วันสุดท้าย ทร.ผลัดสาม
เป็นสิ่งที่ใครต่อใครต่างคิดไม่ถึงเลยจริงๆ วันนี้มันเป็นวันปลดประจำการทหารเกณฑ์ของเราแล้วแท้ๆ แต่พวกผมซึ่งสังกัดกรม รปภ. น.ย. กลับโดนกักให้อยู่ต่ออีกหนึ่งวัน ไม่ใช่แค่นั้น เรายังถูกทำโทษด้วยการให้วิ่งขึ้นเขากรมหลวงชุมพรกันอีก และหมวดแกคงเห็นว่าแค่นี้ยังสนุกน้อยไปหรืออย่างไรไม่ทราบได้ แกเลยสั่งให้เราเอาเป้สนาม ซึ่งเราเรียกกันแบบนั้น ใส่ทรายจากหาดเตยงามสะพายหลังขึ้นเขาไปด้วยอีกต่างหาก

สำหรับผมจริงๆ แล้วนอกจากโทษกักให้อยู่ต่อก็ไม่ได้มีโทษอื่นใดอีก รวมถึงการขนทรายขึ้นเขานี่ด้วย แต่เพราะความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงนั่นแหละ ผมจึงได้ร่วมชะตากรรมกับเพื่อนๆ ในวันที่น่าจะได้ปลดประจำการของเราในที่สุด

เรื่องมันมาจากเมื่อคืนนี้เลย ตามธรรมเนียมปฏิบัติ 'เรียกให้โก้แค่นั้นแหละ' ทหารที่จะปลดประจำการวันรุ่งขึ้น จะได้รับอนุญาตแบบไม่เป็นทางการ ให้หาสุราเหล้ายามาฉลอง หรือสั่งลาชีวิตสองปีในรั้วลวดหนามของเรากันได้ ซึ่งเมื่อคืนผมรู้สึกไม่ค่อยสบายก็เลยขอตัวนอน ไม่ได้อยู่ร่วมฉลองกับพวกมันกัน ตื่นมาตอนดึกลุกเข้าห้องน้ำก็รู้สึกว่ามันดูเงียบพิกล เห็นแต่พวกเพื่อนๆ จับกลุ่มยืนคุยอะไรกันสักอย่างในมุมมืดเลยลองแวะเข้าไป

'หมวดบอกไม่ให้กินเหล้า' พวกเราฅนหนึ่งบอกกับผม ทุกฅนดูท่าไม่พอใจกันนักหรอก ผมเองก็ไม่พอใจที่ได้ยินแบบนี้เหมือนกัน อยู่ดีๆ จะมายกเลิกธรรมเนียมที่ควรปฏิบัติกับผลัดของผมเพราะหมวดเจ้าระเบียบฅนนี้ได้อย่างไร เลยยุส่งไปเลยว่าพวกมึงไม่ต้องกลัว กินกันไปเลย พรุ่งนี้เราก็จะปลดแล้ว ดูสิว่าหมวดแกจะทำอย่างไรได้ และไม่ลืมทิ้งท้ายด้วยว่า 'เกิดอะไรขึ้นกูรับผิดชอบกับพวกมึงเอง' ฟังดูโก้ชะมัด

และไอ้คำพูดโก้ๆ นั่นแหละที่ทำให้ผมต้องแบกทรายขึ้นเขาไปกับพวกมัน... เท่าที่ผมทราบคือพอพวกมันไม่เชื่อฟังหมวดก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน แต่เมื่อทำอะไรไม่ได้หมวดก็โทรหาผู้การ เป็นเรื่องสิครับ ผู้การฉุนสิที่ถูกปลุกกลางดึกอย่างนั้น และหมวดเองก็ใช่ว่าจะรอด เพราะตามลำดับฅนที่หมวดจะต้องรายงานก่อนต้องเป็นผู้กอง แต่แกกลับข้ามขั้นตอนเสียอย่างนั้น นั่นแหละ จึงได้มีคำสั่งให้กักตัวพวกเราอยู่ต่ออีกวัน และลงโทษทั้งพลทหารที่จับกลุ่มกินเหล้า และหมวดจ่าที่เข้าเวรให้ต้องวิ่งขึ้นเขากันทั้งหมด

'เมื่อคืนกูหนักไปหน่อยมึงเป้ทรายแทนกูทีสิ' ออกวิ่งไม่ทันจะได้ถึงไหนด้วยซ้ำ พวกเราฅนหนึ่งทำท่าร่อแร่ประกอบเมื่อหันมาบอกกับผม ซึ่งอย่างที่บอกว่าผมนั้นไม่ได้ถูกทำโทษให้วิ่งขึ้นเขากับพวกมัน แต่ดันไปเผลอพูดว่ากูรับผิดชอบกับพวกมึงนั่นแหละ เมื่อร่วมหัวกันแล้ว ก็เลยต้องจมท้ายมาด้วยกัน จะได้ไม่มีใครว่าได้ว่าดีแต่พูด... และด้วยความที่ผมไม่ได้ถูกสั่งทำโทษแต่สมัครใจมาเอง จึงไม่ได้เอาเป้สนามมา หรือไม่ต้องขนทรายแต่อย่างใด มันฅนนี้เลยเห็นช่องที่จะหงายการ์ด 'กูหนักไปหน่อย' ใส่ผมนั่นแหละ... 

มาถึงตอนนี้ไหนไหนแล้วก็ไหนไหนเถอะ อย่างน้อยอยู่ด้วยกันมาสองปี ผมเองก็มีเรื่องแย่ๆ อยู่พอควร เผื่อพวกมันจะจำด้านดีๆ ของผมได้บ้าง...

ในที่สุดผมก็เลยต้องสะพายทรายวิ่งขึ้นเขาแทนมันไปตลอดทาง.

ภาพประกอบ : อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน อ่าวเตยงาม สัตหีบ ชลบุรี 
SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าของลุงน้อย
ความหลังครั้งเก่า เรื่องเล่า เรื่องโม้
Writer
Lava
ผู้เฒ่าธรรมดา
เจ้าปัญหา จอมโวยวาย

Comments