สงครามส่วนสูงภาคสอง: เงาของวรรณ (11)
ซัมเมอร์รอบสอง  

ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนก่อนขึ้น ม.ปลาย ทางบ้านส่งผมไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษอีกหนึ่งรอบ

หนนั้น ผมกลายเป็น “พี่ใหญ่” ผู้มีอายุมากสุดประจำคณะ โดยมีเพื่อนรุ่นน้องชายหญิงอีกประมาณสิบชีวิตจากหลากหลายโรงเรียน ร่วมเดินทางไปเรียนภาษาพร้อมกัน

น้องๆ ที่ไปอังกฤษด้วยกันในครั้งนั้น ส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กจบ ม.2 จะขึ้น ม.3 และจบ ม.1 จะขึ้น ม.2

พี่ใหญ่อย่างผมควรจะตัวสูงที่สุดในกลุ่ม แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีน้องผู้ชายสองคนที่ตัวโตกว่าผม คือ “เอก” ที่กำลังจะขึ้น ม.3 พร้อมส่วนสูง 174 ซม. และ “น็อต” ที่กำลังจะขึ้น ม.2 ด้วยส่วนสูง 170 ซม.

ที่น่าอายกว่านั้น คือ ผมดันเตี้ยกว่า “แอน” น้องผู้หญิง ที่กำลังจะขึ้น ม.3 แต่อายุน้อยกว่าผมเกือบสองปี

ผมเจอแอนครั้งแรกเมื่อวันปฐมนิเทศที่เมืองไทย และคาดว่าเธออาจตัวสูงกว่าผมตั้งแต่วันดังกล่าว

ทว่า หลังจากได้ทำความรู้จักกันที่เมืองนอก แอนในวัย 13 ย่าง 14 ปี ก็มักจะบอกว่าเธอตัวสูง 168 ซม. เท่าผม เพื่อนรุ่นพี่ผู้มีอายุย่าง 16 ปี  

ในการเรียนภาษาอังกฤษ ทางโรงเรียนได้จัดแบ่งเด็กไทยออกเป็นสองกลุ่มตามทักษะพื้นฐานที่แตกต่างกัน โดยคนที่ภาษาดีหน่อยจะได้อยู่ห้อง “เอ” ส่วนคนที่ความสามารถอ่อนกว่าจะถูกจัดไปเรียนห้อง “บี” 

ผมกับแอนได้เรียนในห้องเอร่วมกัน

วันหนึ่ง ช่วงท้ายๆ คอร์ส ครูฝรั่งจัดให้เด็กๆ เล่นเกมในเวลาว่าง โดยขั้นแรก ทั้งหมดต้องมายืนเรียงแถวตามลำดับไหล่ไล่ความสูงกันก่อน

คนที่อยู่หัวแถวของห้องเอ คือ เอก ถัดจากนั้นเป็นน็อต แล้วแอนก็บอกผมให้ขึ้นไปยืนเป็นลำดับสามก่อนหน้าเธอ แต่ครูชาวอังกฤษกลับไม่เห็นด้วยนัก เพราะแกรู้สึกว่าแอนน่าจะตัวสูงกว่าผม หรือเผลอๆ อาจสูงสูสีกับน็อตด้วยซ้ำ

สุดท้าย แกเลยแนะนำให้แอนมายืนเป็นลำดับสาม โดยมีผมถอยไปเป็นเบอร์สี่แทน 

เนื้อหาหลักของเกมวันนั้นคือการสอนให้นักเรียนรู้จักแปรส่วนสูงจากหน่วยเซนติเมตรเป็นฟุต ซึ่งนิยมใช้กันในประเทศอังกฤษ

ส่วนสูง 168 ซม. ของผมและแอน ก็เท่ากับ 5 ฟุต 6 นิ้ว ส่วนสูง 170 ซม. ของน็อต ก็จะเป็น 5 ฟุต 7 นิ้ว ขณะที่ความสูง 174 ซม. ของเอก จะมีค่าประมาณ 5 ฟุต 8 นิ้วครึ่ง

แล้วหลังเล่นเกม คุณครูก็พานักเรียนไปวัดส่วนสูงจริง เพื่อจะดูว่าแต่ละคนตัวสูงเท่าไหร่กันแน่ในหน่วยการวัดแบบอังกฤษ

ปรากฏว่าเอกขึ้นวัดได้ 5 ฟุต 9 นิ้ว (175 ซม.) น็อตขึ้นวัดได้ 5 ฟุต 7 นิ้วครึ่ง (ราว 171 ซม.) ส่วนแอนวัดได้ 5 ฟุต 7 นิ้ว (170 ซม.)

ขณะที่ผมวัดได้ 5 ฟุต 6 นิ้ว หรือ 168 ซม. ตามที่คาดการณ์เอาไว้
 
เท่ากับว่าน้องๆ 3 คนแรกนั้นยังเจริญเติบโตโดยต่อเนื่อง จนส่วนสูงที่วัดได้ของเขาและเธอขยับเคลื่อนหน้าจากความสูงเดิมของพวกตน

สวนทางกับผมที่ตัวไม่สูงขึ้นเลยในช่วงซัมเมอร์!
 
นักเรียนห้องบีก็ต้องเล่มเกมและเรียนรู้เรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน

“ไวท์” กับ “หยาด” คือน้องผู้หญิงสองคนจากห้องบีที่มีรูปร่างสูงสูสีใกล้เคียงผม ทั้งที่พวกเธออายุอ่อนกว่าผมถึงสามปี และกำลังจะขึ้นชั้น ม.2 เท่านั้น

ช่วงแรกๆ ที่ไปถึงอังกฤษ ผมเคยพูดคุยกับน้องสองคนนี้ โดยไวท์บอกว่าตัวเองสูง 165 ซม. ส่วนหยาดระบุว่าส่วนสูงของเธออยู่ที่ 164 ซม.

แต่หลังจากเวลาผ่านพ้นไปราวหนึ่งเดือน ผมกลับเริ่มรู้สึกว่าตนเองไม่ได้สูงกว่าไวท์และหยาดอย่างขาดลอย 3-4 เซนติเมตร แล้วผลการวัดส่วนสูงก็บ่งบอกว่าสิ่งที่ผมแอบคิดไว้นั้นถูกต้อง

เพราะครูฝรั่งวัดส่วนสูงให้ไวท์ได้ 5 ฟุต 5.75 นิ้ว หรือประมาณ 167 ซม. ส่วนหยาดก็สูง 5 ฟุต 5 นิ้วครึ่ง หรือราว 166 ซม.

ไวท์จึงเตี้ยกว่าผมเพียง 1 เซนติเมตร ขณะที่หยาดก็เตี้ยกว่าผมแค่ 2 เซนติเมตร 

เมื่อไวท์ซึ่งเป็นคนมีบุคลิกค่อนข้างห้าว ชอบพูดจาตรงไปตรงมา รู้ว่าผมสูงกว่าเธอแค่ “เซนต์เดียว” เธอก็ตั้งคำถามแบบขวานผ่าซากใส่ผมทันทีว่า

“ทำไมพี่เพลิงถึงไม่สูงล่ะ?”
 
คำถามของเธอเล่นเอาผมตอบไม่ถูกไปไม่เป็น

แม้แต่หยาดที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กัน ก็ยังเข้าใจคำถามของไวท์ผิด จนให้คำตอบแทนผมว่า “ก็ดื่มนมไง ตัวถึงสูง”
 
“บ้าแก ชั้นถามพี่เพลิงเค้าว่า ทำไมเค้าถึงเตี้ยเว้ย!” ไวท์อธิบายให้ชัดขึ้น

“อ๋อ ทีแรกชั้นได้ยินเป็น ‘ทำไมพี่เพลิงถึงสูงล่ะ?’” หยาดพูด

“โถ! สูงอะไร นี่จะขึ้น ม.4 แล้ว เพิ่ง 168 เองเนี่ยนะ” ไวท์รุกผมต่อ

“เออ จริง พี่เพลิงอายุมากกว่าพี่แอนอีกไม่ใช่เหรอ แต่นี่เตี้ยกว่าพี่แอนตั้งเยอะ” หยาดซ้ำผมอีกดอก

“ปีหน้า ระวังโดนพวกหนูแซงนะเพ่” ไวท์เตือนภัยล่วงหน้า

ระหว่างที่น้องผู้หญิงสองคนสนทนาโต้ตอบกันไปมาว่าด้วยเรื่อง “ความเตี้ย” ของผม

ผมเองกลับพูดอะไรไม่ออก แม้เพียงคำเดียว! 
SHARE
Written in this book
"สงครามส่วนสูง" : ผมกับวรรณ
นิยายว่าด้วยการแข่งขันและมิตรภาพในวัยเยาว์ ผ่านประเด็นใจกลางอย่างเรื่อง "ส่วนสูง"

Comments