ความใส่ใจ.
  ในย้านถนนคนเดินแห่งหนึ่งที่มีคนมากมาย บรรยากาศรอบข้างนั้น ราวกับในโลกเวทย์มนต์ 
ตึกแถวเก่าๆ ร้านค้าขายของเก่าเรียงราย มีร้านกาแฟและร้านอาหารตั้งกระจายกันไป ร้านหนังสือเก่าเต็มไปหมด เป็นถนนคนเดินที่น่าเดิน และน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน

  ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เดินไปตามทางเดินบนถนนนั้น เขาแต่งตัวด้วยโทนสีดำทั้งตัว เสื้อคลุมยาวถึงเข่า กางเก่งสีดำ และใส่หมวกปิดหน้าปิดตา ท่าทางลึกลับ พร้อมถือนาฬิกาพกพาเก่าๆเรือนหนึ่งในมือ 

  เดินไปแล้วสักพักใหญ่ เขาก็หยุดลงหน้าร้านร้านหนึ่ง เป็นร้านรับซ้อมนาฬิกาที่ดูหรูหรา พร้อมป้ายใหญ่ๆดูอลังการ เขาเดินเข้าไปในร้านทันทีโดยแนบรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ไปด้วย

  เมื่อเสียงกริ่งดังขึ้น เจ้าของร้านก็ออกมาทักทายอย่างมีมารยาท แต่สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความโลภอย่างเห็นได้ชัด เขาทักทายพร้อมพูด "ไม่มีนาฬิกาเรือนไหนที่ผมซ้อมไม่ได้ รับประกันว่าจะกลับมาเดินได้อีกแน่นอน"

  ชายชุดดำๆด้ยินดังนั้น จึงเอานาฬิกาพกพาเรือนเก่าให้ช่างซ่อมดู "มันไม่ยอมเดินเลยทั้งๆทีเมื่อวานยังดีๆอยู่เลย คุณช่วยซ่อมมันให้ผมได้มั้ย"
ชายชุดดำกล่าว เจ้าของร้านพยักหน้ารับ พร้อมบอกว่า "สบายมาก แต่ผมเรียกค่าบริการสูงนะครับ เป็นงานปราณีต คุณจะจ่ายไหวมั้ย"
"ผมให้คุณได้มากกว่านั้นแน่นอนครับ ขอแค่คุณทำให้มันเดินได้อีกครั้ง ผมขอเวลาแค่4วัน ได้มั้ยครับ" ชายขุดดำกล่าว

  เจ้าของร้านตาเป็นประกายเมื่อได้ยินแบบนั้น ตอบรับไปอย่างรวดเร็ว ชายชุดดำจึงกล่าวขอบคุณ แล้วเดินออกจากร้านไป เจ้าของร้านไม่รีรอ รีบนำนาฬิกาเรือนนั้นไปซ่อมทันที หวังเพียงแค่เงินตอบแทนที่สูงค่า

              แต่มันกลับไม่ง่ายขนาดนั้น
  ผ่านมาแล้ว3วัน ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ไม่ว่าจะใช้ฟันเฟืองราคาเเพงขนาดไหน ดีขนาดไหน นาฬิกาเรือนนี่ก็ไม่กลับมาเดินเลย ไม่แม้แต่จะกระดิกเข็มวินาทีให้ เจ้าของร้านเริ่มใจหาย พรุ่งนี้คือกำหนดส่งแล้ว แต่ยังซ่อมมันไม่ได้เลย เขาเริ่มถอดใจ และหวังว่าชายคนนั้นจะให้เวลาเขาเพิ่ม

เช้าวันที่4มาถึง ชายชุดดำคนเดิมเดินผ่านประตูเข้ามา ถามหานาฬิกาของตน แต่เจ้าของร้านกลับบอกว่า "ไม่ว่าจะทำวิธีไหนก็ไม่สามารถซ่อมมันได้เลย ผมขอเวลาคุณเพิ่มได้มั้ย รับรอง ว่าต้องซ่อมมันได้แน่"

  ชายคนนั้นยิ้ม แล้วตอบว่า "ผมให้เวลาคุณไปแล้ว แต่คุณก็ยังทำให้เวลาของผมกลับมาเดินไม่ได้ ผมไม่จำเป็นต้องให้เวลาคุณเพิ่มอีก"
เมื่อพูดจบ ก็กล่าวขอบคุณ แล้วหยิบนาฬิกาตน แล้วเดินออกจากร้านไป

  ปล่อยให้เจ้าของร้าน เสียใจ และจมกับความโลภของตน

  เมื่อออกมาจากร้าน เขาก็หยิบนาฬิกาพกพาเรือนนั้นขึ้นมา ใช้นิ้วโป้งข้างขวาลูบที่ฝาปิดเบาๆ แล้วเปิดมันออก น่าประหลาดใจ นาฬิกากลับเดินได้อย่างปกติ เหมือนพึ่งซื้อมาใหม่ เขายิ้มมุมปาก แล้วพูดพึมพัมเหมือนพูดให้แค่ตัวเขาและนาฬิกาเรือนน้อยฟัง
สุดท้ายก็ยังไม่เจอสินะ จะมีใครให้ความรักกับเจ้าได้มากกว่าเราละ    เมื่อพูดจบ จึงเก็็็็็็็็็็็็็็บนาฬิกาเรือนน้อยเข้ากระเป๋า
และเดินหายเข้าไปในฝูงคน ในถนนคนเดินที่ลึกลับ และหายตัวไปในที่สุด.




  
SHARE
Written in this book
No name tales.
My long story of Nothing. Only the tales for bed time.
Writer
usher
Storyteller
Tales from nowhere.

Comments