สงครามส่วนสูงภาคสอง: เงาของวรรณ (1)
ช็อก 

ผมเริ่มต้นชีวิตนักเรียนมัธยมศึกษาปีแรกด้วยความช็อก!

“ช็อกแรก” คือ เรื่องผลการเรียน

จากที่เคยเป็นเด็กเรียนเก่งมาตั้งแต่ช่วง ป.2-6 โดยสอบได้ที่หนึ่งของห้องมาเกือบตลอด ได้ที่สองของระดับชั้นมาอย่างสม่ำเสมอ จนในปีสุดท้าย ถึงตกลงมาเป็นอันดับสี่ ทว่า ก็ยังถือเป็นนักเรียนผู้มีผลการศึกษาดีเยี่ยมคนหนึ่งประจำโรงเรียนประถมฯ แห่งเก่า

ผมก้าวเข้าสู่โรงเรียนมัยธมฯ ชายล้วนแห่งใหม่ที่กว้างใหญ่และมีชื่อเสียงกว่าโรงเรียนเดิมด้วยความมั่นใจ แต่ผลสอบเทอมแรกกลับอยู่ในระดับย่ำแย่น่าอับอาย

ผมสอบได้ที่ 30 กว่า ด้วยเกรดเฉลี่ย 2.8

แม้เทอมสอง ผมจะตั้งใจเรียนมากขึ้น จนเกรดเฉลี่ยขยับมาเป็น 3.4 แต่ก็ยังถือเป็นคนมีผลการเรียนปานกลาง ภายในห้อง ซึ่งมีผู้สอบได้เกรด 4.00, 3.9, 3.8 เต็มไปหมด

ผมเริ่มกลัวว่าตนเองกำลังจะกลายเป็นเด็กโง่! 

“ช็อกที่สอง” คือ เรื่องความสูงของตัวผมเอง

แม้หลายคนจะเคยช่วยวาดภาพฝันสวยหรูเอาไว้ว่า ผมจะตัวยืดขึ้นแบบผิดหูผิดตาเมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมฯ แต่สภาพการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียว

ผมกลายเป็นเด็กรูปร่างกลางๆ ประจำห้องและรุ่น

ในวันปฐมนิเทศ ผมพบว่าห้องที่ตนเองเรียนอยู่ มีเพื่อนที่สูงถึง 170 ซม. และเพื่อนที่สูง 160 กลางๆ นับสิบคน

อย่างไรก็ดี ผมที่สูง 158 ซม. ยังไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเด็กเตี้ย เพราะมีเพื่อนร่วมห้องอีกราวสามสิบคน ที่สูงแค่ 150 ซม. ต้นๆ และมีบางกลุ่มซึ่งยังสูงไม่พ้นหลัก 140 ซม. เลยด้วยซ้ำ

เวลาผ่านไปหนึ่งปี ดูเหมือนว่า “ช่วงยืดตัว” ของผมยังเดินทางมาไม่ถึง แถมส่วนสูงตอน ม.1 ของตนเอง ยังคล้ายจะชะลอตัว เนื่องจากตลอดขวบปีนั้น ผมสูงขึ้นแค่ประมาณ 4 เซนติเมตร ผิดกับตอน ป.6 ที่สูงขึ้น 5 เซนติเมตรในปีเดียว

สาเหตุที่ทำให้ผมมีอัตราการเจริญเติบโตลดน้อยถอยลง อาจเป็นเพราะในช่วง ม.1 เทอมสอง ผมพยายามทุ่มเทดูหนังสือจนดึกดื่น (สลับกับการนอนกอดหมอนข้างและ “ฝัน” ถึงบรรดาเพื่อนสาวสมัยประถมฯ) เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเกรดเฉลี่ยอันย่ำแย่ตอนเทอมแรก

จนไม่สามารถแบ่งปันเวลาไปเตะบอล เล่นบาสฯ กับเพื่อนคนอื่นๆ หรือกระทั่งให้เวลาแก่การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

อีกสาเหตุหนึ่ง ผมกลับโทษโรงเรียนแห่งใหม่ที่ใส่ใจเรื่องร่างกายของนักเรียนไม่มากเท่าโรงเรียนเก่า ผมไม่ได้รับนมฟรีจากโรงเรียนมัธยมฯ เหมือนกับที่เคยได้ในสมัยประถมศึกษา

ขณะที่การวัดส่วนสูง ซึ่งเคยวัดถึงสี่ครั้งต่อปี เมื่อคราว ป.1-6 ก็ถูกลดจำนวนลงเหลือเพียงสองครั้งต่อปี เมื่อขึ้น ม.1 แถมครูยังปล่อยให้นักเรียนไปวัดกันเองในห้องพยาบาลอย่างไม่ค่อยเคร่งครัดนัก

สำหรับผม แรงกระตุ้นให้ตนเองต้องแข่งขันเรื่องการเจริญเติบโตกับเพื่อนๆ โดยมีครูอาจารย์เป็นผู้ประเมินผล จึงขาดหายไปเสียเฉยๆ 

ตอนปลายเทอมสองของ ม.1 ผมไปวัดส่วนสูงที่ห้องพยาบาลได้ 162 ซม. ถือว่าไม่สูงไม่เตี้ย หากเทียบกับบรรดาเพื่อนรุ่นเดียวกันในโรงเรียนชายล้วน เพราะยังมีสมาชิกร่วมห้องอีกหลายสิบรายที่สูงน้อยกว่าผม

แม้จะมีเพื่อน 4-5 คน ที่เคยเตี้ยกว่าผมเมื่อตอนเทอมแรก เริ่มตัวสูงล้ำหน้าผมไป 
SHARE
Written in this book
"สงครามส่วนสูง" : ผมกับวรรณ
นิยายว่าด้วยการแข่งขันและมิตรภาพในวัยเยาว์ ผ่านประเด็นใจกลางอย่างเรื่อง "ส่วนสูง"

Comments