สงครามส่วนสูงภาคสอง: เงาของวรรณ (2)
“ข่าวดี” และ “ข่าวร้าย”
 
วันฟังผลสอบปลายภาคเรียนที่สองสมัย ม.1 ผมมีโอกาสสนทนากับ “เผือก” เพื่อนสมัยประถมฯ ที่ย้ายมาอยู่โรงเรียนมัธยมฯ แห่งเดียวกัน

แม้เผือกจะมีผลการเรียนย่ำแย่กว่าผม เทอมแรก สอบได้เกรดเฉลี่ยแค่ 2.4 ส่วนเทอมสอง เกรดเฉลี่ยตกลงไปเป็น 2.3 แต่เขากลับตัวสูงขึ้นมากอย่างเด่นชัด

ตอนจบ ป.6 เผือกสูงประมาณ 154 ซม. เท่านั้น เตี้ยกว่าผมอยู่ราว 3-4 เซนติเมตร แต่พอจะขึ้นชั้น ม.2 เผือกกลับมีความสูง 165 ซม. สูงกว่าผมถึง 3 เซนติเมตร
 
เผือกเล่าให้ผมฟังด้วยอารมณ์และน้ำเสียงตื่นเต้นว่าเพิ่งไปเจอวรรณโดยบังเอิญที่ห้างสรรพสินค้า และต้องงุนงงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าวรรณกับเขาตัวสูงเท่าๆ กัน ทั้งๆ ที่สมัยก่อน เธอคือนักเรียนที่ตัวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของระดับชั้น และเคยสูงกว่าเผือกเกิน 10 เซนติเมตร

“เป็นไปได้ไง? ตอนนี้ วรรณมันเตี้ยมากเลย เหมือนพอจบ ป.6 แล้ว ก็ไม่สูงขึ้นอีกเลย มันตัวพอๆ กับกูเอง ทั้งที่เมื่อก่อนสูงกว่ากูตั้งเยอะ หรือว่ากูตัวสูงขึ้นมากด้วยวะ?” เผือกแจ้งข่าวและถามความเห็นผม

“เออ มึงก็สูงขึ้นเยอะจริงๆ นี่หว่า เผือก” ผมตอบ

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเผือกมีท่าทีคุยโวโอ้อวดจนเกินจริงอยู่ไม่น้อย เพราะตอนจบ ป.6 วรรณตัวสูงถึง 167 ซม. แล้ว ต่อให้เธอไม่สูงขึ้นเลยภายในเวลาหนึ่งปีหลังจากนั้น เธอก็ยังจะสูงกว่าเผือกอยู่ 2 เซนติเมตร

แต่เป็นไปได้หรือที่คนอย่างวรรณจะตัวไม่สูงขึ้นเลย? 

ตรงข้ามกับเรื่องราวของวรรณ เผือกเอ่ยถึงเพื่อนผู้หญิงจากโรงเรียนเก่าอีก 1-2 คน ว่าตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

“วันก่อน เจออร มันก็สูงเท่าๆ กูนะ 165 ก้อยก็สูงขึ้นเยอะ ตัวพอๆ กับกูเหมือนกัน” เผือกเล่า

ถ้าเชื่อตามเผือก แสดงว่าอรกับก้อยที่ก่อนจะจบ ป.6 ตัวสูงสูสีผม เริ่มฉีกตัวออกนำผมไปถึง 3 เซนติเมตรแล้ว

เผือกจึงนำทั้ง “ข่าวดี” และ “ข่าวร้าย” มาสู่ผม

“ข่าวดี” คือ เรื่องที่พัฒนาการทางด้านร่างกายของวรรณเริ่มหยุดชะลอลง จนเธออาจจะกลับกลายมาเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีกับผมอีกครั้งบนสนามประลองส่วนสูง

ส่วน “ข่าวร้าย” ก็คือ เผือกและเพื่อนวัยเยาว์อีกจำนวนหนึ่ง เริ่มตัวสูงทิ้งห่างผมไปอย่างขาดลอยมากขึ้นเรื่อยๆ 
SHARE
Written in this book
"สงครามส่วนสูง" : ผมกับวรรณ
นิยายว่าด้วยการแข่งขันและมิตรภาพในวัยเยาว์ ผ่านประเด็นใจกลางอย่างเรื่อง "ส่วนสูง"

Comments