เหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ใครจะคิด ว่าชีวิตคนเราจะมีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นจริง 

เรื่องนี้คือสิ่งที่เราพยายามจำได้ และเรียงลำดับใหม่ตามการประมวลผลในสมอง ณ ตอนนี้
เหมือนมีเช้าวันนึง ที่เราตื่นจากฝัน
แล้วจำทุกอย่างได้
ไม่อยากให้มันหายไปไหน

เมื่อประมาณ 4 เดือนก่อน เรามีปัญหา
เรามองโลกในแง่ร้าย ร้ายแบบติดลบไปหมด
เราเลยเลือกจะไปพบจิตแพทย์
หมอบอกเราเป็นโรคซึมเศร้า
หมอจะรักษา เบื้องต้นใช้เวลา 6 เดือน
แล้วหมอก็สั่งจ่ายยามาให้
จนวันนึง เรามีความผิดปกติ 
เราอารมณ์ดีผิดปกติ ดีติดต่อกันหลายวัน
หมอเลยเริ่มสงสัยว่าเราเป็น ไบโพลาร์
หมอสั่งเปลี่ยนยา ให้เป็นยาอีกตัวที่สามารถรักษาไบโพลาร์ได้
แต่เรากลับแย่ลง เราไม่มีสติ
และที่แย่กว่า คือเรามีอาการวิตกกังวล (panic)
ชีพจรเราจะเต้นแรงมาก เวลามีอะไรมากระทบจิตใจ แล้วก็จะไม่มีแรงไปเลย จนบางครั้งเราอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วเจอเสียงดัง ก็หมดแรงไปเฉยๆ
เรารายงานแม่ตลอด แม่เราเป็นพยาบาล
จนแม่เราทนไม่ไหวแล้ว แม่เราเดินทางมาดูแลเราเอง เพราะพ่อเราดูแลเราไม่ได้เลย
และในขณะเดียวกัน เราเริ่มไม่เชื่อใจหมอ
เพราะหมอเล่นจ่ายยาอย่างเดียว 
หมอไม่ถามไรเลย เราเป็น panic หมอก็ไม่สน
เราเลยตัดสินใจ ย้ายโรงพยาบาล
คราวนี้เรา request ขออาจารย์หมอ ที่มีประสบการณ์ 
และเราก็ได้หมอคนใหม่ ที่รู้ประวัติเราละเอียดมากๆ แบบอ่านจบก็สนิทกันเลยอ่ะ
หมอวิเคราะห์ให้ฟังว่า เราน่าจะเป็นไบโพลาร์
ที่มีขั้วซึมเศร้าเด่นกว่า mania
และมีอาการของ panic disorder ร่วมด้วย
แต่ปมในใจเราเรื่องครอบครัวไม่พอจะทำให้เราระเบิด สิ่งที่ทำให้ระเบิดจริงๆ คือเราเอง ที่กดดันตัวเอง ว่าเราต้องเก่ง ต้องทำงานได้เท่าคนอื่นในออฟฟิศ ทั้งๆที่เราเข้าหลังเค้าตั้งนาน
ในที่สุด สารเคมีในสมองเราเลยรวนไปเลย
แล้วหมอก็ดูผลเลือด พบว่าเรามีค่าไทรอยด์ต่ำ
และยาตัวเก่าที่เรากินอยู่ มีผลทำให้มันต่ำลงไปอีก
สังเกตจากที่เรารู้สึกหนาวตลอดเวลา ตัวสั่นสะท้านข้างใน แบบเป็นมาตลอดด้วยซ้ำ เราขี้หนาวมากๆ 
หมอเลยสั่งเปลี่ยนยา
แม่เราก็สังเกตตลอด 
แล้วก็เห็นว่า เราเบลอตลอดเวลา
พูดไม่รู้เรื่อง 
ไม่มีสติ
ทำอะไรไม่คิด
ว่าแม่เยอะมากๆ เราจำช่วงนี้ได้เลือนลางมากๆ
แต่ก็รู้สึกผิด
เรามีแฟนด้วยนะ เราคบกับแฟนตั้งแต่เดือนไหนเรายังจำไม่ได้เลย เราไปหาเค้าวันไหนบ้าง บอกตรงๆเราจำไม่ได้ ดีนะ ที่เค้าไม่ทิ้งเรา เพราะสภาพเราแย่มาก และทำตัวแย่มาก
จนแม่เราบอกหมอเองเลยว่าขอเปลี่ยนยา 
เพราะยาตัวนี้เรากินแล้วเบลอ
หมอเชื่อ หมอสั่งเปลี่ยนยาอีกครั้ง 
รอบนี้ยาได้ผล เราดีขึ้น
ดีขึ้นมาก
จนตอนนี้หมอสั่งยาแบบสม่ำเสมอ ให้สมองเรานิ่ง แล้วหมอจะค่อยๆ off ยา 
หมอนัดเราห่างออกไปเดือนนึงเพื่อสังเกตอาการ
แต่ที่เรารู้สึกตอนนี้คือดีขึ้นมาก ถึงจะยังไม่ 100%
แต่ก็จำอะไรได้เยอะมาก 
อาจจะเพราะแม่เราดูแลเราดี แฟนเราเข้าใจ
เจ้านายเราไม่ยอมให้เราลาออก เพราะเค้าอยากให้เราหาย แล้วกลับมาทำงานสนุกๆกัน เพื่อนเราอัพเดทเรื่องปัจจุบันให้เราฟังตลอดเวลา พี่ชายเรางงๆ แต่ก็ช่วยแม่ดูแลเรา
แต่มีบางวันที่เราตื่นแล้วไม่มีความรู้สึก
บางทีก็เดินชนโต๊ะ จนช้ำ แต่ไม่เจ็บ
นิ้วชาจนพิมพ์อะไรก็ผิดไปหมด
มองไปทางไหน ก็มีแต่ภาพสี fade

เหมือนฝันอ่ะ
จำได้ว่าตอนกินยาตัวที่ทำให้เบลอ เราเพ้อมาก
เราฝันร้าย ฝันว่าฆ่าแมวตัวเองตาย ทั้งๆที่แมวไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ เราตื่นมาร้องไห้เกือบตาย
แม่เราเข้าใจว่าเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึก ว่าเราไม่ชอบแมวตัวนี้ แต่จริงๆเรารักมัน และตอนเด็กๆเราบีบหนูขาวตาย มาบวกกัน เลยหลอน
บางวันก็ฝันซ้อนฝัน เราฝัน หรือจริงก็ไม่รู้
คืนนึงเรากำลังจะขาดใจตาย เราหายใจไม่ออก
เหมือนกำลังจะดับไป แล้วจู่ๆ ยายเราก็มาช่วย ดึงเรากลับมา 
ปล.ยายเราเสียไปก่อนเราเกิด แต่เรารู้สึกว่ามันจริงมาก

ยังไงก็ตาม
ตอนนี้เราจำตัวเอง และคนอื่นได้ 80%
เหมือนตื่นจากความฝัน ที่เราเองไม่ยอมตื่น
สมองพังไปช่วงนึง

เพราะเราทำตัวเองแท้ๆ 
แต่ได้บทเรียนเยอะเลย
ว่าต่อไป ไม่ว่าชีวิตหรือโลกมันจะแย่ และไม่น่าอยู่ขนาดไหน เราต้องมีความสุข และมีสติไว้ 

รอบข้อมือเรามีรอยแผลเป็นจางๆเต็มไปหมด
เราเพิ่งเห็นว่าตัวเองถ่ายรูปไว้ ว่าวันนั้นเรากรีดข้อมือ ด้วยมีดคัตเตอร์ เพราะพ่อเราทิ้งเราไปอยู่กับคนอื่น ทำไมเราไม่เจ็บเลย ถึงตอนนี้ มันกลายเป็นรอยแผลเป็นเรียบร้อยแล้ว และเราก็จะต้องไม่ลืม ว่าพ่อเราทิ้งเรา เป็นเรื่องจริง

แม่รักเรามาก แค่นี้ก็พอแล้ว สำหรับการมีชีวิตอยู่
เพราะโลกนี้ ยังมีคนต้องการเรา

วันจันทร์นี้เราจะกลับไปทำงาน ลองดูว่าช่วงที่หายไป มีอะไรอัพเดทบ้าง เราต้องการกลับไปมีชีวิต
และยังไม่อยากตาย


นานแค่ไหนนะ ที่เราหายไป 
หายไปแบบไร้ความทรงจำ
รู้สึกเหมือนเรื่องนี้ ไม่ควรเกิดขึ้นเลย 
ในชีวิตคนๆนึง .




SHARE

Comments