ในวันที่ฝนตก
7.00น. ฉันยืนอยู่บนชานชาลารถไฟฟ้าสถานีเอกมัย ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายและผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมายืนต่อแถวกันโดยปราศจากเสียงสนทนาใดใด ฉันมองไปรอบๆและสังเกตผู้คนที่ตัวชื้นๆ ผมยังไม่แห้ง บางคนยืนกอดอก บางคนยืนจ้องโทรศัพท์ บางคนชะโงกหน้าไปดูว่ารถไฟฟ้าขบวนต่อไปมาหรือยัง เสียงสายน้ำจากฟากฟ้ากระทบกับสิ่งก่อสร้างรอบๆดังกลบทุกเสียงหายใจบนชานชาลานั้น ทุกคนต่างดูเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าจากการทำงาน นี่คือวันพุธ กลางสัปดาห์อันแสนวุ่นวายของชาวเมือง

ทุกคนต่างรอรถไฟฟ้าเพื่อไปยังจุดหมายที่ฉันเดาว่าคงเป็นที่ทำงานของพวกเขา ฉันสงสัยในชีวิตของมนุษย์เหล่านี้เหลือเกินว่ามีจุดหมายในชีวิตคืออะไร และกำลังจะไปไหน ทุกคนแค่ตื่นขึ้นมาทำงานไปวันๆและรับเงินเดือนอย่างนั้นเหรอ แต่ละคนเช้านี้ดูสภาพไม่จืดสักนิด ไม่มีผู้หญิงคนไหนแต่งหน้าหรือทำผมดีๆมากันเลย สายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เย็นเมื่อวานทำให้คนพวกนี้ตัวเหม็นอับไปหมด 

บางครั้งในวันที่ฝนตกรถไฟฟ้าก็จะมาช้า และบางครั้งมันก็ไม่มาเลยนานมากๆ นานจนคนพวกนี้ทยอยเดินลงไปข้างล่างและเร่งรีบหาทางไปทำงานให้ทัน ฉันสงสัยเหลือเกินว่างานของเขาสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ฉันก็ได้ตระหนักอย่างหนึ่งว่างานที่พวกเขาทำคืออาหารที่พวกเขากินและเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่ คือค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าดำรงชีวิต พวกมนุษย์นี่ไม่รู้จักผ่อนปรนกันเสียบ้าง เอาแต่รีบๆๆๆไปทำงานให้เจ้านายซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ผู้ประกอบที่จ่ายเงินให้พวกเขาเพียงน้อยนิดแต่ใช้งานเยี่ยงทาส ฉันก็เห็นพวกเขาฉลองวันเลิกทาสกันประจำแต่พวกเขาไม่เคยหลุดพ้นจากการเป็นทาสเลยพวกเขาใช้ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ที่เป็นไปตามกลไกของเศรษฐกิจ และทำตามโปรแกรมของสังคมที่ถูกตั้งขึ้นมา 

พวกเขาจะมีอิสระได้ทำตามความฝันของตัวเองหรือเปล่านะ ไม่สิ่ บางทีความฝันของพวกเขาอาจจะแค่ รวย หรือมีชีวิตที่สุขสบายกว่านี้ก็เป็นได้ พวกเขาจะรู้หรือไม่ว่าพวกเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อมีอายุถึงร้อยปี ถึงมัวแต่มายอมยืนตากฝนเบียดเสียดตัวเหม็นกันบนชานชาลาแห่งนี้ ทำไมพวกเขาไม่รีบทำตามความฝันของตัวเอง อ่อลืมไป พวกเขาทำไม่ได้ หรือไม่พวกเขาก็อาจไม่มีความฝันเป็นของตัวเอง บางคนก็กำลังอยู่ในความฝันแอนหอมหวานของคนอื่น 

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่โรแมนติกไม่ใช่เหรอ แต่สิ่งที่ฉันเห็นอยู่ตอนนี้คือโรคซึมเศร้าชัดๆ นั่นไง อย่างน้อยบนชานชาลานี้ก็มี4คนที่ป่วยเป็นโรคนี้อยู่ นั่นคนนั้นไปเป็นทาสที่น่าสงสารที่สุด ที่บ้านมีภาระมากมาย ลูกชายของเธอป่วยหนักเป็นเนื้องอกในสมอง และเมื่อคืนเธอไม่ได้นอนเพราะจับได้ว่าสามีมีเมียน้อย เธอกำลังคิดทบทวนว่าจะเลิกกับสามีดีไหม แต่ถ้าเลิกตอนนี้เธอก็รับภาระค่ารักษาคนเดียวไม่ไหว น่าสงสารจริงๆ 

ผู้ชายอ้วนๆที่ใส่เสื้อเชิร์ตสีเหลืองแขนยาว ใส่แว่นหนาเตอะคนนั้น เรียนจบปริญญาเอกสาขาประวัติศาสตร์ เขาเป็นครู เขาคงได้สอนอะไรหลายๆอย่างแก่อนาคตของชาติ แต่น่าเสียดาย เย็นวันนี้เขาจะไม่ได้กลับมาที่สถานีนี้อีก เพราะเขาจะหัวใจวายก่อนฝนจะหยุดตกเสียอีก 

รถไฟฟ้าขบวนหนึ่งวิ่งสวนทางมาจากสายสุขุมวิท มุ่งตรงไปอ่อนนุช ผู้หญิงในชุดลูกไม้สวยๆคนนั้นเดินลงมาแล้ว เธอเพิ่งเลิกงานจากแหล่งบันเทิง แต่หลังจากนี้เดือน2เดือนเธอคงทำงานนี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะไข่กับอสุจิในมดลูกของเธอเพิ่งปฏิสนธิตอนที่เธอก้าวออกจากรถไฟฟ้านั่นเอง 


โถมนุษย์ ชีวิตพวกเจ้าช่างน่าสงสาร ความโชคร้ายบนโลกใบนี้มันมากมายเกินไป มีเพียงน้อยนิดเกิดมาโชคดี แต่พวกเขาก็ไม่ได้โชคดีตลอดไปหรอกนะ โลกใบนี้ไม่เคยมอบความสมบูรณ์แบบให้กับอะไรทั้งสิิ้น เมื่อไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบทุกสิ่งทุกอย่างจึงต้องพึ่งพากันเพื่อจะอยู่รอด พวกเจ้าแค่มีสิ่งที่ดีกว่าเราคือสติปัญญา ร่างกายของเจ้าต้องพึ่งออกซิเจน แต่สติปัญญาของเจ้าทำให้สถานที่ๆเจ้าอยู่เต็มไปด้วยแก๊สพิษ และออกซิเจน3โมเลกุลที่เรียกว่าโอโซนอันเกิดจากไอเสียรถยนต์นั้นเป็นพิษต่อพวกเจ้าทั้งหมด 

พวกเราไม่มีบ้านอยู่ ได้แต่พักพิงสิ่งก่อสร้างของพวกเจ้า บางครั้งพวกเจ้าก็ทำลายมัน ไล่ฆ่าพวกเรา แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นพวกเจ้าเองที่มีบ้านที่เหมือนไม่ใช่บ้าน เจ้าคิดว่าเจ้าปกครองโลกนี้แต่จริงๆแล้วไม่มีใครปกครองโลกนี้ สายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เมื่อวานจนเช้าวันนี้ยังไม่อาจเทียบได้กับน้ำตาที่ไหลออกจากตาของพวกเจ้า  

ฉันพยากรณ์ชีวิตให้พวกเจ้าแล้วก็จะขอกลับไปนอนรอฝนหยุดตกล่ะนะ  

จาก นกพิราบพยากรณ์บนสถานีบีทีเอสเอกมัย

SHARE

Comments

bastin
2 years ago
เขียนดีคับ..ชอบอ่าน
Reply
Tis
2 years ago
เป็นเหมือนคำสาป ที่ต้องแก้คำสาปให้ได้ด้วยตนเอง สังคมนี้มันก็หม่นๆประมาณนี้แหละ

ไว้คราวหน้า เขียนเรื่องสดใสของตอนเช้าในสถานที่ ที่ต่างออกไป หรือตอนสายๆที่มีกิจกรรมของมนุษย์ประเภทอื่นๆให้อ่านบ้างนะ :) คงจะดีไม่น้อย
Reply