercut ซึ่งกล่าวถึงสถานการณ์ที่เหมือนมีอีกคนหนึ่งอยู่ในหัวของเราและคอยจ้องดูทุกสิ่งที่เราทำ One Step Closer, Crawling, และ Runaway ที่พูดถึงความรู้สึกว่าถูกบีบคั้นจากสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราและอึดอัดจนอยากจะระเบิดออกมา

และแน่นอน In the End เพลงที่น่าจะดังที่สุดในอัลบั้มนี่ที่พูดถึงความคับแค้นใจและความท้อใจที่บางครั้งไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหนแต่สิ่งต่างๆก็ดูจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราหวัง โดยเฉพาะในเรื่องความรัก 

หลังจากนั้นอัลบั้มที่ออกมาต่อก็คือ Reanimation ซึ่งเป็นอัลบั้มรีมิกซ์ ดูเหมือนคนส่วนใหญ๋จะไม่รู้จักอัลบั้มนี้ หรืออาจจะรู้จักแต่ไม่สนใจเพราะคิดว่าเป็นแค่อัลบั้มรีมิกซ์ ไม่ใช่อัลบั้มใหม่

แต่ความคิดนั้นผิดถนัด Reanimation เป็นอะไรที่ทำให้ Hybrid Theory ซึ่งยอดเยี่ยมอยู่แล้วยิ่งยอดเยี่ยมไปยิ่งกว่าเดิม และเป็นหลักฐานถึงความทรงพลังของ Linkin Park ในตอนนั้น

อัลบั้มนี้เป็นการดึงเอานักดนตรีคนอื่นๆจำนวนมากเข้ามาร่วมงานด้วย และในการรีมิกซ์นั้นก็มีการปรับเนื้อเพลงเพื่อสร้างความหมายใหม่ให้กับทุกเพลง ปรับดนตรีเพื่อเปลี่ยนอารมณ์เพลงไปจากเดิม เป็นเหมือนการตีความเพลงใน Hybrid Theory ใหม่ แต่ทำด้วยคุณภาพดนตรีและเนื้อร้องที่ดีเยี่ยมไม่ต่างไปจากเดิม

และความพิเศษอย่างหนึ่งของอัลบั้มนี้ก็คือมันเป็นอัลบั้มที่มีเรื่องราวในตัวเอง เพลงต่างๆที่ถูกเอามาตีความใหม่นั้นถูกเอามาเรียงลำดับให้ต่อเนื่องกัน มีการแทรก track สั้นๆที่เป็นบทสนทนาเข้าไประหว่างเพลงเพื่อเติมเนื้อเรื่องให้เต็ม อัลบั้มนี้จึงเป็นเหมือนกับเป็นหนังสือที่มีตอนสั้นๆจบในตัวเอง แต่ว่าแต่ละตอนนั้นก็เชื่อมโยงกันและสร้างความหมายให้กับตอนอื่นๆและออกมาเป็นธีมร่วมกันของหนังสือทั้งเล่ม นี่ทำให้การฟังอัลบั้มนี้นั้นเป็นเหมือนการฟังเรื่องราว ความคิด อารมณ์ ความรู้สึกของชีวิตวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นผ่านดนตรีคุณภาพสูง

ใครยังไม่เคยฟังอัลบั้มนี้ผมแนะนำมากๆ และแนะนำว่าอย่าข้ามหรือสลับลำดับเพลง เพราะลำดับเพลงที่ทำออกมานั้นถูกคัดมาอย่างบรรจงแล้ว



อัลบั้มสุดท้ายที่ผมได้มีความผูกพันกับ Linkin Park ก็คือ Meteora อัลบั้มนี้ยังคงให้กลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับ Hybrid Theory และเข้าถึงจิตใจวัยรุ่นได้ไม่เปลี่ยนแปร

เพลงที่ผมรู้สึกผูกพันในอัลบั้มนี้ก็คือ Somewhere I Belong ซึ่งพูดถึงการเดินทางค้นหาบางสิ่งบางอย่าง บางคน หรือบางสถานที่ที่เรารู้สึกว่าเราถวิลหาจริงๆ Breaking the Habit ที่กล่าวถึงการที่เวลาเราล้มเหลวในเรื่องต่างๆในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนรู้สึกอยากจะเก็บตัวไม่ออกไปพบหน้าใคร แต่ก็ยังพยายามจะลุกขึ้นและทำลายนิสัยเดิมๆที่เรามี และ Numb ซึ่งสะท้อนความรู้สึกที่เราอยากจะเป็นผู้ใหญ่ อยากจะเป็นตัวของตัวเอง และอยากจะหลุดออกจากเงาของพ่อแม่หรือครอบครัวที่ลอยอยู่เหนือเรามาตลอดชีวิต



เพื่อนในวัยเด็กต้องมีการจากลากันให้แต่ละคนไปเติบโตในทางของตัวเองฉันใด ผมกับ Linkin Park ก็ต้องมีการจากลากันฉันนั้น และ Meteora ก็เป็นอัลบั้มสุดท้ายของวงที่ผมซื้อและฟัง ทั้งนี้เพราะหลังจากอัลบั้มนี้วงก็ได้เปลี่ยนแนวดนตรีไปในสู่แนวที่ผมไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมสักเท่าไหร่

แต่แม้เราจะลากันเราก็ยังมีโอกาสได้มาพบกันบ้างเป็นบางครั้ง บางทีผมเปิดกล่องเก็บของมาเจอแผ่นซีดีที่เคยซื้อเอาไว้ บางครั้งยูทูบก็แนะนำ MV ของ Linkin Park ขึ้นมา บางครั้งสถานที่ที่ผมไปก็เปิดเพลงของ Linkin Park เราลากัน แต่เราไม่ได้จากกันตลอดกาล เรายังคงพบปะกันตามโอกาส และความแน่นแฟ้นที่เราเคยมีด้วยกันก็ยังไม่เสื่อมคลาย



 ไม่มี Chester แล้วผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวงนี้จะเป็นยังไงต่อไป ตัวผมเองจินตนาการไม่ออกเลยว่าดนตรีของ Linkin Park ที่ไม่มีเสียงของ Chester จะเป็นอย่างไร และถ้าวงนี้ในอดีตไม่มีเขาอยู่ด้วย ดนตรีของวงนี้จะเข้าถึงจิตใจของผมได้อย่างนี้ไหม ผมไม่มีคำตอบ มีแต่ความรู้สึกถวิลหาและผูกพันที่วนเวียนอยู่ภายในพร้อมๆกับเสียงดนตรีที่ล่องลอยอยู่รอบๆตัว

RIP Chester Bennington. Thank you for making my teenage years such an invaluable time.

(Image released to public domain via English Wikipedia by owner, Chiragddude)

SHARE
Writer
Past-Forward
Free Thinker
น.พ.อธิพงศ์ พัฒนเศรษฐพงษ์ ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Comments