ฉันไปรับพลังของค่ายๆหนึ่งมาล่ะ :)
 -  Art for all ค่ายศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ -
รู้จักค่ายนี้กันมั้ย ? เคยได้ยินชื่อค่ายนี้บ้างหรือเปล่า ? จากเรื่องก่อนที่เราเขียน " รอยยิ้มจากคนไม่รู้จัก " จะว่าเรื่องนี้เป็นภาคต่อก็ไม่น่าใช่ เพราะเราเชื่อว่า ถึงแม้จะเป็นค่ายเดิม ชื่อเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างมีสิ่งใหม่ๆ มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ
เรามีปัญหากับตัวเอง และเราคิดว่าค่ายนี้บำบัดความรู้สึกของเราได้ดีทีเดียวถ้าอ่านแล้วก็ยัง งงๆ ว่าเราจะเขียนถึงค่ายอะไร เราจะอธิบายสั้นๆก็คือ ค่ายนี้จัดมา 21 ปีแล้ว เป็นค่ายที่นำคนพิการทุกรูปแบบมาใช้ชีวิตด้วยกัน และใช้ศิลปะเป็นการพัฒนาพวกเขาไม่ว่าจะจิตใจหรือทักษะต่างๆ ซึ่งปีที่แล้ว เราไปมากับเพื่อนเสียงแหลมน่าตาเป็นมิตร ชื่อ น้ำผึ้ง แต่ปีนี้น้ำผึ้งกับเรา ไปหลอกล่อเพื่อนๆคนอื่นได้หลายคนเลย 
  ลึกๆในใจของเรา ถ้าให้พูดตรงๆ เรามีปัญหากับสภาพจิตใจของตัวเองอย่างมาก เราเครียดและกดดันตัวเองในหลายๆเรื่อง จนเรารู้สึกว่าถ้ามากกว่านี้เราอาจจะป่วย ป่วยทางด้านจิตใจ และเรารู้สึกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ตัวตนของเราเลย ทำให้การออกค่ายในครั้งนี้เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วโดยสิ้นเชิง .. .
การยอมรับกันและกัน ทำให้เห็นว่าสังคมนี้น่าอยู่แค่ไหน
    เรารู้สึกเสียดายเล็กๆที่ปีนี้ค่ายลดจาก 5 วันเป็น 3 วัน เพราะค่ายปีที่แล้วที่จัด 5 วัน
เรายังรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวมาก ปีนี้เหลือ 3 วันเวลาจะยิ่งผ่านไปไวมากแค่ไหน คงไม่ต้องถามเลยแต่อย่างว่าแหละเวลาของความสุข ผ่านไปเร็วเสมอ ถึงแม้เวลาจะมี 24 ชั่วโมงเท่าเดิมทุกวัน
แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ทำให้เราต้องเข้าใจ และยิ่งต้องใช้เวลาในค่ายให้คุ้มที่สุด 
       เราเป็นคนโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ไม่ใช่สูงธรรมดา สูงมากกกกกกกกกก กไก่พันตัว
 ทำให้การพูดคุยกับคนอื่นๆ ดูเป็นอะไรที่เราไม่่ค่อยถนัด แต่ถ้ากับคนสนิทอันนี้ก็อีกเรื่องนึง ค่ายนี้เราทำหน้าที่อยู่ฝ่ายวิชาการ ค่ายนี้มีหลายฝ่ายเลยล่ะ ไม่ว่าจะ พี่เลี้ยง พัสดุ ผู้ช่วยวิทยากร สวัสดิการ-อาหาร กิจกรรมพิเศษ แต่ที่เราเลือกอยู่ฝ่ายนี้เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะเราอยากคุยกับคนอื่นๆ อยากเปิดโลก อยากได้รับมุมมองในชีวิตใหม่ๆ และที่สำคัญเราคิดว่ามันเป็นการสร้างพลังใจให้กับเรา และเป็นการบำบัดจิตใจชั้นดี เราเลยเลือกที่จะขออยู่ฝ่ายนี้ตอนวันสัมภาษณ์ค่่าย
    สิ่งแรกที่เราได้รับจากการไปค่ายครั้งนี้ คือการบำบัดสภาพจิตใจเราเอง รอยยิ้มของเด็กๆในค่ายคือความสุขที่ไม่มีข้อแม้ แค่พวกเขายิ้ม เราก็รู้สึกมีความสุขไปด้วยแล้ว การทำภาษามือแบบผิดๆถูกๆทำให้เรารู้สึกว่า เราอยากทำได้มากกว่านี้ อยากคุย อยากเข้าใจเด็กๆว่าเขาพูดว่าอะไร อยากพัฒนาตัวเองให้คุยกับเด็กๆพวกนี้ได้ การได้มองเห็นความพยายามของน้องพิการทางร่างกายพยายามวาดภาพ สำหรับเราแล้วถ้าให้พูดหยาบๆคือ "แม่งโคตรเท่เลยว่ะ โคตรเก่ง" แล้วเราล่ะทำได้แค่ไหน เราเคยได้พยายามแบบนี้บ้างหรือเปล่า หรือเพราะเรามีครบเราเลยรู้สึกว่าเราไม่เคยพยายามอะไรเลย เราว่าค่ายนี้บำบัดความรู้สึกของเราได้ดีทีเดียว เราพักจากความว้าวุ่นต่างๆ เพื่อเข้าใจตัวเองจากการมองไปรอบๆตัว ว่าความงดงามของการมีชีวิตอยู่คืออะไร และเราก็ได้คำตอบว่า แค่มีความสุข แค่ยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน ก็ทำให้เห็นแล้วว่าสังคมนี้น่าอยู่แค่ไหน
     อย่างที่สองคือ เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้รับและผู้ให้ในเวลาเดียวกัน ทุกๆคนต่างให้กำลังใจในการใช้ชีวิตซึ่งกันและกัน มิตรภาพที่เกิดขึ้น ความสนุก แรงบันดาลใจ ที่เกิดขึ้นในค่ายนี้ เราว่าความสุขแบบนี้เงินทองก็ซื้อไม่ได้หรอก  จะจ่ายสักกี่หมื่นล้านความสุขที่แท้จริงแบบนี้เงินก็ซื้อไม่ได้ ความสุขไม่ได้เกิดจากจำนวนเงิน หรือการเอาเงินไปใช้ให้เกิดความสุข ความสุขจริงๆเกิดจากใจ ถ้าเราหวังมาตักตวงเราจะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าเรารู้สึกว่าเรามาให้ ให้จากใจ เราจะทั้งได้รับและได้ให้ในเวลาเดียวกัน เราพักจากความว้าวุ่น เพื่อเข้าใจตัวเอง
  เราอยากขอบคุณเด็กๆ ในค่ายทุกคน
ขอบคุณสำหรับรอยยิ้ม แววตาอันสดใสของพวกเขาที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขขึ้น
ความสุขที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไร
ความกดดัน ความเครียดต่างๆ -ของเราที่เก็บไว้ได้ถูกรักษาด้วยรอยยิ้ม
เสียงหัวเราะ แววตาของเด็กๆ
 ขอบคุณพี่ๆทีมงานในค่ายทุกๆคน ทุกๆฝ่ายที่สนับสนุน ให้หนูได้มาค่ายนี้อีกครั้ง
ขอบคุณคำแนะนำดีๆ มุมมองแง่คิดใหม่ๆจากวิทยากรทุกท่าน
ขอบคุณน้ำผึ้งที่ชวนกูมา รักมึงมากๆ มาด้วยกันอีกนะเว้ย
ขอบคุณหลุยซิ้มปาล์ม ที่มาค่ายนี้ด้วยกัน พวกมึงน่ารักมาก
ขอบคุณตัวเราเองที่ได้ใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ ได้เข้าใจตัวเองมากขึ้นแล้วนะโบนัส
ขอบคุณนะ Art for all



SHARE
Writer
Bonuss
- 155 CM. girl -
" ไม่กินเนื้อ ไม่กันคิ้ว ถนัดซ้าย พิมพ์รู้เรื่องกว่าพูด"

Comments

supernambee
3 years ago
พูดดี ปีหน้าไปด้วยกันอีกกก💘
Reply