ผู้หญิงที่อยากกอดตลอดชีวิต
ในหนึ่งปี แม่จะเห็นภาพนี้ราวๆ 360 วัน
.
แม่เปิดร้านขายของนี้มาเท่ากับจำนวนอายุของเราลบด้วยสี่ กิจวัตประจำวันของแม่มีแค่ ตื่นนอน เปิดร้าน เฝ้าร้าน ทำงานบ้าน ก่อนจะปิดร้านในเวลาราวๆ 3 ทุ่ม ตั้งแต่จำความได้จนถึงปัจจุบัน แต่ละปีมีน้อยวันมากที่แม่จะออกจากบ้านไปไหนเกิน 24 ชั่วโมง
.
ไม่อยากออกไปไหนหรอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแม่คิดแบบนั้น ยิ่งเป็นวันหยุดแบบนี้ด้วยแล้ว คนค้าขายจะรู้ดีว่าในวันหยุดแบบนี้นี่แหละจะเป็นวันที่ร้านขายดีมากกว่าช่วงวันปกติ หากพลาดช่วงนี้ไปอาจหมายถึงกำไลที่หดหาย 
.
ยี่สิบกว่าปีกับสถานที่แห่งนี้มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่อยู่มากมายเต็มไปหมด บ้านก็ยังคงเป็นบ้านเหมือนเดิม แม้การตกแต่งภายในจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็ไม่มากเกินไปกว่าความทรงจำในวัยเด็ก เราเติบโตขึ้น แม่ตัวเล็กลง บ้านยังคงเดิม ตุ้กตาของเล่นบนชั้นที่เคยวานให้แม่หยิบให้ในวันนั้นกลับกลายเป็นเรื่องง่ายที่เราจัดการเองได้ในวันนี้ มือหนักๆที่เคยตีเราเวลาทำผิดกลับในวันนั้นกลายเป็นมืออันอ่อนโยนที่คอยโอบกอดเวลาเราเจ็บปวด
.
“ดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีกันอยู่”
“เหนื่อยก็กลับมาบ้านนะลูก”
“แม่เชื่อว่าลูกทำได้ ลูกเก่งจะตาย”
.
คำปลอบใจสามัญที่แม่มักใช้บ่อยๆเวลารู้ว่าลูกซักคนกำลังมีปัญหา คิดว่ามันคงมีพลังวิเศษบางอย่างอยู่ในคำพูดเหล่านั้นนั้นละมัง ทุกครั้งที่ได้ยินประโยคเหล่านี้มันเหมือนมีบางอย่างให้เราอยากสู้ต่อไป จะอีก 5 ปี 10 ปี หรือต่อจากนี้ไปอีกนานเพียงไหน เรายังเป็นเด็กน้อยในความทรงจำของแม่เสมอๆ
.
เราคงไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองขนาดนั้นหรอก ที่ทำอยู่ในทุกวันก็คงทำไปเพื่อยืนยันประโยคที่เคยลั่นไว้ว่าถึงเวลาแล้วที่แม่ควรเก็บเงินที่หาได้เพื่อให้ตัวเองได้ใช้บ้าง ลำพังชีวิตเราในตอนนี้และเงินที่หาได้แบบเดือนชนเดือน ส่งให้แม่บ้างในจำนวนที่ไม่มากเท่าไร อยากให้แม่เก็บเงินที่หาได้สำรองไว้เผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ไม่อยากให้เป็นห่วงเรามากนักหรอก แต่ยังไงเสีย สุดท้าย มนุษย์เองก็ยังถูกโยงไว้ด้วยสายใยบางอย่างกับใครซักคนเสมอ และนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเหตุผลในการมีชีวิตอยู่
.
เราเริ่มเห็นเด็กดื้อที่เคยเป็นเราในวันนั้นปรากฏอยู่ในร่างของแม่รางๆในหลายครั้งที่เราคะยั้นคะยอให้แกหยุดงานบางอย่างเพื่อรักษาสุขภาพให้ดีกว่านี้ หลายครั้งที่เรารู้ว่าแม่ทรุดโทรมลงไป แต่แกก็ชอบพูดเสมอว่าแม่ยังไหวน่า แค่นี้สบายมาก เพียงแต่ยาสามสี่ถุง และใบนัดตรวจสุขภาพในรอบหลายครั้งที่ผ่านมาก็พอยืนยันได้แล้วว่าในความเป็นจริง สังขารของแม่กำลังโรยราเรื่อยๆ ตามกลไกของเวลา
.
บ้านเงียบไปตั้งแต่วันที่ลูกทั้งคู่ต้องออกไปอยู่ห่างไกลในขณะที่แม่ยังอยู่ที่เดิม อยู่เป็นกำลังหนุนให้ในวันที่ทุกคนในครอบครัวออกไปทำหน้าที่ตามความถนัด แม่รู้ว่าเป็นแบบนี้มา 5-6 ปี แม่จะชินหรือยัง แต่ทุกครั้งที่กลับบ้านแล้วเห็นรอยยิ้มแม่พร้อมอาหารอร่อยๆมากมายก็ทำเอาลืมคำถามนั้นไปเสียหมด
.
ไม่มีวันไหนเป็นวันสำคัญมากไปกว่าวันที่ลูกกลับมาอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาหรอก แม่มักจะพูดเช่นนี้เสมอๆ เช่นเดียวกันกับวันนี้ ไม่มีดอกไม้หหรือพวงมาลัย ไม่มีการหมอบกราบเท้า ไม่มีอะไรให้เซอร์ไพรซ์ และเป็นประจำดังเช่นในทุกเสาร์ แม่ตื่นมาแต่เช้าเพื่อมาเปิดร้าน วานให้ลูกและพ่อเฝ้าร้านแทนให้หน่อย ส่วนตัวแกก็ออกจากบ้านเพื่อไปหาซื้อของใหม่ๆมาเติมสินค้าที่ขายออกไป แม่ยังทำหน้าที่ในส่วนนี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องมากว่า 20 ปี และไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน เพียงแต่วันนี้เป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเท่านั้นก็ดีมากแล้ว
.
รู้แหละว่าแม่รัก และแม่ก็รู้เหมือนกันว่าเราเองก็รักแม่ คิดว่าแม้แต่คนใจหยาบแค่ไหนก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความรักนี้ เป็นความรักที่ไม่ต้องใช้คำอื่นใดแทนความหมาย เป็นความรักที่สัมผัสได้ผ่านทางการกระทำ ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นตัวแทนของความรักอันยิ่งใหญ่อย่างทัชมาฮาล
.
บ้านยังเป็นสถานที่ปลอดภัยในทุกครั้งที่เรากลับมาเสมอๆ นึกภาพไม่ออกเหมือนกัน อะไรจะเกิดขึ้น หากวันใดวันหนึ่งคนในครอบครัวต้องจากไปตามเงื่อนไขของสิ่งมีชีวิต
.
ก็คงพูดปิดท้ายแบบเดิมอย่างที่เคยพูดไว้บ่อยๆ
คือเรารู้เสมอแหละว่าอย่างไรวันใดวันนั้นก็ต้องมาถึง
.
แต่กว่าจะถึงวันนั้น
.
แค่ในวันนี้ที่ยังมีกันและกันอยู่
เท่านี้ก็ดีมากแล้ว
.
ป.ล. ในรูปนั่นพ่อเราเอง
SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

LonelyShadow
2 years ago
เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลานครับ
ทำงานขันแข็ง
ไม่มีวันใดที่ไม่มีค่า
Reply
Thaya
2 years ago
คล้ายที่บ้านเรามากๆเลย ร้านค้าและแม่ก็ทำงานมาตลอด (: 

Reply
Peamlaliz
1 year ago
แม่ Super mom
Reply
Pimkitti
5 months ago
แม่ยังไหว คงเป็นประโยคยอดฮิตของแม่เรา ทั้งๆที่ถุงยาก็เยอะแยะเต็มไปหมด ... ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
Reply