มนุษย์หมาป่า
 

          ภายในบ้านหลังเล็ก ซึ่งบรรจุสามชีวิตกับความอบอุ่นเอาไว้จนเต็ม หลังจากอิ่มหนำกับมื้อเย็น ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงนั่งหน้าเตาผิง แสงไฟจากมันวูบไหว ตอนนั้นมีฝนตกลงมา คาร่า(ภรรยา)พร่ำบ่นเรื่องงานอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ฝ่ายสามี(เฮอเบิร์ต)รับฟังตามปกติ หลังจากจบเรื่องเจ้านายขี้เหนียวของเธอแล้ว ภรรยาชวนคุยถึงเรื่องการฆาตกรรมลึกลับ อดัม(สุนัข)กระดิกหางกางหูลุกขึ้น  
          “แกชอบสินะ” คาร่าหัวเราะ ลูบหัวเจ้าหมา“บางคนก็บอกว่าเป็นปีศาจ บางคนก็บอกว่าเป็นฆาตรกรโรคจิต บ้างก็อ้างว่าเคยเห็นตัวมัน รูปร่างสูงใหญ่กว่าผู้ชายที่ตัวใหญ่ที่สุด”
          “เหลวไหล” เฮอเบิร์ตขมวดคิ้ว ส่ายหน้า “ไม่มีมนุษย์หมาป่าที่ไหนหรอกที่รัก”
          “ฉันไม่ได้บอกว่าเป็นมนุษย์หมาป่าสักหน่อย แต่จะอธิบายรอยแผลกลางหน้าอกของทุกศพยังไง หืม” คาร่าหัวเราะในลำคอ ปรายตามองเฮอเบิร์ต “คนลบหลู่น่ะระวังตัวให้ดี”
          “ผมเจอเสือสมิงอยู่แทบทุกคืน” คนพูดยิ้มอย่างมีเลศนัย แววตาเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมา“ไม่เห็นจะกลัวสักนิด”
          อดัมเห่าใส่เฮอเบิร์ต คาร่าเบือนหน้าหนี สีแดงเรื่อปรากฏข้างแก้ม 
          “หรือถ้ามันมีจริง” เฮอเบิร์ตโน้มตัวลงไปคว้าบางสิ่งใต้เก้าอี้ “ผมจะยัดกระสุนทั้งหมดที่มีใส่ปากมันเอง” เขาเอาไรเฟิลกระบอกหนึ่งขึ้นมา ลำกล้องเป็นสีดำวาว ตรงด้ามจับเป็นลายไม้-น้ำตาลอ่อน 
          “เก็บปืนยิงกระต่ายไปเถอะ” ภรรยาหักกิ่งไม้โยนเข้าเตาผิง “กวางตัวเขื่องผ่านมาจะยิงมันโดนหรือเปล่ายังไม่แน่เลย”
          “คุณสบประมาทพรานเก่าอย่างผม” เฮอเบิร์ตตั้งท่าประทับปืน เขาเอียงหัวมองพาดไกปืนตรงไปยังหน้าต่าง 
          ฉับพลันเขาแทบจะโยนปืนทิ้ง เฮอเบิร์ตขยี้ตามองหน้าตาบานนั้น 
          “เกิดอะไรขึ้น!” คาร่าร้อง “เกิดอะไรขึ้นเฮอเบิร์ต”
          แล้วใบหน้าตื่นตระหนกของสามีเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม เฮอเบิร์ตระเบิดหัวเราะออกมา
          “คุณเล่นบ้าอะไรของคุณ” เธอขมวดคิ้ว ทำหน้าดุใส่ “ให้ตายเถอะ ฉันไม่ตลกนะเฮอเบิร์ต ทำเป็นเล่นไปได้”
          บนชั้นสองของบ้าน พวกเขาผ่านค่ำคืนนั้นไปด้วยความเร่าร้อน สายลมโชยพัดผ้าม่านขยับไหว ฝนหยุดตกไปได้สักพัก พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นกลางฟ้า มีม่านเมฆบางๆลอยผ่านมันไป จวบจนกระทั่งพายุในห้องสงบลง ชั่วขณะที่คาร่าจวนจะจมลงสู่ห้วงนิทรา เสมือนกึ่งจริงกึ่งฝัน เธอได้ยินเสียงเห่าหอนของสุนัขป่าไกลๆ


         เช้าวันนั้นอากาศแจ่มใส หลังจากกินข้าวเฮอเบิร์ตสัมผัสหน้าผากของภรรยาด้วยริมฝีปาก เขาส่งเธอไปทำงานด้วยการกระทำเช่นนี้ทุกครั้ง ดวงตาของคาร่ามีประกายของดาว เฮอเบิร์ตไม่อาจห้ามใจต่อมัน เขาจึงดึงเธอเข้ามากอด
          “ฉันจะกลับมาหลังเที่ยง” คาร่าพูด “เคาท์ขี้เหนียวไม่ชอบให้ฉันอยู่ตอนบ่ายวันอาทิตย์”
          “วันนี้ผมไม่ทำงาน” เฮอเบิร์ตตอบ “กลับมาไวๆนะ”
          อ้อมกอดของคาร่าแน่นขึ้นก่อนคลายออก เฮอเบิร์ตเฝ้ามองภรรยาเดินจากไปจนลับสายตา
          เขาใช้เวลาเกือบทั้งเช้าในการอ่านหนังสือ โดยมีอดัมนอนหมอบอยู่ข้างๆ มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับปกรณัมเก่าแก่ ขณะที่อ่านเฮอเบิร์ตใช้มือสัมผัสกับสร้อยกางเขนเงินตรงแผ่นอกโดยไม่รู้ตัว กระทั่งเที่ยงจึงออกไปนอกบ้าน สลัดความฟุ้งซ่านเกี่ยวกับปกรณัมพวกนั้นโดยการลับคมขวาน ตอกสลักใบมีดและตรวจสอบสภาพการใช้งานของมัน 
          เฮอเบิร์ตเก็บขวานเล่มนั้นไว้ในโรงเก็บไม้ จากนั้นอดัมก็เข้ามาเล่นด้วย มันเป็นสุนัขพันธ์เยอรมันเชพเพิร์ดที่ร่าเริง อยู่ในช่วงโตเต็มวัย ขนสีน้ำตาลสลับดำสวยสง่า 
          “แกอยากฟังเรื่องที่ฉันอ่านเหรอ อดีม” เฮอเบิร์ตยีหัวเจ้าหมา เกาท้องเล่นกับมัน“รอนายหญิงของแกเขากลับมาก่อนซี่ ช้าเป็นบ้าเลยนะวันนี้”
          จวนเจียนจะบ่ายสองคาร่าก็ยังไม่กลับมา เฮอเบิร์ตกินข้าวเสร็จและเทอาหารให้อดัม เขาคว้าหมวกขึ้นสวมตั้งใจไปตามภรรยา แต่ยังไม่ทันสัมผัสลูกบิด ประตูก็ถูกเปิดออก คาร่าหอบหายใจแรงๆเข้ามา
          “เฮอเบิร์ต” เธอเดินไปรอบบ้าน “ไอ้นั่นมันอยู่ที่ไหน ไอ้นั่นน่ะเฮอเบิร์ต”
          “ใจเย็นๆ” เฮอเบิร์ตพูด “คุณกำลังหาอะไร”
          “นี่ไง” คาร่าก้มลงคว้าไรเฟิลกระบอกนั้นขึ้นมา “มันยังใช้ได้อยู่ใช่ไหม ใช่ไหมเฮอเบิร์ต”
          “ได้” เขาตตอบ “เกิดอะไรขึ้นที่รัก”
          “มีคนตายเฮอเบิร์ต” เธอตอบพลันสีหน้าเปลี่ยนเป็นซีด ยกมืออีกข้างปาดเหงื่อ “มีคนถูกฆ่าตายในเมือง ฉันเห็น ฉันเห็นกับตาของฉัน”
          “คุณเห็นอะไร”
          “รอยแผลกลางหน้าอก” คาพูด เฮอเบิร์ตสังเกตุเห็นว่าเธอตัวสั่น “มันมาที่นี่เฮอเบิร์ต มาที่หมู่บ้านของเรา”


          คาร่ารวบรวมสิ่งต่างๆในบ้านที่คิดว่าเป็นอาวุธออกมาวางเรียงหน้าเตาผิง อดัมออกไปนอกประตูท่าทางประหนึ่งผู้รักษาความปลอดภัย เธอสั่งเฮอเบิร์ตให้ตรวจสลักหน้าต่างทุกบาน กลอน-กุญแจและทุกๆอย่างที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย ต่อมาจึงเสนอความคิดหนีจากหมู่บ้านแห่งนี้ 
          “ใจเย็นๆน่า” เฮอเบิร์ตพูด เขายองนั่งหน้าเตาผิงหยิบมีดปอกผลไม้ขึ้นมา “คุณจะเอาไอ้นี่ไปสู้กับใคร”
          “เฮอเบิร์ตฉันจะพูดอย่างจริงจังและเลิกล้อเล่นสักที” คาร่ายกมือปาดเหงื่อ “ลูกชายกับลูกสะใภ้ของบ้านฟรานซิส พวกเขาตาย เสื้อผ้าถูกฉีกขาด รอบๆมีแต่คราบเลือด หน้าอกของพวกเขามีแผลเหวอะหวะ ฉันเห็นตอนเข้าเมือง ฉัน ฉันยังไม่ทันไปถึงบ้านของเคาท์เลยด้วยซ้ำ”
          “พระเจ้าช่วย คุณเห็นพวกเขาที่ไหน ตรงไหนของเมือง”
          “ริมแม่น้ำเฮอเบิร์ต”คาร่าตัวสั่นขึ้นมาอีก “เป็นศพมาตั้งแต่เช้า”
          “ผมเข้าใจแล้ว”เฮอเบิร์ตพูด “แต่คุณต้องใจเย็นลงก่อน มีดนี่... มันใช้ทำอะไรไม่ได้จริงๆ”
           คาร่าทรุดนั่งกับเก้าอี้ ยกมือปาดเหงื่อตรงหน้าผาก
          “ขวานผมไง” เฮอเบิร์ตเสนอ “มันอยู่ในโรงเก็บไม้”
          คาร่ามองเขานิ่งๆก่อนเบือนหน้าหนีและไม่ตอบอะไร เฮอเบิร์ตเห็นดังนั้นก็เผลอยิ้มออกมา
          “นี่มันบ่ายสองที่รัก”เขาดึงร่างของภรรยาขึ้นกอด“คนที่สามารถทำอะไรคุณได้มีแต่ผมเท่านั้น”


           คาร่าสงบใจลงได้แต่ไม่ทั้งหมด ขวานที่ถูกลับจนคมอยู่ในมือขวาของเฮอเบิร์ต เขารู้สึกจริงจังกับเรื่องนี้มากกว่าเดิม ทั้งสองนั่งอยู่หน้าเตาผิง สนธยามาเยือนหมู่บ้านนี้อีกครั้ง ท้องฟ้านอกหน้าต่างเปลี่ยนเป็นสีแดง-ส้ม สาลิกาพากันบินกลับรัง 
          มีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น อดัมลุกเป็นคนแรก สองสามี-ภรรยาสบตากัน
          “ผมเปิดเอง” เฮอเบิร์ตยืนขึ้น กระชับด้ามขวานในมือ
          ประตูถูกเปิดออก คนตรงหน้ารูปร่างสูงใหญ่ หนวดเครารุงรัง มีรอยแผลเป็นพาดระหว่างตาขวา ด้านหลังสะพายปืนไรเฟิลชนิดเดียวกันกับเฮอเบิร์ต รอบๆตัวมีอุปกรณ์มากมายของนายพราน
          อดัมแยกเขี้ยวขู่ ก่อนกระโจนเข้าใส่ โชคดีที่คาร่าคว้าตัวมันไว้ได้ มันเห่าไม่หยุดและพยายามสลัดนายหญิงของมัน
          “ไงสมิธ” เฮอเบิร์ตยิ้มทักทาย “ลมอะไรหอบแกมาถึงนี่”
          “หวัดดีเฮอเบิร์ต” คนพูดใช้มือข้างหนึ่งตบไหล่เพื่อนเก่า “ฉันตามกลิ่นปีศาจมา”
          “เฮอเบิร์ต” คาร่าร้องเมื่อเธอแทบจะรั้งอดัมเอาไว้ไม่อยู่
          “เข้ามาก่อนซี่สมิธ” เจ้าของบ้านชักชวน เอียงตัวเปิดทางให้ “ไม่ได้เจอกันนานมาก กี่ปีแล้วนะ เข้ามาในบ้านฉันก่อน”
          “เฮอเบิร์ต!”คาร่าร้องดังกว่าครั้งก่อน อดัมหลุดจากมือของเธอ มันวิ่งกระโจนใส่แขกอย่างไม่รู้มารยาท 
          นายพรานสมิธไม่ได้ล้มลง เขาถอยหลังไปสองก้าวและใช้ฝ่ายมือฟาดตะปบคอของอดัม จากนั้นเยอรมันเชพเพิร์ดก็หยุดนิ่ง ได้แต่ครางร้องอิ๋ง นายพรานผู้นี้ไม่ได้มีดีแค่รูปร่างใหญ่โต หรือหน้าตาอันโหดเหี้ยม ฝีมือของเขาเฮอเบิร์ตรู้แน่แก่ใจ การหยุดอดัมได้ด้วยมือเดียวก็เป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง


          มื้อเย็นวันนั้น เฮอเบิร์ตพูดคุยกับเพื่อนเก่าอย่างออกรส การมาของสมิธทำให้ความกังวลของคาร่าจางไป เรื่องเล่าลึกลับต่างๆของแขกทำให้อดัมวางใจมากขึ้น พอฟ้ามืดทั้งสี่ชีวิตจึงมานั่งหน้าเตาผิง คืนนั้นมีลมแรง กรรโชกหน้าต่างบานที่สลักไม่แน่นพับกระแทก ดังไม่เป็นจังหวะ 
          “แกมานี่ได้ยังไงนะ” เฮอเบิร์ตถามขึ้น “กลิ่นปีศาจอะไรของแก”
          “ปีศาจ” คาร่าทวนคำ อดัมที่นอนหมอบกระดิกหาง
          “มันเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้วล่ะ” สมิธพูด “ฉันกำลังล่าไอ้มนุษย์หมาป่า”
          “พระเจ้าช่วย” คาร่าอุทาน อดัมผงกหัวขึ้นมา 
          “เหมือนอย่างที่ใครๆพูดกัน มันฆ่าคนไปทั่ว จากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง” นายพรานสมิธส่ายหน้า “ฉันยังเคยเกือบพลาดท่าให้มันมาแล้ว” 
          คนพูดสบตาเฮอเบิร์ต เขาค่อยๆแหวกเสื้อนอกออก แสงไฟจากเตาผิงวูบไหว สมิธมีรอยแผลเป็นแห้งๆกลางหน้าอก มันเป็นรอยกรงเล็บ แม้จะไม่ลึกแต่ก็ใหญ่ และไม่ใช่จากหมี เสือโคร่งหรือสิงโตแน่ๆ
          เฮอเบิร์ตสูดลมหายใจเข้าช้าลึก มองตาคาร่าแล้วก็รู้ว่าเธอกำลังกลัว
          “เมื่อคืนก็มีคนตาย” นายสมิธลูบรอยแผลเป็นที่ตาขวา “คืนนี้ก็พระจันทร์เต็มดวง”
          พูดจบเสียงสุนัขป่าหอนก็ดังมาจากที่ไกลๆ เฮอเบิร์ตกระชับด้ามขวาน มืออีกข้างสัมผัสสร้อยกางเขนโดยไม่รู้ตัว 
          “ให้เพื่อนคุณพักที่นี่สิคะ” คาร่าบอกกับเฮอเบิร์ต “ให้เขานอนข้างล่างก็ได้ ฉันจะไปเอาผ้านวมมาปูให้”
          เฮอเบิร์ตเก็บยิ้มอย่างรวดเร็ว หันมองหน้าเพื่อนเก่าเป็นการไถ่ถาม
          “ขอบคุณครับคุณผู้หญิง” สมิธตอบ “คืนนี้ผมจะดูแลพวกคุณเอง”


          ตกดึกจันทร์เพ็ญลอยเด่นอยู่กลางฟ้า เฮอเบิร์ตกับคาร่าอยู่บนชั้นสอง พวกเขาปล่อยอดัมให้เป็นยามผู้ช่วยของสมิธ คาร่าหลับไม่ลง เธออิงกายกับแผ่นอกของสามี เฮอเบิร์ตลูบหัวของเธอ พยายามเบี่ยงสมาธิจากความกลัว โดยการเล่าเรื่องสมัยที่เคยเข้าป่ากับนายพรานสมิธ
          “เขาเก่งขนาดนั้นเชียว” คาร่าสงสัย “แล้วคุณกับเขาใครเจ๋งกว่ากัน”
          “คุณคิดว่าใครล่ะคาร่า” เฮอเบิร์ตถามกลับ 
          “เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก” คาร่าขยับตัว พริมตาหลับลง
          เฮอเบิร์ตถอนใจเหมือนกับจะพูดอะไรขึ้นมา แต่ไม่ทันไร เสียงตึงตังก็ดังมาจากชั้นล่าง
          “เฮอเบิร์ต” เสียงนายสมิธตะโกนเรียก “เฮอเบิร์ต!” เสียงตะโกนนั้นดังขึ้นไปอีก
          สามีและภรรยารีบลงมาจากชั้นบน ในมือของพรานสมิธถือไรเฟิลเอาไว้
          “แกได้กลิ่นอะไรไหมเฮอเบิร์ต” นายพรานถาม
          “ไม่” เฮอเบิร์ตปฏิเสธ “กลิ่นอะไร”
          “แกไม่ได้เป็นนายพรานแล้วจริงๆ” สมิธส่งปืนในมือให้เฮอเบิร์ต เขาหยิบขวานขึ้นมาพร้อมกับออกคำสั่ง “ห้องของนาย ขึ้นไปประจำที่ห้องของนาย”
          “ส่วนคุณนาย” สมิธพูดกับคาร่า “คุณนายมากับผม”
          คาร่ามองตาเฮอเบิร์ต ยองนั่งหยิบไรเฟิลกระบอกเก่า อดัมลุกลี้ลุกลนไม่แน่ใจว่าจะไปกับใคร เฮอเบิร์ตไม่รอช้า เมื่อคาร่าออกจากบ้านไปเขาก็ขึ้นไปชั้นบนทันที

          เฮอเบิร์ตกำลังจะเปิดประตู เป็นตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงร้องดังๆของคาร่า โดยไม่รีรอ เขาพุ่งตัวไปริมระเบียง
          เขามาถึงและมองลงไปด้านล่าง เห็นสัตว์ประหลาดร่างยักษ์เดินด้วยสองขา ปากมันยื่นออกมา ตามตัวมีขนสีเทาสลับน้ำตาล กรงเล็บของมันใหญ่และหนากว่าสัตว์ชนิดใด เฮอเบิร์ตบรรจุกระสุน เขาไม่อาจนิยามมันด้วยคำอื่นใดเลยนอกจากมนุษย์หมาป่า 
          คาร่าหันกระบอกปืนใส่มันเก้ๆกังๆ ส่วนอดัมก็แยกเขี้ยวขู่ 
          กลับนรกของแกไปซะ เฮอเบิร์ตยกปืนประทับบ่า เขาใช้เวลาเล็งเพียงเสี้ยววินาที และลั่นไกโดยไม่รั้งรอสิ่งใดทั้งสิ้น
          แต่ไม่ออก... ปืนของนายสมิธยิงไม่ได้แม้จะพยายามอีกหลายครั้ง เฮอเบิร์ตพินิจพิจารณามนุษย์หมาป่าข้างล่างอีกที ในมือขวาของมันมีขวานของเขา
          แก...สมิธ !

          เฮอเบิร์ตทิ้งปืนกระบอกนั้น ทะยานตัวลงไปชั้นล่าง เขาไม่รู้ตัวเลยว่าได้กระโดดจากบันไดชั้นบนสุดลงมา ไม่รู้ตัวเลยว่ามีแผลถลอกตรงหัวเข่า เขาไม่รู้สึกเจ็บแล้วก็ไม่รู้สึกกลัว สิ่งเดียวที่รู้แน่คือคาร่ากำลังตกอยู่ในอันตราย เขาออกมาถึงหน้าบ้าน เห็นอดัมนอนหอบหายใจจมกองเลือด มีปืนไรเฟิลกับขวานตกอยู่ไม่ไกล แต่ไม่มีคาร่าและมนุษย์หมาป่าอยู่ตรงนั้น 
          เฮอเบิร์ตเช็คสภาพปืนไรเฟิล หันซ้าย-ขวา ประสาทการรับรู้ทั้งหมดตื่นตัว นี่คือความรู้สึกเมื่อครั้งยังเป็นนายพราน แต่ไม่ใช่ตอนออกล่า มันเป็นตอนที่กำลังถูกล่าต่างหาก
          กลิ่นสาปสัตว์ลอยมาแตะจมูก มันฉุนกึกและเหม็นยิ่งกว่าสาปสัตว์ใด วินาทีนั้นเองเสียงหอนของมันได้ดังขึ้น เฮอเบิร์ตตระหนักรู้ทันทีว่าตนกำลังถูกจ้องมอง ไม่ใช่จากป่าดงลึกลับ ไม่ใช่จากที่ซ่อนอำพรางตัวใดๆ แต่เป็นข้างบน มันจ้องมาจากหลังคาบ้านของเขาเอง
          มนุษย์หมาป่านั่งยองๆบนจั่วบ้าน โดยมีพระจันทร์เต็มดวงเป็นฉากหลัง มันใช้มือใหญ่ๆปิดปากของคาร่า เธอมีเลือดออกตรงหน้าผากและกำลังสลัดดิ้นอย่างสุดกำลัง
          “ฉันเกือบจะอดทนไหวอยู่แล้วเฮอเบิร์ต” เสียงของมันทุ้มต่ำและแตกซ่าน “มันเป็นความผิดของเมียแก” เสียงหัวเราะของมันยิ่งกว่าน่ารังเกียจ มนุษย์หมาป่าใช้ลิ้นเลียเลือดจากหน้าผากของคาร่า “ผิวของเธอ กลิ่นของเธอ แกนี่มันโชคดีจริงๆ...เฮอเบิร์ต”
          “สมิธ!” เฮอเบิร์ตคำราม “ปล่อยเมียของฉัน”
          หมาป่าสมิธหัวเราะแทนคำตอบ เฮอเบิร์ตไม่รอช้าเขาตั้งท่าประทับปืนและลั่นไกออกไป เสียงปืนดังสนั่นพอๆกับเสียงร้องของคาร่า เลือดสดๆไหลออกมาจากไหล่ขวาของเดรัจฉาน มันคำราม กระโจนลงพื้น ผลักร่างคาร่าลอยกระแทรกผนังโรงเก็บไม้ 
          เฮอเบิร์ตเปลี่ยนกระสุน เขายกเล็งก่อนที่หมาป่าสมิธจะขยับตัว
          “แกสมิธ” เฮอเบิร์ตประกาศ “ถ้าแกขยับคราวนี้หัวแกเละแน่” 
          มนุษย์หมาป่าชะงักนิ่ง มันแยกเขี้ยวออกมา--เหมือนทั้งยิ้มและข่มขู่ ช่วงจังหวะที่อดีตนายพรานทั้งสองหยั่งเชิงกัน อดัมก็ลุกขึ้น มันวิ่งตุปัดตุเป๋ไปงับขาหมาป่าสมิธ
          หมาป่าสมิธไม่ได้ร้อง เพียงแต่ปรายตามองความพยายามอันไร้ค่าของอดัม “จริงๆฉันก็ชอบแกนะ” มันพูด ก่อนกระทืบร่างเยอรมันเชพเพิร์ดจนนอนแน่นิ่ง 
          “กลับบ้านของแกไป” เฮอเบิร์ตตะโกนสั่ง เอานิ้วสอดโก่งไก “แกไม่ใช่เพื่อนของฉัน”
          เขี้ยวของหมาป่าสมิธแยกออกอีก คราวนี้เป็นการยิ้มหยันโดยแน่แท้ มันยกเท้าออกจากร่างของหมา กระสุนที่ฝังอยู่ในไหล่ขวาของมันได้กลิ้งลงมา โลหะกลมๆตกกระแทกพื้น 
          พระเจ้าช่วย--เฮอเบิร์ตไม่เชื่อสายตาตนเอง เจ้ามนุษย์หมาป่าขยับเข้าหาทีละก้าว
          ปัง ! 
          ไม่เกินก้าวที่สี่ เฮอเบิร์ตก็ลั่นไก เสียงร้องโหยหวนของมันก้องดังไปทั้งชายป่า หมาป่าสมิธใช้มือกุมดวงตาข้างขวา เลือดสดๆไหลหยาดตามรอยแผลเป็น แต่ทรุดนั่งได้ไม่นานก็แยกเขี้ยวยิ้มหยันออกมาอีก หมาป่าสมิธลุกขึ้นบิดตัวไปมา เสียงโหยหวนของมันหายไปสิ้น กระสุนเม็ดกลมกลิ้งออกมา ดวงตาของนักล่าก็กลับคืน 
           กระสุนตกกระแทกพื้นเป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจนายเฮอเบิร์ต
          “แกทำอะไรฉันไม่ได้เฮอเบิร์ต” หมาป่าสมิธพูดเสียงต่ำ ก้าวเข้าหา “ฉันบอกว่าแกทำอะไรฉันไม่ได้”
          สิ้นสุดคำพูดหมาป่าสมิธก็กระโจนใส่
          เสียงเปลี่ยนกระสุนของเฮอเบิร์ตดังขึ้น จากนั้นจึงเป็นเสียงลั่นไก

          คาร่ารู้สึกตัวอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่ว เธอยันตัวเองลุกขึ้น ภาพเบื้องหน้าลางเลือนก่อนแจ่มชัด อดัมนอนตาเหลือกอยู่ไม่ไกล บนพื้นมีรอยเลือดหยดเป็นทาง ตามรอยเลือดไปพบร่างของมนุษย์หมาป่านอนหมอบนิ่ง ไม่ไหวติ่งประหนึ่งคนตาย
          “เฮอเบิร์ต” คาร่าตะโกนเมื่อไม่เห็นสามี “เฮอเบิร์ต!” เธอตะโกนดังขึ้นไปอีก
          คาร่าทรุดนั่ง ความรู้สึกหน่วงประหลาดจู่โจมเธอ
          “คาร่า” เสียงแผ่วเบาของเฮอเบิร์ต “คาร่า...ผมอยู่นี่”
          โดยไม่รอช้าคนถูกเรียกลุกขึ้น ใช้แรงทั้งหมดดันร่างของมนุษย์หมาป่าพลิกหงาย สร้อยกางเขนของเฮอเบิร์ตปักอยู่กลางหน้าผากของมัน ตอนนั้นแสงจันทร์จวนเจียนถูกเมฆบดบัง ร่างของอมนุษย์ดิ้นสั่นพราดๆ ขนสีเทาของมันค่อยๆหดคืนเข้าไป ใบหน้าเปลี่ยนรูปกลับกลายเป็นนายสมิธ จนกระทั่งพระจันทร์เหลืออยู่เพียงเสี้ยวเดียว กรงเล็บของมันก็กรีดลากลงบนหน้าอกตัวเอง จนกระทั่งไม่มีแสงจันทร์สาดลงมา เดรัจฉานเบื้องหน้าจึงกลับสู่ร่างมนุษย์โดยสมบูรณ์
          เสื้อของสามีเธอขาดแหว่ง กลางอกของเขาถูกย้อมด้วยโลหิต รอบคอมีรอยแดงๆเป็นเส้น
          “เฮอเบิร์ต” คาร่าถอดเสื้อกดแผล “อยู่กับฉันก่อนเฮอเบิร์ต”
          จังหวะหัวใจของเฮอเบิร์ตแผ่วเบาลงไปทุกที คาร่าหลับตาลงแล้วก็ร้องไห้ 
          บางสิ่งอันอบอุ่นแต่หยาบกระด้างสัมผัสใบหน้าของเธอ คาร่าลืมตา จากนั้นจึงสะอึกสะอื้นหนักขึ้นอีก
          “คาร่า” เฮอเบิร์ตเช็ดน้ำตาและยิ้มให้ “ผม...ผมเจ๋งกว่าสมิธใช่ไหม”


          เช้ามืดวันนั้น คาร่านำร่างอันไร้วิญญาณของอดัมฝังไว้หน้าบ้าน ใช้ฟืนจากโกดังเก็บไม้เผาร่างของนายสมิธ ประกายไฟแตกกระเด็นอย่างประหลาด เธอยกมือปาดเหงื่อ มองไปยังท้องฟ้า เห็นดาวประจำเมือง แล้วจึงภาวนาถึงพระผู้เป็นเจ้า
          คาร่าเฝ้ามองกองไฟแผดเผาร่างของนายสมิธจนมอดดับ สายลมพัดขี้เถาฟุ้งกระจายหายไปในอากาศ คาร่าเดินกลับเข้าไปในบ้าน เธอปรารถนาให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ฝันร้าย แต่น่าเสียดายที่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าฝันร้ายความตาย...ไม่เคยเป็นจริง
          สองสัปดาห์ต่อมา ด้วยการรักษาของหมอและการพยาบาลจากศรีภรรยา เฮอเบิร์ตก็ยืนได้ด้วยตัวเอง เขาออกไปหน้าบ้านโดยใช้ไม้เท้าค้ำกายและมีผ้าพันแผลอยู่รอบอก เฮอเบิร์ตยืนสงบนิ่งหน้าหลุมศพของอดัม เขาไม่ได้ร้องไห้หรือมีน้ำตา ภายในใจของเขาขณะนั้นยากแก่การอธิบาย ตอนนั้นมีสายลมพัดมา เศษใบไม้ปลิวไปตามทางของมัน เฮอเบิร์ตใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสกับสร้อยไม้กางเขนโดยไม่รู้ตัว
           ภรรยาเปิดประตูตามออกมา เดินมายืนข้างเขา
          “มันกล้าหาญ” เฮอเบิร์ตพูด
          “คุณก็กล้าหาญนะ” ภรรยาตอบ รอยยิ้มปรากฏมุมปาก “นายเฮอเบิร์ต นักฆ่ามนุษย์หมาป่า”
          “ผมอยากเปลี่ยนชื่อจัง” เฮอเบิร์ตหัวเราะ เงียบไปอึดใจ “คุณคิดว่ามันยังอยากฟังเรื่องลึกลับอยู่ไหม”
          “เฮอเบิร์ต” คาร่าขยับเข้ามาโอบเอวของเขา “ใช่ว่าความตายจะไม่มีหู ฉันคิดว่ามันยังรอคุณอยู่นะ” 
          “ถ้าอย่างนั้น” เฮอเบิร์ตพูด สูดลมหายใจเข้าช้าลึก “วันหลังผมจะเล่าให้มันฟัง”
          “แน่นอน” คาร่ายิ้ม “ฉันก็จะเล่าให้มันฟังด้วย”



SHARE
Writer
Sabarice
ข้าวหน้าปลาซาบะ
อยู่เดี่ยวมิควรเหม่อพิงระเบียง สายน้ำขุนเขามิรู้สิ้น ยามจากแสนง่าย พบกันนั้นยาก น้ำไหล มาลีโรย วสันต์จากแล้วหนอ ไปสู่ฟากฟ้าหรือสู่แดนดิน?

Comments

Kindness
3 years ago
👍
Reply