Blue lovers
หากจะบัญญัติชื่อเรียกความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง  
ความล้มเหลวคงจะบังเกิดขึ้นให้เห็นตั้งแต่ในขั้นต้น
และหญิงสาวท่าทางไม่สนโลกแบบหล่อนคงจะไม่ยอมรับชื่อเรียกอะไรทำนองนั้นแน่
"บ้าเอ้ย" เสียงสบถอย่างคนเอาแต่ใจของเจ้าหล่อนแว่วขึ้นในโสตประสาทชั่วขณะหนึ่ง

เขาเพียงแต่ลอบมองหล่อนที่นั่งตรงข้ามเป็นพักๆ  สลับกับมองความวุ่นวายรอบข้างตัว
มนุษย์ชายหญิงผู้มึนเมา  กับน้ำหอมบนเรือนร่างที่ปรุงแต่งโดยแอลกอฮอล์

"มึงยังชอบดูภาพวาดของ Chagall อยู่ปะวะ?" เขาเอ่ยถามหล่อนถึงผลงานของศิลปินชาวรัสเซีย-เบลารุส  พยายามพังทลายความอึดอัดระหว่างเจ้าตัวและหญิงสาว  ในขณะที่หล่อนเริ่มมองสังเกตสิ่งเร้ารายรอบ

หล่อนพยักหน้าช้าๆ  ยิ้มเบาบาง "ทุกภาพของเขาทำให้กูรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันกำลังจะดีขึ้น  เหมือนได้ปรับสภาพจิตใจอะไรทำนองนั้นมั้ง" หล่อนตอบ
"ความจริงกูรู้สึกแบบนี้กับทุกครั้งที่เห็นภาพวาดนั้นแหละ  แต่สำหรับศิลปินคนนี้คงพิเศษกว่าหน่อย"

"ถ้าหลงใหลในงานศิลป์ขนาดนั้น  ทำไมถึงเลือกไปเรียนทางอื่นที่ไม่เกี่ยวกับศิลปะเลยวะ?"

"จะพูดยังไงดี" เสียงถอนหายใจแผ่วเบาแทรกขึ้น "กูมันไม่กล้าเลือกเอง  กูไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ากูชอบอะไร  แม่กูเคยบอกว่ากูอาจจะเป็นเด็กที่ไม่มีฝันถึงเรื่องอาชีพก็ได้"

"แต่มึงก็ต้องมีอะไรที่อยากทำอยู่แล้วบ้างดิ" 

"ก็คงมี  กูอยากเป็นหลายอย่างเลย  อาจจะเยอะเกินไปด้วยซ้ำ  แต่พอมันมีทางที่ใครสักคนเหมือนขีดไว้ให้กูเดิน  กูก็เริ่มเดินตามทางนั้นไป  ไม่กล้าจะแตกแถวออกมา" หล่อนเปรียบเปรย "ทางข้างหน้าหรือแม้แต่รอบตัวกูมันไม่มีอะไรชัดเจนเลยสักอย่าง"

"มึงมองว่ามันไม่ชัดเจน  เพราะมึงไม่มั่นใจในตัวมึงเอง" ชายหนุ่มออกความเห็นไปพลางคีบน้ำแข็ง  รินโซดา  และน้ำเมาสีอำพันเติมให้แก่หล่อน 

"เพราะงั้นแหละกูถึงไม่เคยกล้าเลือกอะไรสักอย่าง  กลัวพังมั้ง" หล่อนยักไหล่แสดงอาการไม่ยี่หระ  หัวเราะแห้งๆขึ้นมาเหมือนปลอบใจตัวเอง ยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก

สองคนมองหน้ากันเงียบๆสักพักก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายตั้งคำถาม
"เหมือนกับที่มึงไม่กล้าจะชัดเจนกับกูปะ?"

สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปภายใต้แสงไฟสลัวสีส้ม เพลงในร้าน เสียงคนพูดคุย
เหตุการณ์ในวันนั้นราวกับถูกฉายซ้ำขึ้นมาในความทรงจำ
ถ้อยคำอย่างสามัญธรรมดา  ที่หล่อนใช้ปฏิเสธความสัมพันธ์ของอีกฝ่าย

เป็นแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอวะ
  
ชายหนุ่มมองใบหน้าของเจ้าหล่อนด้วยอาการเรียบนิ่งรอคอยคำตอบ  
ดวงตาเรียวรีจ้องเขม็งมาที่เขา

"มึงโกรธกูหรอ" หล่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเจืออารมณ์ขุ่นมัว

"ช่างมันเหอะ" เป็นทีเขายักไหล่บ้าง  ยกแก้วของเหลวสีอำพันขึ้นดื่ม  ละสายตาจากคนตรงหน้า
หลังน้ำเมาอึกใหญ่ดูเหมือนความรู้สึกต่างๆพรั่งพรูอัดแน่นอยู่ที่อก

เขาเริ่มพูดขึ้นทิ้งตัวกับเก้าอี้ ท้ายทอยเกยกับพนักพิง  
ความนึกคิดที่ไม่ได้ผ่่านการกลั่นกรองจากสมอง
หากเพียงแต่ส่งผ่านมาจากหัวใจ
"มึงอยากให้กูอยู่ข้างๆแต่ไม่อยากให้กูเป็นอะไรกับมึงเลย  บางทีกูก็รู้สึกว่าทำไมมึงแม่งต้องใจร้ายขนาดนี้วะ"

หล่อนไม่ตอบ

เป็นค่ำคืนที่ความเมามายเริ่มทำหน้าที่ของมัน  
กัดกร่อนเครื่องห่อหุ้มปิดบังความรู้สึกของชายหนุ่มจนหมดสิ้น

แต่ไม่นาน  เรื่องราวในข้างต้นก็จบลงโดยที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับ  รอยยิ้ม  และล่ำลา
"อาทิตย์หน้าเจอกัน" เขาตะโกนไล่หลังมาอย่างเช่นทุกครั้ง

หญิงสาวยกมือขึ้นเป็นเชิงรับปากก่อนจากไป







ที่ผ่านมาหล่อนเป็นคนเอาแต่ใจหรือแม้กระทั่ง คนเห็นแก่ตัว . . .

เพราะหล่อนเลือกที่จะเก็บซ่อนความรู้สึกที่มีต่อเขาไว้อย่างเงียบๆต่อไป 
และเขาไม่รู้เลยว่าตนเป็นเหมือนภาพวาดของ Marc Chagall สำหรับหล่อนเสมอ
เขาพิเศษกว่าทุกภาพที่หล่อนเคยพบเจอ  
ภาพชิ้นเอกของ Salvador Dali หรือ Picasso ไม่เคยเอาชนะหัวใจหล่อนได้เหมือนอย่าง Birthday หรือ Blue Lovers 

การไม่ได้ครอบครองเป็นทางเดียวที่หล่อนจะไม่มีวันสูญเสียเขาไป

I have always painted pictures where human love floods my color.
ข้าพเจ้าวาดภาพที่ความรักของมนุษย์ท่วมท้นสีของข้าพเจ้า - Marc Chagall(1887-1985)

แด่  ศิลปินผู้มีความรักเป็นฉากหลังบนผืนผ้าใบ




SHARE
Writer
Tigerlily
storyteller
นักเล่าเรื่องผู้ไม่เคยตกหลุมรัก เรื่องราวของฉันมันจึงหลอกลวง

Comments

nookies
4 months ago
การไม่ได้ครอบครอง คงเป็นทางเดียวที่จะไม่มีวันสูญเสียไปเลยจริง ๆ
Reply
Tigerlily
4 months ago
อยากกอดไว้ได้โดยไม่ต้องปล่อย
U_U
4 months ago
การลอบมองเค้าอยู่ห่างๆก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน
Reply
Tigerlily
4 months ago
ใช่ค่ะ(: