ปรศุราม : ผู้ฆ่ากษัตริย์ทั้งโลก 21 ครั้ง!
หนึ่งในเรื่องราวของนารายณ์อวตารที่ผมชอบมากๆอีกหนึ่งเรื่อง คือเรื่องราวของฤาษีผู้มีขวานเป็นอาวุธ ผู้กำราบกษัตริย์พันมือ ฆ่ากษัตริย์ทั้งโลก และผู้หักงาของพระพิฆเนศ! เขาผู้นั้นมีนามว่า "ปรศุราม" นั่นเอง เรื่องราวของเขาเป็นอย่างไร ก็เชิญอ่านกันได้เลยครับ!

ก่อนที่จะเล่าถึงตัวเอกของเรา ต้องเล่าถึงกษัตริย์พันมือนาม "อรชุน" แต่ผู้คนทั่วไปมักจะรู้จักเขาในนาม "กรรตวีรยะ" ซึ่งกิตติศัพท์ความเทพของเขาที่สามารถจัดการพญารากษส "ราวณะ" (ก็พี่ทศกัณฑ์เนี่ยแหละ) ได้อย่างอยู่หมัดนั้น (เรื่องที่ราวณะถูกกรรตวีรยะตบเกรียน ก็เล่าไปแล้วใน "วีรเกรียนของราวณะ" ครับ) ก็ยิ่งทำให้เหล่ากษัตริย์ทั้งหลายให้ความเคารพยำเกรงมากขึ้นไปด้วย แต่นิสัยเสียอย่างนึงของกรรตวีรยะคือ ชอบเข้าข้างกษัตริย์ด้วยกันเอง เวลาที่กษัตริย์ไปมีเรื่องกับเหล่าฤาษีชีพราหมณ์ทั้งหลาย กรรตวีรยะก็มักจะสร้างความเดือดร้อนให้กับเหล่าพราหมณ์เสมอๆ จนเหล่าพราหมณ์ต้องฟ้องพระนารายณ์ให้ช่วยจัดการให้ที ซึ่งพระนารายณ์ก็ตอบรับคำของเหล่าพราหมณ์

ดังนั้น พระนารายณ์จึงอวตารไปเป็นบุตรคนสุดท้องของ "ฤาษีชมทัคนี" กับ "นางเรณุกา" (ธิดาของท้าวปเสนชิต) โดยแรกเริ่มมีนามว่า "ราม" แต่เนื่องจากรามนั้นได้บำเพ็ญเพียรจนเป็นที่พอใจของพระศิวะ ถึงขนาดมอบขวานของตนให้เป็นอาวุธอีกด้วย จนคนทั่วไปมักเรียกเขาว่า "ปรศุราม" อันแปลว่า "รามผู้ถืขวาน" นั่นเอง โดยที่ปรศุรามนั้นมีนิสัยใจคอที่ค่อนข้างแตกต่างจากพราหมณ์อื่นๆ คือ ใจร้อน โมโหง่าย แต่ก็มีความมั่นคงในหลักศาสนาและคุณธรรมอย่างยิ่งเช่นกัน

ครั้งหนึ่ง ฤาษีชมทัคนีออกไปหาผลไม้ ส่วนเรณุกาก็จะไปอาบน้ำที่ริมน้ำ ทว่า มีเสียงเหมือนคู่รักกำลังมีความสุขแว่วๆมา เรณุกาจึงแอบดูอยู่บริเวณพุ่มไม้ใกล้ๆกับเสียงนั้น ซึ่งก็เป็นภาพของท้าวจิตรรถกำลังพลอดรักกับมเหสีของตน จึงเกิดความน้อยใจว่าตนเองก็เป็นธิดาของกษัตริย์แต่กลับไม่ได้มีความสุขอย่างสอนคนนั้น แม้ว่าจะอาบน้ำให้เย็นกายแล้วแต่ใจของนางยังคงร้อนรุ่มอยู่ด้วยภาพของการพบอดรักยังคงติดตา

ด้านฤาษีชมทัคนีเมื่อกลับมาแล้วเห็นภรรยาของตนผิดแปลกไป ถึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น เรณุกาก็เล่าไปตามที่นางเห็นและรู้สึก ซึ่งนั่นทำให้ฤาษีชมทัคนีโกรธมาก พร้อมกล่าวหาว่าเรณุกามีจิตใจลามกชั่วช้า และสั่งให้ลูกๆฆ่าแม่ตัวเองเสีย แต่ไม่มีใครกล้าฆ่าแม่ของตน ฤาษีชมทัคนีจึงสาปให้ลูกๆทุกคนกลายเป็นคนวิกลจริตเสีย เผอิญกับที่ปรศุรามกลับมาพอดี ชมทัคนีจึงเล่าเรื่องทั้งหมดพร้อมกับสั่งให้ฆ่าแม่เสีย แม้ปรศุรามจะไม่อยากทำ แต่ก็ต้องจำใจทำ จึงหยิบขวานตัดหัวเรณุกาผู้เป็นแม่ขาดสะบั้น ด้านชมทัคนีก็พึงพอใจอย่างยิ่ง จึงให้ปรศุรามขอพรได้ 3 ข้อ ซึ่งปรศุรามก็ขอให้แม่ฟื้นคืนชีพ ให้พี่ๆทั้งสี่ของตนกลับมาเป็นปกติ และขอให้ตัวเองมีฤทธิ์ อายุยืน และมีเกียรติเช่นพราหมณ์ และทั้งเจ็ดพ่อ-แม่-ลูกก็อยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุข

ตัดไปที่ท้าวอรชุนกรรตวีรยะกันบ้าง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พี่แกไปหาเรื่องฤาษีวสิษฐ์จึงยกทัพมาล้อมอาศรมไว้ แต่ด้วยที่ฤาษีวสิษฐ์มีโควิเศษ "สุรภี" อยู่กับตัว จึงขอให้แม่โคเนรมิตกองทัพมาสู้ ซึ่งสามารถเอาชนะกรรตวีรยะได้ด้วย ด้านกรรตวีรยะซึ่งเสียหน้าจากความพ่ายแพ้ที่มีต่อฤาษีวสิษฐ์จึงออกล่าสัตว์แก้เซ็งไปเรื่อยๆ จนมาถึงบริเวณอาศรมของฤาษีชมทัคนี ซึ่งตอนนั้นมีเพียงเรณุกาที่อยู่เฝ้าอาศรม กรรตวีรยะจึงขอเข้าไปพักผ่อนในอาศรม ซึ่งเรณุกาก็ให้การต้อนรับอย่างดี โดยให้โควิเศษของตนเนรมิตอาหารชั้นเลิศเพื่อเลี้ยงแขก ด้านกรรตวีรยะก็เกิดความโลภอยากได้โควิเศษจึงขอโควิเศษไป แต่เรณุกาปฏิเสธเพราะหากไม่มีโควิเศษนี้ตนรวมไปถึงสามีและลูกไจะลำบาก กรรตวีรยะจึงเปลี่ยนขอลูกโคของโควิเศษ ซึ่งก็ถูกปฏิเสธอีกเพราะไม่อยากพรากแม่ลูกไป กรรตวีรยะก็หัวร้อนสิครับ ไล่พังของในอาศรมและสั่งให้ทหารจับลูกโคไปพร้อมกับบอกว่าใครตามไปจะต้องตาย แล้วก็ออกไปจากอาศรมเสียดื้อๆ

สักครู่ใหญ่ ฤาษีชมทัคนีก็กลับมาเห็นสภาพของอาศรมที่เละเทะด้วยฝีมือของกรรตวีรยะ จึงถามเรณุกาว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมด ฤาษีชมทัคนีก็ไม่ได้รู้สึกอะไรและปลอบใจนาง นางจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ปรศุรามฟัง ทีนี้ปรศุรามก็หัวร้อนสิครับ ถึงกับหยิบขวานและธนูออกไปติดตามกรรตวีรยะเพื่อแก้แค้นแทนแม่ของตนทันที

ผ่านไปสักพัก ปรศุรามก็ตามทันทัพของกรรตวีรยะ จึงได้แนะนำตัวพร้อมกับท้าสู้กับกรรตวีรยะ ซึ่งก็แน่นอนว่ากรรตวีรยะต้องรับคำท้าอยู่แล้ว การต่อสู้ระหว่างกษัตริย์พันมือกับพราหมณ์หนุ่มผู้มีขวานเป็นอาวุธก็เริ่มต้นขึ้น การต่อสู้เป็นไปอย่างสูสี แต่สุดท้ายปรศุรามก็ถือไพ่เหนือกว่า เขาได้ยิงธนูทำลายมือทั้งพันมือของกรรตวีรยะจนหมดสิ้น และใช้ขวานของพระศิวะตัดหัวของกรรตวีรยะขาดสะบั้น! เหล่ากองทัพที่เห็นภาพกษัตริย์ของตนถูกตัดหัวก็เกิดความหวาดกลัวและหนีไปคนละทิศละทาง

ด้านปรศุรามหลังจากสังหารกรรตวีรยะได้แล้วก็กลับมาเล่าให้พ่อแม่ของตนฟัง ฤาษีชมทัคนีผู้เป็นพ่อจึงบอกไปว่าการทำเช่นนี้จะก่อให้เกิดการจองเวรไม่สิ้นสุด แต่ปรศุรามก็ไม่ได้แคร์อะไร ทางด้านโอรสของกรรตวีรยะเมื่อทราบข่าวการตายของผู้เป็นบิดาก็รู้สึกเสียใจและบังเกิดความแค้น จึงตัดสินใจยกกองทัพไปยังอาศรมของฤาษีชมทัคนีและสังหารฤาษีชมทัคนีในอาศรมในขณะที่คนอื่นๆไม่อยู่ และทิ้งศพไว้ที่อาศรม

เมื่อปรศุรามกลับมาที่อาศรม และได้เห็นศพของฤาษีชมทัคนีก็บังเกิดความเสียใจเป็นกำลัง และจากความโศกเศร้าก็ได้กลายเป็นความแค้น จึงประกาศไปว่า "ข้าขอประกาศตนเป็นปฏิปักษ์กับเหล่ากษัตริย์ทั้งหลาย และจะขอตามล้างตามฆ่าพวกมันให้หมดสิ้นจากโลกนี้!!!" และแล้ว ภารกิจสังหารโหดเหล่ากษัตริย์ก็เริ่มต้นด้วยการฆ่าเหล่าลูกๆของกรรตวีรยะ และเริ่มออกเดินทางสังหารเหล่ากษัตริย์ไปเรื่อยๆ ซึ่งการฆ่านั้นเขาไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กชาย จะเว้นให้ก็แต่มเหสีและเด็กหญิงเท่านั้น ซึ่งการออกเดินทางสังหารกษัตริย์นั้นเขาได้กระทำไปถึง 21 ครั้ง! และเมื่อการแก้แค้นของเขาสำเร็จจึงยกโลกให้กับฤาษีกัศยปะและหลีกจางทางโลกไปบำเพ็ญตบะต่อไป


ส่วนเรื่องราวที่ปรศุรามไปหักงาพระพิฆเนศนั้น ก็มีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งปรศุรามต้องการจะเข้าเฝ้าพระศิวะ จึงเดินทางไปยังเขาไกรลาส แต่ก็ถูกพระคเนศขวางทางไว้ไม่ให้เข้าไป ปรศุรามบอกกับพระคเนศไปว่าตนมีสิทธิ์เข้าเฝ้าพระศิวะได้ทุกเมื่อ แต่พระคเนศก็ปฏิเสธไม่ให้เข้าไป ทีนี้จากปากเสียงก็เริ่มใช้อาวุธคุยกันแทนแล้วครับ การต่อสู้ก็เป็นไปอย่างสูสี จนกระทั่งมีจังหวะหนึ่งที่พระคเนศเสียจังหวะ ปรศุรามจึงอาศัยจังหวะนั้นเอาขวานจามไปจนทำให้งาของพระคเนศหักไปข้างหนึ่ง (แต่จะเป็นข้างไหนนั้นผมไม่ทราบนะครับ แล้วเรื่องนี้เคยเป็นดราม่าของกรมศิลปากรด้วยนะครับ) ร้อนจนพระศิวะต้องมาเคลียร์ให้ในที่สุด

ปรศุรามเป็นหนึ่งผู้มีอายุยืนทั้ง 7 ในวรรณคดีอินเดียครับ โดยเขาก็มีบทบาทอยู่ทั้งในรามายณะและมหาภารตะด้วย โดยเขาจะมีชีวิตจนถึงการอวตารครั้งสุดท้าย (ครั้งที่ 10) ของพระนารายณ์เลยทีเดียว โดยเขาจะเป็นผู้ส่งมอบอาวุธให้กับนารายณ์อวตารปางที่ 10 นั่นเอง

SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments

Takumi
1 year ago
ถ้า ปางที่ 10 ทำเป็นหนัง ขึ้นมานี่ น่าสนใจน่าดูเป็นแนวโลกอนาคต แต่ถ้าทำเป็น หนัง Sci-Fi ผมนึกภาพไม่ออกเลย จริงๆ
Reply