โลกที่ผู้ชายสวมกระโปรงสีชมพู
บางทีก็นึกสงสัยว่าทำไมโลกเราถึงต้องแบ่งแยก เราอาจรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะอยู่กับมันมาตั้งแต่เกิด แต่ยิงโตขึ้น เราก็ยิ่งเกลียดกฎเกณฑ์

ใครเป็นคนแรกที่สร้างกฎเกณฑ์ว่าเสื้อผ้าของเด็กผู้ชายต้องสีน้ำเงิน ผู้หญิงต้องชุดกระโปรงสีชมพู เด็กผู้ชายต้องเล่นรถแข่ง เด็กผู้หญิงต้องเล่นบ้านตุ๊กตา  เด็กผู้ชายต้องออกไปเตะฟุตบอลกับเพื่อน เด็กผู้หญิงต้องช่วยแม่ทำกับข้าวอยู่ที่บ้าน

เมื่อเราเติบโตขึ้น เราก็ยังถูกแบ่งแยกด้วยเพศอย่างไม่มีวันจบสิ้น 

เมื่อตัวเราทำหลายอย่างที่สังคมจัดกว่าเป็นกิจกรรมสำหรับเพศชาย อย่างเช่น ดูบอล หรือเป็นเกมเมอร์ เราก็ถูกมองว่าเป็นคนกลุ่มน้อย หรือเป็น "พวกผู้หญิง" ที่เล่นเกม 
 
ทำให้เราเกิดคำถามขึ้นในหัวว่า ทำไมคนเราจึงเป็นได้แค่ตัวละครที่ต้องเดินไปตามเส้นทางและถูกจัดแบ่งอยู่ในกลุ่มตามที่สังคมกำหนดให้เท่านั้น ทำไมเราถึงถูกมอง ถูกตัดสิน ถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยกรอบเพศ

บางครั้งมันอาจแย่ถึงขั้นที่เรารู้สึกได้ว่าตัวตนของเรามันเพี้ยนไปจากที่เราต้องการจะเป็น เพราะคำนิยามของสังคม เมื่อเราไม่ตรงกับสิ่งที่สังคมตั้งเกณฑ์เอาไว้ เราจึงรู้สึกว่าตัวเรานั้นแปลกเพี้ยน 

สังคมเก่งในเรื่องของการ stereotype หรือการเหมารวม สร้างกรอบว่าใครต้องเป็นอย่างไร เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องเป็นอย่างนี้เท่านั้น ไม่ใช่แค่กรอบเพศ แต่ยังมีอีกหลายกรอบ และเราก็เป็นแค่เพียงตุ๊กตาที่ถูกจัดวางอยู่ในกรอบเหล่านั้น 

ทุกอย่างมันแย่ยิ่งกว่านั้น เมื่อกฎที่คนกลุ่มหนึ่งตั้งกลับกลายเป็นบรรทัดฐานของสังคม เกิดอะไรขึ้นกับเราบ้างล่ะ หากเราไม่เป็นอย่างข้อกำหนดพวกนั้น 
 
เราถูกมองว่าประหลาด แปลกแยก ไม่เข้าพวก เราถูกมองว่าผิด ทั้งๆ ที่ความผิดถูกนั้นกำหนดขึ้นโดยคนเพียงแค่หนึ่งหยิบมือ 

อย่างเราถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่นิสัยเหมือนผู้ชาย ถูกมองว่าเบี่ยงเบน หลุดกรอบ ไม่อยู่ในที่ในทางที่ควรอยู่ แต่เราก็ถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งไปว่า เราเองที่เบี่ยงเบนหรือบรรทัดฐานสังคมมันบิดเบี้ยวกันแน่

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากว่าเราฉีกกรอบพวกนี้ทิ้งไป และอยู่ในโลกซึ่งไร้การระบุเพศ เพศนั้นมันจำเป็นตรงไหน มันคงจะดีไม่น้อยหากเราสามารถสัมผัสจิตวิญญาณของคนท่ี่เราปฏิสัมพันธ์ด้วย ด้วยจิตใจต่อจิตใจ เข้าไปถึงเนื้อแท้แก่นในโดยไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของเพศหญิงหรือชาย หรือเพศที่ไม่ใช่หญิงหรือชายก็ตาม

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากเราอยู่ในสังคมที่ไม่ให้ค่ากับเพศสภาพ แต่ให้ความสำคัญกับตัวตนที่แท้จริงของคน ไม่ว่าพวกเขาจะแสดงออกอย่างไร ชอบอะไร แต่งตัวอย่างไร เลือกที่จะดำเนินชีวิตแบบไหน 

เราอยากเห็นโลกที่ผู้ชายสวมกระโปรงสีชมพูได้โดยที่ไม่ถูกมองว่าเป็นอะไรอื่นนอกจากสิ่งที่เขาอยากเป็น เราอยากอยู่ในโลกที่ใครจะเป็นอะไรก็ได้ ตามแต่ที่ใจอยากเป็น 

แต่เราทุกคนต่างรู้ดีว่าโลกแห่งความจริงของเรานั้นเป็นอย่างไร 
SHARE
Writer
Pachara_Y
Translator
I came from the past.

Comments

LILITU
2 years ago
Believe in Queer, Living in Queer :)
Reply
transai
2 years ago
เออนะ ! เราก็มองแบบนั้นมาตลอดเลย คุณก็มองได้แตกต่างดี เราก็ว่าแปลกๆนะ เราอาจเป็นอีกคนที่อยู่ในโลกใบเดิมมาซะจนชิน ต่อไปเราจะลองมองในมุมอื่น ๆ ดูบ้าง เช่น วันนี้เราเจอพระสงฆ์ที่สะพายย่ามสีชมพู และท่าทางค่อนข้างตุ้งติ้ง เราก็พยายมจะคิดว่าสมัยนี้ใคร ๆ ก็เป็นแบบนี้ได้ แบบนี้พอได้มั้ยคะ5555
Reply