หลักการทรงงานและการบริหารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
 
วันที่ 26 ตุลาคม 2560 นี้ตรงกับวันขึ้น ๗ เดือน ๑๒ ปีระกา และเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ข้าพพระพุทธเจ้า ขอน้อมถวายบทความเทิดพระเกียรติและถวายราชสักการะต่อพระองค์ท่าน

พระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้น ตามที่เราได้ทราบพระราชกรณียกิจของพระองค์พระองค์พระราชทานแนวทางการแก้ไขปัญหา และการปรับปรุง ต่างๆ ของประเทศไทยตลอด 70 ปีนับจากทรงครองสิริราชสมบัติ

พระองค์ทรงประดิษฐ์คิดค้นกำเนิดฝนหลวง เพื่อทรงแก้ไขปัญหา ภัยแล้ง ขณะเดียวกัน พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริในการสร้างฝายชลอน้ำ เขื่อนต่างๆเพื่อกักเก็บน้ำใช้เพื่อการเกษตร การชลประทาน การอุปโภค บริโภค การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำ รวมทั้งการป้องกันปัญหาอุทกภัย แสดงถึงพระปรีชาในด้านการบริหาร การสร้างความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ

พระองค์ทรงคาดการณ์ถึงปัญหาการขาดแคลนพลังงานใอนาคต พระองค์ทรงคิดค้นการริเริ่มการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล การผลิตเอทธานอล เพื่อนำมาทดแทนการนำเข้าน้ำมันดิบจากฟอสซิล จนส่งผลให้ประเทศสามารถประหยัดเงินตราในการเสียดุลการค้ากับต่างประเทศในการนำเข้าน้ำมัน ในขณะเดียวกันการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรได้อีกด้วย แสดงถึงพระปรีชาด้านการมองปัญหา หารคาดการณ์ปัญหาเชิงรุกก่อนปัญหาเกิดขึ้น

พระองค์ท่านทรงเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม การบริหารจัดการ แก้ไขปัญหาต่างๆทั้งเรื่อง การแก้ปัญหาดินเปรี้ยว โครงการแกล้งดิน การบำบัดน้ำเสีย โครงการบำบัดน้ำเสียบึงมักกะสัน การประดิษฐ์กังหันน้ำชัยพัฒนา การฟื้นฟูรักษาหน้าดินโดยการปลูกป่าโกงกาง หรือการใช้หญ้าแฝก โครงการแก้มลิง เพื่อการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามจำเป็น และเป็นการกักเก็บในช่วงน้ำหลาก

พระราชกรณียกิจอื่นๆของพระองค์ยังรวมถึง งานด้านสาธารณสุข โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน ทรงก่อตั้ง "สถาบันราชประชาสมาสัย" เพื่อการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อน เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงประชวร และเสด็จประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช พระองค์ยังทรงคิดค้น เจลลี่โภชนา เพื่อเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและคอหอย และทรงดำริการแก้ไขปัญหาการจราจร จากเมื่อครั้งเสด็จเข้าเฝ้าสมเด็จย่า ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ แสดงถึงพระองค์ทรงมีมีวิสัยทัศน์การมองเห็นปัญหาของคนในชาติในทุกสถานการณ์ และมองหาหนทางการแก้ไขปัญหาที่พบให้ได้ โดยความอุตสาหะ มิได้ทรงไม่ย่อท้อ

พระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระองค์มีนานับปการ หากพวกเราที่ทำงานในองค์กรต่างๆ เราจะเห็นว่า พระองค์ท่านทรงแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม(Holistic Management)เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน(Sustainable Development) การแก้ปัญหา ปรับปรุงตามหลักการเข้าถึงพื้นที่จริง การเข้าถึงปัญหา ณ สถานที่จริง โดยเสด็จพระราชดำเนินพื้นที่ที่เป็นปัญหาจริง และพระองค์ทรงรับฟังข้อมูลจากราษฎรในพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาด้วยพระองค์เอง และพระองค์ทรงดำเนินการแก้ไขปัญหาภายหลังที่รับรู้ภาพรวมของปัญหาแล้ว

หลักการทรงงานของพระองค์นั้น เป็นประโยชน์ต่อคนทำงานอย่างชนชั้นกลาง ผู้ที่ทำงานในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เราอาจจะเรียนรู้หลักวิชาการสมัยใหม่ เช่น ระบบ ISO หรือวิชา MBA. หรือเราอาจจะเรียนรู้หลักปรัชญาคุณภาพในระดับสากล หรือสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ของตนเอง ในหลักสูตรเราอาจจะได้เรียนหลักเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจทุนนิยม หลักการลงทุน แต่พระองค์ทรงประทาน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ เพื่อให้ประชาชนคนไทยมาน้อมนำปฏิบัติ เพื่อผ่านวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2540

แต่หากเราได้เรียนรู้และสังเคราะห์ความเข้าใจหลักการทรงงานและพระราชกรณียกิจของพระองค์ เราจะพบว่า ปรมาจารย์ด้านการบริหารจัดการต่างๆ ทั้งด้านการบริหารจัดการ การสร้างแรงจูงใจ การปรับปรุงอย่างยั่งยืน การมองปัญหาแบบเชิงรุก Proactive การมองเห็นความเสี่ยงและการรองรับเพื่อการเปลี่ยนแปลง(Risk Management) การบริหารแบบบูรณาการ (Integrated Management) พระองค์ทรงคือ พ่อหลวงของเรา ที่พระองค์ทรงปฎิหาริย์อยู่กับพวกเราคนไทยมาตลอด 70 ปีนั่นเอง

ขอส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ 26 October 2017

อ้างอิงตาม http://km.rdpb.go.th/Project/Search

SHARE
Writer
MrQuality
Writer
Management

Comments