เป็นเด็ก..เจ็บสุดไม่ใช่แค่หกล้ม
หลายครั้ง..ที่เราพบว่ายิ่งโตขึ้น ปัญหาอะไรก็ดูจะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ต้องหัดเป็นผู้ใหญ่ให้ได้เสียที ความคาดหวังทั้งจากคนรอบข้างและจากตัวเราเองก็ทำให้รู้สึกกดดันกับตัวเองไม่น้อย 

หลายครั้ง..ที่เรารู้สึกอยากหลีกเลี่ยงปัญหาทั้งหมด อยากหนีกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะยังไงเป็นเด็กเจ็บสุดก็แค่หกล้ม...? แต่จริงๆ แล้ว การเป็นเด็กนั้นเจ็บสุดก็แค่หกล้มจริงหรือ? 

ว่าแต่..การเป็นเด็กนี้มันถือว่าสิ้นสุดที่อายุเท่าไหร่กันนะ คงไม่สามารถบอกคำตอบที่ตายตัวได้ แล้วเด็กที่เจ็บสุดคือหกล้มนี้มันน่าจะอายุเท่าไหร่กัน คือเด็กที่เพิ่งเริ่มเดินเตาะแตะหรือเปล่า? หากว่ากันตามตรงเด็กวัยนั้นน่าจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดที่สุดเลย ถ้าถูกละเลยก็เสียชีวิตได้เลยนะ เพราะงั้นเจ็บสุดไม่ใช่แค่หกล้มแน่นอน แต่คือการไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีต่างหาก 

ความเปราะบางของเด็กนี้แหละที่ทำให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ ปัญหาที่ผู้ใหญ่ชอบมองว่าก็แค่...เอง ซึ่งก็คงเป็นเพราะผู้ใหญ่เคยผ่านเรื่องราวแบบนั้นมาแล้ว เลยมองว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต แต่สำหรับคนที่ไม่เคยพบเจอปัญหานั้น ยังไงมันก็คงดูเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นอยู่ดี 

มีหนังอยู่ 2 เรื่องที่เรานึกถึงเกี่ยวกับความสำคัญในการเลี้ยงเด็กและเกี่ยวกับปัญหาที่เด็กต้องเผชิญที่ไม่ควรมองข้าม เรื่องแรกคือ "We need to talk about Kevin" และเรื่องที่สองเป็นซีรีย์โด่งดังในปีนี้คือ "13 Reasons Why" ตัวละครจากทั้งสองเรื่องต่างต้องเจอกับปัญหาที่ไม่มีใครเข้าใจ ปัญหาที่เกิดจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ใครอาจมองว่าไม่สำคัญ แต่สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไปแล้วปัญหาเหล่านั้นถูกละเลยและสะสมต่อมาเรื่อยๆ ก็กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ใครก็คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นการลงมือฆ่าผู้อื่นหรือแม้กระทั่งฆ่าตัวเอง 

(มีการสปอยเนื้อหาบางส่วนของหนัง)
ในเรื่อง We need to talk about Kevin เราสงสัยมากว่าปัญหาทั้งหมดนั้นมันเริ่มมาจากอะไร แล้วใครเป็นคนเริ่มต้นความรุนแรงทั้งหมด อาจจะตั้งแต่ตอนที่คนเป็นแม่ฝืนการคลอดลูกเพราะไม่ได้ต้องการมีลูกในตอนนั้น ตอนที่ทารกร้องไห้เสียงดังแล้วคนเป็นแม่ไม่สามารถทำให้ลูกหยุดร้องได้ จนต้องเข็นลูกไปตรงที่มีคนกำลังเจาะถนนเพื่อให้ไม่ได้ยินเสียงลูกตัวเองร้อง เราเห็นว่าคนเป็นแม่พยายามทำดีกับลูกมาโดยตลอด แต่ลูกกลับแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับแม่มาตั้งแต่เด็ก จนหลายครั้งที่แม่หมดความอดทนแล้วต้องตอบกลับด้วยความรุนแรงเสมอมา หรือเด็กจะรับรู้ได้ว่าแม่ไม่ได้ต้องการตนเองแล้วเกิดน้อยใจจึงคอยสร้างปัญหาอยู่ตลอด หรือจริงๆ แล้วหากมีการพูดคุยปรับความเข้าใจอย่างจริงจังมากกว่านี้ หากคนเป็นแม่พยายามมากกว่านี้ เหมือนชื่อหนังที่บอกว่า We need to talk about Kevin ปัญหาทั้งหมดอาจจะหยุดเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่สายไป... 

ในเรื่อง 13 reasons why ที่เป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิงวัยมัธยมที่ต้องเจอเรื่องราวการกลั่นแกล้งต่างๆ นานา เราพบว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันที่เธอต้องเผชิญมันค่อยๆ กัดกร่อนความสดใสร่าเริง ความมั่นใจในตัวเองและความแข็งแกร่งของเธอไปทีละนิดละหน่อย จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง.. จุดที่เธอไม่สามารถรับมันได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจที่จะขอรับความเจ็บปวดเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตด้วยการกรีดข้อมือฆ่าตัวเอง 

บางที..การเป็นเด็กก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป เด็กเป็นวัยที่ต้องได้รับความใส่ใจและเข้าใจมากที่สุด เคยได้ยินว่า 20 ปีแรกของคนเราถือเป็นครึ่งหนึ่งของชีวิตที่จะกำหนดว่าอีกครึ่งชีวิตที่เหลือของเราจะเป็นอย่างไร เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเด็กจะมีอิทธิพลกับชีวิตของเราไปอีกนาน ตัวอย่างก็เห็นได้จากหนังที่ได้บอกไปนี้ล่ะ

สุดท้ายแล้ว จากทั้งสองเรื่องที่ได้ดูมันเกิดคำถามว่า "ถ้าหาก..." ขึ้นตลอดเวลา ถ้าหากเราเลือกที่จะทำดีต่อกันมากกว่านี้.. ถ้าเราเลือกที่จะรับฟังในสิ่งที่เขาไม่รู้จะพูดกับใคร.. ถ้าเราไม่มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไป.. ถ้าเราเลือกที่จะมองเรื่องที่ดีที่เกิดขึ้นมากกว่าเรื่องแย่ๆ.. ถ้าเราทำให้คนๆ หนึ่งรู้สึกได้ว่าเขายังมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง.. ชีวิตที่ยังเหลืออยู่ก็คงไม่แย่เท่าไหร่นักหรอกจริงมั้ย? :)



SHARE
Written in this book
Films
Me as an observer in the other worlds
Writer
adaorardor
writer
I write anything that comes to my mind.

Comments

latte
2 years ago
เป็นบทความที่ดี.
Reply
adaorardor
2 years ago
ขอบคุณนะคะ :D
LonelyShadow
2 years ago
ที่สำคัญ
ผู้ใหญ่บางคนไม่เคยเจ็บแบบที่เด็กโดน
แต่ทำเป็นรู้ดี บอกว่าเด็กไม่เจ็บ
Reply
T10
2 years ago
รู้สึกเหมือนกันว่า 20 = ครึ่งนึงแล้ว
Reply