รักเรา..ไม่เก่าเลย (TOO OLD?)
1.

ครั่นครื้นดั่งเพลงสวรรค์ วิมานคนธรรพ์สุขสันต์เริงร่า หลับจะอยู่ในนิท.. นิท.. นิท..
ผมลุกขึ้นแล้วเดินไปยกตัวอ่านแผ่นเสียงออกก่อนจะยกแผ่นเสียงขึ้นมาตรวจซ้ำอีกครั้ง แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ยังไม่ได้พบอาการอะไรผิดปกติไปเลย ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนที่ปรากฎให้เห็น
จะว่าไป อาการของเจ้าเป๋ เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ผมตั้งชื่อตามความสะบักสะบอมที่ได้มาตั้งแต่วันแรก วันนี้กลับเล่นได้เป๋สมชื่อเป็นครั้งที่สี่แล้ว ซึ่งผมเองก็เริ่มคิดว่าเจ้าเป๋ต้องมีปัญหาอะไรแน่ ๆ
แต่สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่อาการของเจ้าเป๋ หากแต่เป็นภรรยาของผมที่นั่งเงียบซึมและไม่พูดอะไรกับผมเลยมาตั้งแต่เช้าแล้ว
อันที่จริง การที่เธอไม่เอ่ยคำพูดจากับผม กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาในชีวิตของผมไปเสียแล้ว เธอมักจะนิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จา ไม่มองหน้าผมตรง ๆ จนบางครั้งก็ไม่ยอมทานอะไรเป็นวัน ๆ
ผมรู้ดีว่าสิ่งที่เธอเป็นกับผมมันไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ด้วยระยะเวลากว่ายี่สิบปี สิ่งนี้มันกลายเป็นเรื่องที่ผมเจอจนคุ้นชินไปแล้ว และผมเองก็เข้าใจดีว่าเธอเป็นแบบนี้เพราะอะไร
ผมคว้าสูทสีเทาเข้มขึ้นมาสวมทับเสื้อกล้ามคอกลม ก่อนจะแบกเจ้าเป๋เข้าไปนอนในรถเต่าคันสีเขียวอ่อน ก่อนจะเดินกลับมาหาภรรยาของผมที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโต๊ะกับข้าวที่เดิมด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"ผมเอาเจ้าเป๋ไปซ่อมนะคุณ แล้วผมจะรีบกลับ"
คุณภรรยาไม่ตอบขานใด ๆ ผม ผมจึงตัดสินใจหอมแก้มเธอลงไปทั้งสองข้าง ก่อนจะรีบขับรถเต่าออกไป
ผมมุ่งหน้าไปยังร้ายขายของเก่าที่ขายเจ้าเป๋ให้ผม ทันทีที่ไปถึงที่นั่น ผมก็ได้รับการต้อนรับจากลูกชายตัวอ้วนท้วมที่เดินเข้ามาทักผมทันทีที่เห็นหน้า
"สวัสดีครับคุณลุง วันนี้จะมาซื้ออะไรเหรอครับ?"
ผมยิ้มกว้างให้เด็กชาย ก่อนจะหันไปยกเจ้าเป๋มาวางลงบนที่วางบนโต๊ะใกล้ ๆ
"ช่วยซ่อมเจ้าเป๋ให้ลุงหน่อยสิแป๋ง"
เด็กชายมองเจ้าเป๋ของผมอย่างพินิจ ก่อนจะทำหน้าเศร้า ๆ แล้วตอบกลับมาอย่างหมดแรง
"ผมก็อยากจะซ่อมให้นะลุง แต่เครื่องเล่นเพลงอย่างเจ้าเป๋เนี่ย ผทคงหาอะไหล่มาซ่อมให้ไม่ได้จริง ๆ อะครับ"
ผมถอนหายใจทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ก่อนที่แป๋งจะจับสีหน้าผมได้ จึงพยายามหาคำพูดอื่นมาพูดปลอบ
"ผมขอโทษนะครับลุง แต่ของแบบนี้มันไม่ค่อยมีใครใช้กันแล้วอะครับสมัยนี้ พวกคนที่ใช้กันนั่นต้องดูแลรักษากัน ราคาตกหลายแสนอยู่นะครับ ผมว่ามันจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่"
ผมรับรู้ได้ในความหวังดีของแป๋ง จึงได้แต่พยักหน้ารับแล้วแบกเจ้าเป๋กลับขึ้นรถทันที
แต่ใช่ว่าผมจะยอมแพ้ง่าย ๆ ผมพยายามตระเวนขับรถไปรอบกรุงเพื่อหาร้านขายของเก่าที่สามารถรับซ่อมเจ้าเป๋ของผมให้ได้ แต่ก็เป็นไปอย่างที่คาด ไม่มีร้านไหนที่สามารถรักษาเจ้าเป๋ให้ผมได้เลยแม้แต่ร้านเดียว
ผมกลับมาถึงบ้านในเวลาประมาณพลบค่ำด้วยสีหน้าเหงาหงอย แบกเจ้าเป๋เข้าไปในบ้านเพื่อวางลงที่เดิมด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่หัดดูแลรักษามันให้ดีตั้งแต่แรก
ผมละตัวออกมาจากเจ้าเป๋แล้วตรงไปยังห้องครัว ภรรยาของผมไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว โต๊ะอาหารเองก็ยังเต็มไปด้วยความเปล่า ผมรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ
ผมเดินตามหาภรรยาของผมทั่วบ้า ยืนตะโกนชื่อเธอราวกับคนบ้า แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ไม่ได้ยินเสียงขานรับของเธอ หรือแม้แต่การเคลื่อนไหวใด ๆ ภายในบ้านเลยแม้แต่น้อย ทุกห้องเต็มไปด้วยความว่างเปล่า และเสียงที่เงียบสงัด
ผมเดินกลับไปที่เจ้าเป๋ ก่อนจะสังเกตเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งเจ้าเป๋นั่งทับอยู่ ผมดึงมันออกมาแล้วอ่าน ลายมือนั้นเป็นลายมือของคุณภรรยาแน่นอนไม่บิดพลิ้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผมตกใจคือข้อความที่ถูกเขียนลงไป
"ฉันจะไปตามหาพัฒน์"

2.
เธอปฏิเสธการจากไปของพัฒน์มาตลอดยี่สิบปี
ผมรู้ดีว่าเธอพยายามโทษให้เป็นความผิดของเธอ ความผิดที่เธอไม่สามารถคลอดพัฒน์ออกมาให้เป็นปกติเหมือนคนอื่นได้ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมอตลอดเวลา
เธอใช้เวลาทุกชั่วโมง ทุกวินาที ถึงขั้นลงทุนลาออกจากงาน เพียงเพื่อจะมาดูแลทารกที่อยู่ในสภาพไม่น่ายินดีเช่นทารกคนอื่น ๆ เธอต้องการจะใช้เวลานั้นให้คุ้นค่าที่สุด เพื่อต้องการให้พัฒน์เติบโตมาได้เช่นเด็กคนอื่นทั่ว ๆ ไป
แต่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง หมอพบว่าพัฒน์ได้หมดลมหายใจลงไป หลังจากที่ทำการยื้อชีวิตของพัฒน์มาเป็นเวลาสองปีถ้วน
และวันที่พัฒน์จากไป ก็คือวันที่เธอได้เจอหน้าพัฒน์เป็นครั้งแรกในชีวิตนั่นเอง
เธอเอาแต่โทษตัวเอง โกรธตัวเอง นั่งร้องไห้คนเดียวในมุมหนึ่งของห้อง ผมเคยพยายามที่จะเข้าไปเพื่อปลอบใจเธอ แต่กลับต้องถูกไล่ตะเพิดออกมาอยู่ร่ำไป
"เธอไม่มีวันเข้าใจหรอก.. ทั้งหมดมันเป็นความผิดของฉันเอง!"
ไม่ใช่หรอก มันไม่เคยเป็นความผิดของเธอเลยสักนิดเดียว มันแค่เป็นความไม่โชคดีของพวกเราทั้งสองคนก็เท่านั้นเอง
แต่เธอไม่เคยฟัง เธอไม่เคยอยากรับรู้ เธอตัดขาดออกจากผมจนเราเริ่มห่างไกลกันมากขึ้น เราคุยกันน้อยลงไปทุก ๆ วัน ไม่แม้แต่จะมีคำทักทายง่าย ๆ เช่น สบายดีไหม หิวหรือเปล่า ทานอะไรมาแล้วหรือยัง ทุกวันจะมีแต่ความเงียบงันระหว่างเราสองคน
จนในวันหนึ่ง ผมจึงตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อยุติความสัมพันธ์อันกระอักกระอ่วนนี้ให้มันจบ ๆ กันไป
ผมตัดสินใจขอหย่ากับเธอ
ผมยื่นเอกสารสำคัญการหย่าให้กับเธอในวันครบรอบห้าปีของการแต่งงานระหว่างเราสองคน
"ผมมาคิด ๆ ดูแล้วนะ.. ผมคงจะอยู่ต่อไปแบบนี้กับคุณไม่ได้อีกแล้ว"
มันอาจจะเป็นการกระทำที่ดูเห็นแก่ตัว แต่สำหรับผมแล้ว ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของทั้งสองฝ่าย ผมจะได้มีโอกาสได้เจอกับคนที่พร้อมจะยอมให้ผมดูแล และเขาจะได้เจอกับคนที่ดูแลเธอได้จริง ๆ
เธอจ้องมองใบหย่าใบนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึก สีหน้านั้นบางทีมันก็ทำให้ผมคิดไปได้ว่า เธอเองก็คงเหนื่อยหน่ายกับความสัมพันธ์แบบนี้แล้วเช่นกัน ความสัมพันธ์ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่ถูกผูกมัดด้วยคำว่าสามีภรรยา แต่ในความเป็นจริงกลับเลือกทำหน้าที่นั้นจริง ๆ ไม่ได้เลย
คำพูดที่ว่า ลูกจะเป็นตัวสานสัมพันธ์ความรักให้อยู่ด้วยกันได้นาน ๆ ตอนนี้ผมว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นจริงเช่นนั้นอีกแล้ว
เธอขยับเอกสารเข้าไปใกล้ตัวแล้วจรดปากกาลงลายมือชื่อเธอบนกระดาษแผ่นนั้น ก่อนจะยื่นมันส่งคืนให้ผม ผมพิจารณาความถูกต้องของเอกสารจนเรียบร้อยก่อนจะนำมันบรรจุลงซองเป็นอย่างดี
ผมเคยนึกว่าผมจะหย่ากับเธอได้ง่าย ๆ แบบนั้น แต่ผมกลับคิดผิดถนัด
ผมทิ้งเธอไปไม่ได้จริง ๆ
ผมทำใจให้เรื่องนี้มาทำลายชีวิตคู่ของผมกับเธอไม่ได้จริง ๆ
ผมรู้ดีว่าวันเวลาที่เราเริ่มผูกพันกันตั้งแค่วันแรกมาจนถึงวันนี้ มันไม่เคยมีวันไหนที่ง่ายเลย ไม่มีวันไหนที่ไม่มีอุปสรรคอะไรเลยสักอย่าง
แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่มีความสุขเลยสักครั้ง
ตั้งแต่วันแรกที่ผมแอบชอบเธอ เข้าไปจีบเธอทุกวัน ๆ จนเราเริ่มคบกันและได้เป็นแฟนกัน ผ่านปัญหาเรื่องความไว้ใจและชีวิตคู่อีกมากมายมาตั้งหลายอย่าง กว่าจะผ่านด่านพ่อแม่ของแต่ละฝั่ง กว่าที่ผมจะได้ลงเอยแต่งงานกัน
รูปทุกรูปที่ผมได้ถ่ายกับเธอไว้ มันยังคงเป็นภาพสีโทนเก่า ๆ ในสมุดภาพเล่มขาด ๆ ที่ถูกเก็บไว้ในมุมหนึ่งของบ้านเสมอ ที่ถึงแม้ภาพจะเก่าจนบางภาพก็เลือนหาย แต่มันก็ยังทำให้ผมได้เห็นภาพของเธอและรอยยิ้มจาง ๆ บนภาพสีจาง ๆ นั้นตลอดมา
เมื่อวันเวลาดี ๆ มันหวนกลับเข้ามาในความทรงจำ มันก็ทำให้ผมหยุดความรักที่มีต่อเธอไม่ได้จริง ๆ
บางทีผมว่านี่ไม่ใช่ความรักแล้วด้วยซ้ำ แต่มันเป็นความผูกพันที่ผมคงเธอไปไม่ได้อีกแล้ว
ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่จะทำให้เราต้องแยกจากกัน ผมก็ขอให้เป็นลมหายใจเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดเวลาชีวิตของเราทั้งสองคน
ถึงแม้วันนี้ เธอจะไม่ร่าเริง ไม่สดใสเหมือนในวันเก่า แต่ผมก็จะไม่ยอมแพ้
ผมนี่แหละ ที่จะเป็นคนนำรอยยิ้มของเธอกลับมาให้ได้อีกครั้ง
ผมนี่แหละ ที่จะเป็นคนคอยอยู่ดูแลเธอจนกว่าใครสักคนจะจากกันไปก่อน
ผมนี่แหละ ที่จะพิสูจน์ให้เธอได้เห็นว่า ไม่ว่าวันเวลาบนโลกนี้จะเปลี่ยนไปเร็วแค่ไหน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ตาม
แต่ความรักของผมจะไม่มีวันเปลี่ยนไป และจะเป็นเหมือนเดิมตลอดมา

3.
เธอกลับมาบ้านในคืนวันนั้นเอง ผมรีบโผเข้ากอดเธอทันทีที่เห็นหน้า น้ำตาของผมไหลเอ่อออกมาอาบใบหน้าและทั้งสองแก้ม
"คุณหายไปไหนมา? ผมหาคุณทั้งวันเลย ถามใครก็ไม่มีใครรู้"
ผมพูดพลางโอบกอดเขาไว้แน่นในอ้อมอกของผม เธอนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ จนกระทั่งผมถอนกอดออกจากเธอ ผมจึงสังเกตได้ถึงอะไรบางอย่างในมือของเธอ
สมุดภาพเล่มหนึ่งถูกห่ออย่างดีในซองพลาสติกสีขาวขุ่น ผมก้มลงไปคว้าสมุดภาพเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดู
รูปภาพสีจาง ๆ ของผมและเธอ ถูกตกแต่งจนมีสีสัน บางภาพที่เลือนหายก็กลายเป็นเด่นชัดขึ้นมา ทุกรูปยังคงจัดวางในตำแหน่งเดิมของมัน มีเพียงความสดใสของรูปเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไป
ผมเงยหน้ามองคุณภรรยา นี่เป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบปีที่ผมได้เห็นรอยยิ้มอีกครั้งบนใบหน้าของเธอ แม้เธอจะไม่ได้ยิ้มได้เช่นเมื่อก่อน แต่แค่นี้ก็ทำให้โลกของผมสดใสขึ้นเช่นเดียวกับรูปภาพในสมุดภาพเล่มนี้
"ยี่สิบปีแล้ว.." เธอพูดขึ้น ก่อนจะคว้าสมุดภาพในมือผมไป แล้วพลิกสมุดไปด้านหลัง รูปของพัฒน์ที่ถูกถ่ายโดยฝีมือของเธอถูกจัดวางไล่เรียงตั้งแต่วันแรกที่เธอให้กำเนิดเขา จนถึงวันแห่งการจากลา เธอมองรูปภาพนั้นยิ้ม ๆ น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทั้งสอง "..ฉันคงแก่เกินไปแล้วสินะ"
ผมส่ายหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของเธอ
"สำหรับผม คุณไม่เคยแก่เลย"
เธอเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดภาพแล้วสบตาผม ผมยิ้มให้เธอเพื่อแสดงถึงความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อเธอตลอดมา
"ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา คุณคงลำบากเพราะฉันน่าดูเลยสินะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด ผมส่ายหน้าแล้วลูบหัวเธออย่างแผ่วเบา
"ถึงมันจะเป็นความลำบาก แต่ผมก็จะเป็นคนที่ยอมลำบากเพื่อคุณเสมอ" ผมเบี่ยงตัวออกจากเธอเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังเจ้าเป๋ที่ถูกตั้งไว้ในที่ของมัน "อะไร ๆ ในโลกใบนี้มันก็เสื่อมไปตามกาลเวลาทั้งนั้นแหละ ถ้าเราไม่คิดจะรักษามันให้ดี"
เธอยิ้มตอบผม ผมละสายตาออกจากเธอ ก่อนจะเดินตรงไปยังเครื่องเล่นเทปที่แป๋งยกมาให้ผมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว
ผมใส่เทปม้วนหนึ่งลงในเครื่อง ก่อนจะกดปุ่มเล่นเพลงตามที่เด็กคนนั้นสอน แล้วหันมาหาคุณภรรยาด้วยความรู้สึกราวกับวันแรกที่ผมแอบชอบเธอ
"ช่วยเป็นคู่เต้นรำของผมสักคืนได้ไหมครับ?" ผมพูดพลางผายมือขวาของผมไปให้เธอ เธอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือของเธอมาจับไว้
"ยินดีค่ะ" เธอตอบ ก่อนจะทำท่าถอนสายบัวอย่างงดงาม ผมจึงโค้งคำนับตอบเธอ
เราประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน แล้วปล่อยให้จังหวะเท้าของเราเคลื่อนที่ไปตามบทเพลงที่ถูกเปิดเล่นไว้ เราสองคนสบตากันแล้วโผเข้าโอบกอดกันไว้
ผมไม่รู้ว่าผมจะโอบกอดเธอได้อีกนานแค่ไหน อาจเป็นผมหรือเธอก็ได้ที่จะถูกลมหายใจกำหนดการจากไปของเราให้ต้องจากกันไปก่อน
แต่ตราบใดที่ผมยังคงกอดเธอได้ในวันนี้ ผมก็จะกอดเธอไว้แบบนั้น
และมันจะเป็นแบบนี้ในทุก ๆ ลมหายใจ

Monthly Lover รักประจำเดือน - กรกฎาคม (กะ-รัก-กะ-ด่า-คม)


TOO OLD? รักเรา..ไม่เก่าเลย
หรือความรักของเขามันจะเก่าเกินซ่อมไหว ? ชายชราผู้อาศัยอยู่ร่วมกับภรรยาที่ไม่พูดกับเขาแม้แต่ประโยคเดียวร่วมกว่าสิบปี กำลังพบว่าของบางอย่างของเขาเริ่มมีปัญหา และเขาต้องรีบซ่อมแซมมัน ก่อนจะไม่มีโอกาสได้ซ่อมมันอีกครั้ง

เพลงประจำเดือน
งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง - Cocktail Feat. นิว นภัสสร
SHARE
Written in this book
Monthly Lover รักประจำเดือน
เรื่องสั้นแห่งความรัก 12 รูปแบบ ผ่านความหมายของ 12 เดือนและ 12 บทเพลง ที่อาจจะทำให้คุณอยากตกหลุมรักอีกครั้ง ไม่ว่าเมื่อไหร่ ทุกหัวใจจะมีความรักเสมอ..
Writer
Doratong24
Troublemaker
Writer | Photographer | Programmer | Creator | Thinker

Comments

bastin
2 years ago
เขียนดีมากครับ#ชอบเขียนมาบ่อยๆๆน่ะ🙄🤗
Reply
Doratong24
2 years ago
ขอบคุณที่ชอบงานเขียนนะครับ :)