สายฝน
มนุษย์จะสมบูรณ์ที่สุดเมื่อเขาได้ฝืนธรรมชาติของตนเอง
    มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดื้อดึงสุดๆชนิดนึงก็ว่าได้ หลายพันปีที่ผ่านมาพิสูจน์มากพอแล้วว่ามนุษย์ต้องการบังคับและควบคุมทุกอย่างให้อยู่ใต้อาณัติตนเอง แม้แต่ธรรมชาติ มนุษย์ก็ยังต้องการจะควบคุมเอง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไงมนุษย์ก็ไม่สามารถควบคุมมันได้อย่าแท้จริงคงจะเป็น"ใจ"ตัวเอง ที่ห้ามยังไงก็ยังดื้อดึงไปซะทุกทาง ไม่มีทางไหนจะทำได้นอกจาก ปล่อยให้ไหลไปตามใจมันเอง

    ฝนพรำกลางดึกไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นหรืออย่างไร หากแต่กลับดึงเอาห้วงอารมณ์เหงามาแทรกกลางต่อมสมองส่วนหน้าเสีย เสียงฝนกระทบซีเมนต์ เปาะแปะเปาะแปะ ชวนนึกถึงคราวยังเด็ก เด็กที่ไร้เดียงสา เด็กที่ยังไม่รู้จักโลก เด็กที่ไม่รู้จักการจัดการอารมณ์ตัวเอง สนุกสนานกลางฝนพรำ ชุ่มช่ำกับความชื้นแม้ต้องเปียกปอน กลับกลายต้องมาเป็นผู้ใหญ่ที่ติดใน"ฝนอารมณ์" ในคืนนี้ เสียงเปาะแปะเหมือนกับสายฝนหล่นกระทบใจให้เปียกปอน ลมแรงพัดไสวผ่านผิวหน้าอันชุ่มฉ่ำ ท่ามกลางเสื้อหนังสีดำบนทางไฮเวย์ที่เปียกปอนจากฝนกระทบและอาบแสงไฟต่างแสงจันทร์ ฝนอาจเกลียดเขาก็ได้ในคืนนี้ ร่วงหล่นโรยรินเป็นธารอารมณ์แต่ชำระล้างเอาความด่างพร้อยในใจไม่ออกเสียที 

เงยหน้ารับฝนหน่อยสิ..
    แสงไฟถนนที่แยงลงมาท่ามกลางสายฝนที่ชุ่มฉ่ำเป็นตัวแทนของจันทราในคืนนี้ แสงสีส้มแสดสาดลงตรงกลางใจเปรียบคงเหมือนความอบอุ่นแต่ทว่าหากในตอนนี้เป็นเหมือนการตอกย้ำถึงความโดดเดี่ยวท่ามกลางสังคม ความรู้สึก ความห่างไกลกับสิ่งเขาไม่รู้อีกมาก ไอน้ำรอบกายโอบอุ้มความรู้สึกหนักอึ้งในใจที่เกาะกินเหมือนสนิมที่กัดเหล็กมาแรมปี ความรู้สึกรักนี่มันง่ายต่อการเข้าใจ แต่หากเปรียบแล้วการที่จะรักใครสักคนจริงๆมันยากกว่าการรู้จักจริงๆ 
    เหมือนวิดน้ำในคลองกลางสายฝน เหมือนจะได้ผลแต่ก็เท่านั้น ฝนเติมเต็มทุกอณูที่วิดออก เหมือนใจดวงน้อยล่มจมลงในคูคลองกลางสายฝน  ฝนตกกระทบใจในคืนนี้ทำเอาเปียกปอนไปกันหมด สติสตังเข้าสู้ภวังค์เปียกกลางสายฝน ในใจร่ำร้องสิ่งหนึ่ง ความอบอุ่นจากฝนนี้ ความอบอุ่นที่ง่ายดายไม่จำเป็นต้องหวือหวาเหมือนฟืนเปียกโหยหาเพิงแห้งเพียงเพื่อความอบอุ่นเล็กๆไม่จำเป็นต้องใหญ่โตแล้วเดียวดาย ความรู้สึกตอนนี้คงเหมือนก้อนหินกระมัง ที่มีสายฝนหล่นประดังมากระทบให้เปียกปอน ผ่านร้อนหรือหนาวไม่เคยกลัวเพราะกล้าที่จะเผชิญ แต่ทำไมฝนมาจึงกลับทำก้อนหินเปรอะเปื้อน เลอะเทอะ...

แต่ต่างกันที่เธอกลับเป็นฝนนั้นซะเอง
    เธอกลับเป็นสิ่งที่หล่นกระทบใจเสียซะเอง เธอคือการชำระล้าง เธอเชื่อในการชำระล้าง เธอเชื่อในความบริสุทธิ์ ข้อเท็จจริงคือหากไม่เปรอะเปื้อจะเลอะเลือนกลัวฝนไปทำไมเล่าเจ้าก้อนหิน? เธอเชื่อว่าก้อนหินคือก้อนหิน ก้อนหินไม่ขยับเพราะก้อนหินไม่มีชีวิต ก้อนหินไม่มีชีวิตเพราะก้อนหินไม่มีหัวใจ ใครเล่าจะรู้กันว่าข้อเท็จจริงคืออะไร ก้อนหินหรือสายฝนกันแน่ที่ไร้หัวใจ ก้อนหินถามถึงพระองค์แต่ไร้ซึ่งคำตอบขาน มีเพียงสองธาตุหล่นกระทบกันเป็นปรากฏการณ์ สายฝนยังเชื่อในการชำระล้าง ก้อนหินก็เช่นกันที่ยังเชื่อ..เชื่อในความมั่นคง 

บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันแน่คือสายฝน
บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันแน่คือก้อนหิน
แต่วันนี้เธอคงเป็นสายฝนที่เยือกเย็นจริงๆ
เพราะอย่างไรเธอก็คือสายฝนอยู่แล้ว




SHARE
Writer
Nocturnal
Sincered human being
I​ don't​ fear a​ curtain death, death​ is​ curtain.

Comments

BETHNIA
3 years ago
หยาดฝน กับก้อนหิน ใครจะไปรู้คะ ว่าวันหนึ่ง หยาดฝนเล็กๆก็กร่อนหินได้

แต่หินกลับไม่สามารถหนีหยาดฝนได้
คงเหมือนหัวใจ ที่ไม่สามารถหนีความรักพ้น ถึงแม้นว่าไม่ต้องการมันอีกแล้วก็ตาม
Reply
BETHNIA
3 years ago
ไม่เจอกันนานสบายดีนะคะ
Nocturnal
3 years ago
ขอบคุณครับ มันคงจะจริงแหล่ะที่ก้อนหินหนีหยาดฝนไม่พ้นจริงๆ มีเพียงแค่ต้องอยู่กับมันต่อไปเรื่อยๆ หินอาจกร่อนลงและสลายไปวันนึง แต่หยาดฝนก็ยังเป็นหยาดฝนอยู่วันยังค่ำ ไม่เปลี่ยนแปลง

ผมสบายดีครับ ไม่ได้เข้ามานานพอควรแต่ได้อ่านเรื่องของคุณพี่แล้วทราบว่าอาการดีขึ้นเยอะเลย สู้ๆนะครับผม :)
LonelyShadow
3 years ago
ชอบมากๆ
Reply
Nocturnal
3 years ago
ขอบคุณครับ