ความสุขเช่าได้
“Money can't buy happiness." 
เป็นวาทกรรมยิ่งใหญ่ที่ โฮเวิร์ด ฮิวจ์ (Howard Hughes) นักธุรกิจ มหาเศรษฐีระดับโลกฝากเอาไว้ให้กับโลก

ไม่นาน เวียร์ด แอล แยงโควิก ("Weird Al" Yankovic) นักร้อง-นักแต่งเพลงล้อเลียน กลับเปลี่ยนกรอบความคิดเราใหม่ 
“If money can't buy happiness, I guess I'll have to rent it.”
ถ้าซื้อความสุขมาไม่ได้ ก็ใช้เงินเช่ามันมาซะ!!!
 ฟังดูตลกร้ายเหมือนกันนะครับ
แต่ก็เป็นคำพูดที่เข้ากับยุคเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) อย่างในทุกวันนี้เสียเหลือเกิน

อย่างที่เห็นกันครับว่า การพัฒนาของเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงทรัพย์สินหรือบริการของกันและกันอย่างง่ายดายมากขึ้น แม้จะเพียงช่วงเวลาหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าสินค้าหรือบริการของธุรกิจแบบ P2P (Peer to Peer) ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ แถมมีราคาถูกกว่าการซื้อมือหนึ่ง เข้าถึงสินค้าบริการได้ง่ายด้วย Applications Platform

ลองคิดกันเล่นๆ ก็คงพอจะนึกตัวอย่างธุรกิจแบบนี้กันออก เช่น Uber (เช่าแท็กซี่), Airbnb (เช่าบ้าน) ของระดับโลก หรือ Fixzy (เช่าสารพัดช่างของบ้านเรา) Mobike , Molisan (เช่าจักรยานและกร่มในจีน) เป็นต้น

Futurism สำนักสื่อออนไลน์เคยพาดหัวไว้ว่า "The Era of Ownership is Ending" 
เห็นได้ชัดครับว่า เรากำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ต้อง "ซื้อ" (shop) เพื่อเป็นเจ้าของ มาสู่ยุคแห่งการ "แบ่งปัน" (share) กันอีกครั้ง แต่คงเป็นการแลกเปลี่ยนกันภายใต้หลักคิดทางธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่ต่างไปจากเดิม

เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ทาคาโนบุ นิชิโมโต้ (Takanobu Nishimoto) ชาวโอซาก้าวัย 46 ปี กำลังนั่งอยู่บนรถไฟเพื่อเดินทางไปสอนแฟชั่นที่วิทยาลัยตามปกติ อยู่ดีๆ สาววัยรุ่นที่นั่งอยู่ข้างกันก็หันมาบอกกับเขาว่า
"คุณช่างเป็นคุณลุงที่ดูน่ารัก และอบอุ่นซะจริงๆ" 
หลังจากอารมณ์เขิลจนหน้าแดงแล้ว นิชิโมโต้ก็เกิดไอเดียที่จะแบ่งปันสิ่งที่มีค่าของเขาให้กับคนอื่น

ท่ามกลางการแข่งขันและความกดดันในสังคม ความเครียดกับปัญหาคือสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นต้องเผชิญอยู่ทุกวัน และเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องการใครสักคนที่จะมารับฟังสิ่งที่สุมอยู่ในใจและไม่สามารถระบายออกให้ใครฟังได้ 

นั่นคือที่มาของธุรกิจ "บริการลุงเช่า" หรือ Ossan Rental
(Ossan ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึงชายวัยกลางคน อายุ 45-55 ปี)

นิชิโมโต้ก่อตั้งธุรกิจนี้ขึ้นมาจากแนวคิดเริ่มต้นเพียงว่า อยากจะแบ่งปัน "เวลาว่าง" ของตัวเองให้กับใครสักคนที่ต้องการ และหวังว่ามันจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ชายกลางคนที่มักถูกมองในแง่ลบให้กลับมาเป็นที่ยอมรับในสังคมญี่ปุ่น

Ossan Rental มีบริการหลากหลาย ตั้งแต่เป็นเพื่อนคุย ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิต ความรัก การเรียน การทำงาน จนถึงเป็นเพื่อนแก้เหงาไปเดินซื้อของหรือเดินเที่ยว

บางครั้งถูกจ้างให้ไปเยี่ยมคนป่วยที่ไม่รูัจัก บ้างไปเป็นผู้ปกครองของเจ้าสาวในพิธีแต่งงานแทนคุณพ่อที่เสียไป ลูกค้าบางคนจองคิวยาว อย่างหญิงชราวัย 80 ปี ก็เคยจ้างให้นิชิโมโต้พาไปเดินเล่นในสวนสาธารณะทุกสัปดาห์ และแน่นอนครับว่า ข้อห้ามเด็ดขาดของนิชิโมโต้ คือ ห้ามแตะเนื้อต้องตัวของลูกค้า รวมถึงห้ามมีเซ็กส์กับลูกค้า

เห็นแบบนี้ ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2012 จนถึงปัจจุบัน ธุรกิจลุงเช่าของนิชิโมโต้ มีเครือข่ายลุงพร้อมให้บริการ (ผ่านการคัดเลือกแล้ว) ประมาณ 80 คนทั่วญี่ปุ่น มีเว็บไซต์พร้อมให้บริการกับลูกค้า คิดค่าบริการเพียง 1,000 เยนต่อชั่วโมง ประมาณสามร้อยกว่าบาทไทย

โดยเหตุผลที่นิชิโมโต้ต้องเก็บเงิน เพราะไม่อยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าการบริการครั้งนั้นเป็นบุญคุณที่ต้องกลับมาทดแทน ซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัดจนทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นหมดความหมายไป

อย่างไรก็ตาม แม้จะฟังดูเป็นธุรกิจที่แปลกไปสักหน่อย
แต่จากคำตอบรับของลูกค้าก็ยอมรับว่า Ossan Rental เป็นบริการที่ช่วยเหลือพวกเขาให้หลุดออกจากความกังวลใจหรือความเครียดต่างๆ ได้จริง
เพราะบางครั้ง การได้พูดคุยหรือเล่าปัญหาให้คนแปลกหน้าฟัง
ทำให้ไม่ต้องแบกรับความคาดหวังหรือการตัดสินใดๆที่ผู้ฟังจะมีกลับมา
พวกเขาจึงกล้าที่จะเล่าให้พวกลุงเช่าฟังมากกว่าคนใกล้ตัว 
ซึ่งตรงกับความเห็นจากนักจิตวิทยาชาวญี่ปุ่นที่บอกว่า
เพราะญี่ปุ่นมีระบบระเบียบทางสังคมสูง ต้องคิดตลอดว่าเรื่องไหนควรพูดกับใคร
คนญี่ปุ่นจึงต้องคอยระแวดระวังคำพูดของตนเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลัวว่าจะกระทบจิตใจคนใกล้ตัว

ทำให้การจ้าง “คนอื่น” เพื่อมารับฟังเรื่องราวต่างๆ จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าพอที่จะจ่าย 
"Sometimes people just need someone to listen to them. No need for advices and words, just a listening ear." 
จากตัวอย่างธุรกิจลุงเช่า และธุรกิจอื่นๆ ในโลกยุค Sharing Economy
สิ่่งที่น่าสนใจคงไม่ใช่เรื่องของรูปแบบธุรกิจที่หลากหลายเพียงเท่านั้น
แต่เราอาจต้องตั้งคำถามกันใหม่กับ “การเป็นเจ้าของ”
การไขว่คว้ามาไว้เพื่อครอบครอง อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป

นิชิโมโต้ ไม่เคยคิดเป็นเจ้าของเวลาว่างของตัวเอง
แต่เลือกที่จะแบ่งปันมันให้กับใครสักคนที่ต้องการ - ลูกค้า
ผมว่าหลักคิดนี้ใช้ได้กับทุกเรื่องครับ
แม้กระทั่งเรื่อง "ความสุข"


อ้างอิงเนื้อหาจาก
- นิตยสาร “คิด” Creative Thailand เดือน ก.ค.60
- http://en.rocketnews24.com/…/we-tried-tokyos-rent-a-middle…/
ภาพประกอบจาก
- japanyay.com
SHARE
Writer
ssattawatop
Storyteller
Contract me ssattawatop@gmail.com

Comments