สงครามส่วนสูงภาคสอง: เงาของวรรณ (8)
อดเจอวรรณ! 

เมื่อขึ้น ม.3 ส่วนสูงของผมเริ่มชะลอตัวหนักขึ้นแบบ “เวรี่ สโลว์” 
 
ก่อนสอบปลายภาคเรียนที่สอง ผมยังสูงแค่ 168 ซม. ขณะที่เพื่อนผู้ชายจำนวนมากต่างพากันสูงแซงหน้าผมไปไกล 
 
มีครูและเพื่อนบางคนบอกว่า สำหรับยุคสมัยใหม่ หากนักเรียนชาย ม.3 คนไหน สูงไม่ถึง 170 ซม. ย่อมถือว่าตัวเตี้ยมากๆ

และผมก็ถูกจัดอยู่ใน “กลุ่มเด็กเตี้ย” ประจำชั้น

ย้อนกลับไปตอนกลางเทอมแรก มีการจัดการแข่งขันประกวดทักษะภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพฯ ขึ้นที่โรงเรียนของผมสองวันติด ส่งผลให้เวลาเรียนต้องหดสั้นลง จากคาบละ 50 เหลือ 40 นาที แถมยังมีการตัดคาบเรียนท้ายๆ ทิ้งอีกต่างหาก

ผมเลือกโดดเรียนในวันแรกของการจัดการแข่งขัน ก่อนจะพบว่าตนเองตัดสินใจผิดพลาดอย่างมหันต์!

เนื่องจากวรรณเดินทางมาแข่งขันตอบปัญหาในวันนั้น
  
เช้าวันต่อมา ที่ผมกลับมาเรียนเป็นปกติ จึงได้รับทราบข่าวคราวดังกล่าว พร้อมด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงลักษณะทางกายภาพของวรรณ จากกลุ่มเพื่อนผู้ชาย ซึ่งอยู่โรงเรียนเดียวกับผมมาตั้งแต่ชั้นประถมฯ จนถึงมัธยมฯ

เท่าที่ฟังเสียงของพวกเขา ไม่มีเพื่อนผู้ชายเหล่านี้คนใด ซึ่งได้เข้าไปพูดคุยกับวรรณอย่างใกล้ชิด ทว่า ทั้งหมดมองเห็นวรรณจากระยะไกล ยามเมื่อเธอก้าวขึ้นสู่เวทีการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม เสียงส่วนใหญ่กลับเห็นคล้ายคลึงกันว่าวรรณได้กลายสภาพเป็น “ผู้หญิงเตี้ย” โดยสมบูรณ์แล้ว

แต่ที่ไม่ควรลืม ก็คือ เพื่อนผู้ชายพวกนี้ประเมินวรรณผ่านการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพวกเขาเอง จากการเป็นเด็กตัวเล็กๆ สูง 140 กว่าๆ ตอน ป.6 ซึ่งต้องแหงนหน้ามองเพื่อนผู้หญิงวัยเดียวกันที่สูงเกิน 160 ซม. มาสู่การเป็นเด็กหนุ่ม ที่บางคนสูง 160 ปลายๆ เท่าผม หรือบางคนก็สูงถึงระดับ 170 กว่าๆ เข้าให้แล้ว

ดังนั้น เมื่อพวกเขาซึ่งตัวโตขึ้น 20-30 เซนติเมตร มองเห็นเพื่อนผู้หญิงจากโรงเรียนเก่า ที่อาจสูงประมาณ 160 ปลายๆ-170 ต้นๆ หรือเจริญเติบโตไม่ถึง 5-10 เซนติเมตร ภายในช่วงเวลาเดียวกัน เธอจึงย่อมกลายเป็น “คนเตี้ย” ไปโดยปริยาย

ถ้ามองในมุมนี้ อาจไม่ได้มีแค่วรรณเท่านั้นที่ตัวเตี้ย แต่ผมเองก็ย่อมถูกประเมินว่าเป็นคนเตี้ยเหมือนกัน 

ดังคำพูดของ “ปาร์ค” ที่ในวัยประถมฯ เคยตัวเตี้ยกว่าผมราวสิบเซนติเมตร แต่ในวัยทำบัตรประชาชน ขณะที่ผมยังสูงไม่ถึง 170 ซม. ปาร์คกลับสูง 176 ซม. เข้าให้แล้ว

“วรรณก็เตี้ยเหมือนมึงนั่นแหละ เพลิง พวกม้าตีนต้น เสือกโตเร็วตอนเด็ก แต่ตอนนี้ เตี้ยกว่ากูทั้งคู่แล้ว” ปาร์คบอก พร้อมส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ย

“แล้ววรรณกับกูใครสูงกว่ากันวะ?” ผมลองถาม

“ไม่รู้ว่ะ พอกูมองว่าพวกมึงสองคนเตี้ยกว่ากูหมดแล้ว กูก็แค่รู้สึกว่าพวกมึงแม่งเตี้ย แต่ไม่ได้สนใจว่าระหว่างมึงกับวรรณ ใครสูงกว่าใคร หรือใครเตี้ยกว่าใคร” ปาร์คตอบ

อีกข้อที่น่าสนใจ คือ ตอนวรรณขึ้นไปยืนบนเวทีตอบปัญหาเคียงข้างกับคู่แข่งผู้หญิงอีกคนหนึ่งจากต่างโรงเรียนนั้น

คู่แข่งคนดังกล่าวเป็นสาวรูปร่างสูงยาวราว 170 กลางๆ เห็นจะได้ วรรณจึงแลดูตัวเล็กกว่าชัดเจน

ข้อนี้ เพื่อนเก่าแก่อย่าง “บาส” (ซึ่งตัวสูงแค่ 160 ซม. ขณะเรียน ม.3) เป็นผู้บอกผม และเขาก็เป็นเสียงข้างน้อยเพียงหนึ่งเดียว ที่ยืนยันว่าเพื่อนสมัยประถมฯ ของเรา อย่างวรรณ ยังมิใช่คนเตี้ย

“กูว่าวรรณไม่เห็นเตี้ยเลยว่ะ อย่างน้อยก็สูงกว่ากูแน่ๆ (หัวเราะ) แล้วก็น่าจะสูงสูสีกับมึงนะ เพลิง แต่คู่แข่งวรรณ ดันเป็นผู้หญิงตัวสูงเท่านั้นเอง ถ้าดูไกลๆ คงเกือบ 175 มั้ง วรรณเลยเตี้ยกว่าแม่คนนั้นอยู่ประมาณ 4-5 เซนต์” บาสแย้ง

ถ้าประเมินตามความเห็นของบาส อาจกล่าวได้ว่าวรรณนั้นจวนจะหยุดโตแล้วจริงๆ แต่เธอคงไม่ใช่ผู้หญิงเตี้ย

และไม่แน่นักว่าเธอจะเตี้ยกว่าผม เด็กหนุ่มที่มีแนวโน้มว่าร่างกายจะยุติการเจริญเติบโตลงในระยะเวลาใกล้เคียงกัน 
SHARE
Written in this book
"สงครามส่วนสูง" : ผมกับวรรณ
นิยายว่าด้วยการแข่งขันและมิตรภาพในวัยเยาว์ ผ่านประเด็นใจกลางอย่างเรื่อง "ส่วนสูง"

Comments