คู่ชีวิต
ภายใต้ความสัมพันธ์ของครอบครัว มันมีซับเซตของความสัมพันธ์ซ่อนอยู่

ถ้าลองสังเกตดูนะ ลองถอดบทบาทของพ่อ ของแม่ออกมา เหลือคนสองคนที่มาใช้ชีวิตร่วมกัน เรามองว่ามันคล้ายๆ กับคนที่เป็นแฟนกันนั่นแหละ เพียงแต่มันมีระยะเวลาที่ใช้ร่วมกัน รู้จักตัวตน และผ่านหลายๆสถานการณ์มาด้วยกัน ถ้ามองในมุมนี้ การแต่งงาน มันก็แค่มารยาททางสังคมที่ประกาศให้คนนอกรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของคนสองคนนี้ในสถานะ 'สามี ภรรยา' แต่ในมุมของคนสองคนเราว่ามันคงเดิมนะ ต่อให้จะมีการแต่งงานมาเกี่ยวข้องหรือไม่ คนสองคนนี้ก็คือคนที่ใช้ชีวิตด้วยกันอยู่ดี

ในความสัมพันธ์นี้ มันมีทั้งช่วงที่ดูแลกัน ทะเลาะกัน ไม่เข้าใจ คาดหวังและผิดหวังในตัวของอีกฝ่าย เราอ่อนไหวง่ายมากเมื่อเป็นเรื่องของคนๆ นี้ มันเป็นความรู้สึกที่อัพไซต์พิเศษในทุกด้าน เราจะแคร์เค้ามากกว่าคนอื่น ให้เค้ามากกว่าคนอื่น คาดหวังมากกว่าคนอื่น และเมื่อทุกข์เพราะเค้ามันเลยเท่าทวีคูณ เจ็บมากเลยล่ะ

คงเพราะแบบนี้ ความสัมพันธ์ของคนรักกันทั้งเข้มแข็งและเปราะบางพอๆกัน เราเลยมักจะเห็นการเลิกรา ตัดขาดกันง่ายกว่าความสัมพันธ์อื่นๆ เพราะบางครั้งเราก็ไม่สามารถที่จะรับความทุกข์แบบอัพไซต์ได้ไหว ไม่ใช่เพราะใจเราอ่อนแอไปทั้งหมดหรอก แต่เพราะเป็นคนพิเศษของใจ เราเลยอ่อนแอเท่านั้นเอง

มันคงมีไม่กี่คนในชีวิตเราหรอกที่ทำให้รู้สึกรุนแรงได้ขนาดนั้น มันถึงเป็นคนพิเศษไง

คู่ชีวิต- เรามองว่ามันเป็นความสัมพันธ์แบบพิเศษ เรามองว่ามันคือการพึ่งพาต่อกัน การดูแล การยอมในสิ่งที่เราไม่เคยยอมให้กับใคร การลดตัวเองเพื่อปรับตัวและทำความเข้าใจ การทะเลาะกันแต่ไม่หันหลังให้กัน พยายามเพื่อรักษาความสัมพันธ์กันเอาไว้

ระหว่างพ่อกับแม่ ที่ใช้ชีวิตด้วยกัน ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ มันเป็นแบบอย่างของการร่วมทุกข์สุขมาด้วยกัน เคยผ่านช่วงที่ความสัมพันธ์เปราะบางจนอยากจะหันหลังให้กัน เราไม่รู้หรอกว่าอนาคต ระหว่างพ่อกับแม่จะมีอะไรเข้ามาแทรกอีกไหม จะมีใครหรืออะไรมาจบความสัมพันธ์นี้รึเปล่า


ความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน จะต่อ จะขาด จะจบตอนไหน มันเป็นการตัดสินใจร่วมกัน เราเองถึงจะเป็นลูก แต่ในมุมนี้ เราก็เป็นแค่คนนอก เราพร้อมจะเข้าใจและยอมรับ 

ไม่เป็นไรเลยถ้าสุดท้ายแล้วเราเลือกจะหันหลังให้กันเพื่อรักษาใจของตัวเองไว้

05.07.2559
SHARE

Comments