เพื่อนสนิท
ทุกคืนวันก่อนนั้นยิ่งดึกเท่าไหร่ เหมือนความทรงจำมีชีวิต ความทรงจำแห่งความไม่สมหวังได้ผวยพุ่งขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนไอร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ไม่มีวันดับ

เธอยังคงมาวนเวียนอยู่ในนั้น บอกเล่าเรื่องราวของอดีตที่ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น

ความสัมพันธ์อันซับซ้อนยุ่งเหยิง หลับนอน เมามาย กอดก่าย แรงสัมผัส

ความต้องการในตัวมนุษย์บางทีมันก็โหดร้ายเกินกว่าจะเข้าใจได้ มันเพียงแค่รู้ว่าต้องการ แต่มันไม่รู้ว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น

เราเคยจมดิ่งอยู่กับช่วงเวลานั้น จมดิ่งลึกลงไปในความเป็นเพื่อนที่มากกว่าเพื่อนจะเป็นกัน แต่หากจะฉลาดสักนิดเราก็รู้ดีว่าถ้าเธอมีสติมากกว่านั้น เธอก็คงจะไม่มีวันทำมันอย่างนั้นเด็ดขาด เพราะเธอคงมองเราเป็นทางผ่านไม่ต่างจากคนอื่น ไร้ค่าและไม่มีความหมาย มันก็แค่ของแก้ขัดยามขาดแคลนในช่วงเวลาล่องลอยและไม่เป็นตัวเอง

หรือไม่ก็, เธออาจจะตั้งใจทำมันลงไปจริงๆ เพราะเธอรู้ว่าต่อให้เล่าให้ใครฟังไป มันก็ไม่มีใครเชื่อคนปลิ้นปล้อนที่เรียกร้องความสนใจเก่งคนนี้อยู่แล้ว
แต่ไม่เป็นไร ไม่ต้องมีใครเชื่อ ไม่ต้องมีใครเข้าใจ ไม่ต้องมีคนอยู่ข้างๆ
เราก็ไม่โวยวายอะไรทั้งนั้น
เพราะเรายังรู้ว่าแค่มีพื้นที่สักที่หนึ่งได้ซุกตัวลงนอนเกลือกกลิ้งดูหนัง อ่านหนังสือ และทำความเข้าใจตัวเองได้โดยไม่ต้องคาดหวังให้ใครมาเข้าใจ
ชีวิตเราก็ไปต่อได้แล้ว

หนังสือ "ไข่ย้อย ดากานดา" ได้ถูกเขียนขึ้นมาใหม่อีกครั้งหลังจากที่ผ่านมาหลายปี ความคิดและความรู้สึกของทุกคนในเรื่องนี้ได้ถูกตีแผ่ออกมาอย่างชัดเจนทั้งตัวละครเก่าและตัวละครใหม่ จนอดคิดไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่า ผู้เขียนต้องมีความทรงจำต่อเรื่องราวเหล่านี้อย่างลึกซึ้งมากแน่นอน ถึงสามารถถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจนเช่นนี้ ฉากการกลับมาเจอกันอีกครั้งถึงแม้จะเป็นแค่การอ่านแต่ภาพก็ถูกขึงตึงได้ชัดเจน และเราว่าการเล่นกับวงโคจรที่เจอกันอีกครั้งทั้งที่เจอกันมาก่อนแล้วแต่ค่อนข้างลางเลือน มันทำให้หนังสือเล่มนี้ดูมีชีวิต หวานซึมและเป็นจริงเท่าที่เรื่องแต่งจะเป็นได้

สำหรับเราแล้วหนังสือบางเล่มนอกจากจะบอกว่าเราเป็นใครและเป็นอะไร มันยังทำให้เราค้นพบกับความรู้สึกบางอย่าง บางอย่างที่รู้สึก แต่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เราเสพติดความเศร้าอยู่เสมอ อันที่จริงทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นอยู่
และหากจะมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งเผยตัวตนออกมาในความคิด
เธอก็คือหนึ่งในนั้น

ในวันนี้เราสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง

ไม่ใช่ในงานเลี้ยงรุ่น และไม่ใช่สถานที่โรแมนติก มันก็คือที่เดิมๆที่พวกเราเคยไปเจอกัน
พวกเราก็ยังคงมีบรรยากาศที่กระแนะกระแหนกันเหมือนเก่า แต่จะมีสิ่งใดที่ต่างไปบ้างก็คงจะเป็นการมองหน้ากันแบบมองผ่านๆ หรือไม่ก็จ้องมองไปทางอื่นขณะที่ใครอีกคนกำลังพูดอยู่ ราวกับว่าถ้าดวงตาพวกเราสัมผัสกันอีกครั้ง เรื่องที่ผ่านมาแล้วจะถูกรื้อฟื้น

ซึ่งเราก็คิดแค่ว่าพวกเราเคยหยุดกันไว้ตรงไหนก็ต่อกันจากตรงนั้น เราจึงกล้าไปเที่ยวด้วยกัน กินด้วยกัน ไปจนถึงนอนใกล้กัน และเข้าใจเอาเองว่านิสัยเดิมที่เธอเคยทำจนคนคนหนึ่งต้องรู้สึกลึกซึ้งเกินไปมันคงไม่เกิดขึ้นอีก และยังคงมั่นใจแบบคนโง่ๆว่าหมอนกอดที่เอามากลั้นมันจะมากพอสำหรับความปลอดภัยกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้

ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำงานอ่อนๆ แต่รุนแรงพอที่จะทำให้ทุกอยากหยุดดับ
แสงไฟในห้องหายไป
เราหลับลง

และมันก็เกิดขึ้น

เธอขยับเข้ามาใกล้มากจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจป่นกลิ่นบุหรี่อ่อนๆที่เธอพึ่งดูด ตัวเธอยังอุ่นเสมอเมื่อเจอความหนาวในห้องนอนเช่นนี้ และเธอยังคงควบคุมร่างกายตัวเองด้วยมือของเราได้แบบเก่า

มันคือความปรารถนาอันร้อนแรง แผ่วเบาจนหัวใจเต้นถี่ ราวกับว่าหลายปีที่ไม่ได้เจอกันได้จบลงไปแค่เมื่อวาน

ช่วงเวลาที่ห้วนสั้นแต่ยาวนาน
ความรู้สึกและความทรงจำที่ขาดวิ่นแต่เติมเต็ม

มันเป็นอย่างนั้นอยู่สักพักหนึ่ง

ก่อนที่เราจะมีสติพอและพบว่า
หัวใจที่ทำงานเหมือนหยุดเต้นมานานพอแล้วนั้น

มันไม่มีเธออยู่ในนั้นอีกแล้ว
SHARE
Writer
SHN
somewho
Facebook Page : You found me

Comments