นวนิยายสยองขวัญ เรื่องเล่าความอัปลักษณ์ในสังคมบิดเบี้ยว
 

วิญญาณ ปิศาจเหนือธรรมชาติ ตัวละครที่จิตประสาทสุดโต่ง บรรยากาศน่ากลัวชวนหวาดระแวง แท้จริง คือภาพสะท้อนของสังคมบิดเบี้ยว เป็นเรื่องเล่า "การต่อต้านสังคม" รูปแบบหนึ่ง
หลายคนคงเคยผ่านตานวนิยาย "เขย่าขวัญ/สยองขวัญ" อยู่บ้างตามชั้นหนังสือ ในแง่มุมจิตวิทยา หนังสือเหล่านี้อาจเป็นเครื่องมือตอบสนองสัญชาตญาณดิบของมนุษย์เท่านั้น

ทว่าหากมองในแง่มุมของอค์ประกอบการเล่าเรื่อง "วิญญาณ ปิศาจเหนือธรรมชาติ ตัวละครที่จิตประสาทสุดโต่ง บรรยากาศน่ากลัวชวนหวาดระแวง" .... แท้จริง คือภาพสะท้อนของสังคมบิดเบี้ยว เป็นเรื่องเล่า "การต่อต้านสังคม" รูปแบบหนึ่ง
. ผีร้ายในนิยายมักไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ"ความระยำตำบอนในสังคม" นั่นเอง
ฉากและตัวละคร : ผีร้ายคือใคร  ความตายเกิดขึ้น ณ ที่ใด

"ผี วิญญาณ สิ่งชั่วร้าย ความวิปริต" มักปรากฎอยู่ในที่ซึ่งดูราวกับปกติธรรมดาและปลอดภัย ในบ้านที่อบอุ่น ในโรงเรียนซึ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ในอาหารที่เราเอาเข้าปากเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ในห้างสรรพสินค้าหรือโรงมหรสพที่เราใช้เวลาเพื่อหย่อนใจ 

อย่างเช่น ในผลงานเรื่อง "โอสถรสเลือด ของ พลอยฝน" เล่าว่าในของกินธรรมดาที่เราเอาเข้าปากทุกวี่วันจากฝีมือของคนใกล้ตัว กลับมาพร้อมคำสาปแช่งด้วยแรงริษยา ในผลงานเรื่อง "Tweet trace ภาพลวงตาย ของ ธุวัฒธรรพ์" เผยให้เราเห็นว่านายตำรวจสวมเครื่องแบบสีกากีผู้ทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชน กลับเป็นมนุษย์วิปริตที่ลักลอบเอาเปรียบประชาชนคนอ่อนแอ ในผลงาน "Lullaby ตุ๊กตากล่อมวิญญาณ ของ มายาโรส" ชี้ว่าในสถาบันครอบครัวซึ่งถูกคาดหวังว่าจะเป็นพื้นที่อบอุ่นที่ปกป้องกล่อมเกลาเยาวชน กลับมีผีร้ายซ่อนอยู่ ส่วนใน "Death Li(n)e โกหกต้องตาย ของ แรบบิสโรส" บอกว่าโรงเรียนที่ผู้ปกครองไว้ใจส่งบุตรหลานเข้ารับการศึกษา อาจเป็นพื้นที่บ่มเพาะมนุษย์จิตวิปริตก็เป็นได้ 

ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ได้ทำลายศรัทธาเรื่อง โครงสร้างทางสังคมที่สมบูรณ์แบบ ฉีกทึ้งภาพอุดมคติของสถาบันต่างๆ ในสังคมจนขาดกระจุยกระจาย ด้วยการชี้ให้เห็นว่า  "ตัวละคร ผี วิญญาณ สิ่งชั่วร้าย ความวิปริต" เป็นภาพตัวแทนของ สถาบันกฎหมายที่เห็นแก่ตัว สถาบันการศึกษาที่ฟ่อนเฟะ สถาบันครอบครัวที่ล้มเหลว และกระทั่งปัจเจกชนคนใกล้ตัวที่หน้าไหว้หลังหลอก

หรืออาจพูดได้ว่า "ผีร้าย" ในนิยายมักไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ"ความระยำตำบอนในสังคม" นั่นเอง 

ส่วน "ฉากความสยดสยอง" ในหนังสือก็หมายถึง "ความอัปลักษณ์ในสังคม" ที่เรารู้ว่ามีอยู่จริง แต่แสร้งทำมองไม่เห็น 

 ในขณะที่ "นวนิยายรัก" พาเราหลบหนีเข้าสู่โลกจินตนาการ แต่ "นวนิยายสยองขวัญ" บีบบังคับให้เราเผชิญหน้ากับสิ่งอัปลักษณ์ในสังคม
แก่น : ความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นแฝงตัว กำลังถูกเปิดโปง 

ในสังคมไม่ต่างจากมายา ผู้คนพยายามกลบเกลื่อนหลงลืมความขัดแย้งรุนแรง ด้วยภาพสวยหรู ของชีวิตประจำวันที่ดูราวกับสงบ ปกติ และเป็นสุข ทว่า เราทุกคนต่างรู้กันดีว่า สังคมที่เราอยู่ ฟ่อนเฟะ คลอนแคลน ไม่ปลอดภัย เราอยู่ท่ามกลางความเสี่ยง การแก่งแย่งแข่งขัน เอารัดเอาเปรียบ เรื่องผิดศีลธรรม สถาบันต่างๆ ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่เราคาดหวัง  ไว้ใจใครไม่ได้ทั้งสิ้น ทั้งผู้มีอำนาจ แม้แต่คนใกล้ตัว หรือกระทั่งตัวเราเอง

ในขณะที่ "นวนิยายรัก" พาเราหลบหนีเข้าสู่โลกจินตนาการ แต่ "นวนิยายสยองขวัญ" บีบบังคับให้เราเผชิญหน้ากับสิ่งอัปลักษณ์เหล่านั้น

นวนิยายสยองขวัญเผยให้เห็นสิ่งอัปลักษณ์ซ่อนอยู่ในซอกมุมสังคม ในโรงพยาบาลที่ดูแลชีวิตของผู้คน (อาจมีคนร้ายในเสื้อกาวน์คอยจ้องทำลายผู้เจ็บป่วย) ในสถาบันครอบครัวที่เป็นสถาบันพื้นฐานที่สุดของสังคม (อาจจะมีปิศาจร้ายสิงสู่บุคคลที่เราไว้วางใจที่สุด) กระทั่งในสถาบันการศึกษา (ก็อาจกำลังมีปีศาจร้ายวางแผนคุกคามอนาคตของชาติ) หรือสถาบันกฎหมาย (ก็อาจจะมีผีร้ายในเครื่องแบบที่คร่าชีวิตประชาชน) 

แม้แต่ชีวิตประจำวันอันแสนสุขของปัจเจกชน ก็มีเศษซากความน่าระแวดระแวงซ่อนอยู่เสมอ ทั้งอาหารหรูหราที่เรากิน (อาจทำมาจากเลือดเนื้อเพื่อนมนุษย์) ขนมที่เพื่อนหยิบยื่นให้ (อาจมีส่วนผสมของความริษยา) กระทั่งวันพักผ่อนสุดสัปดาห์ของชนชั้นกลางก็ไม่ใช่สิ่งปลอดภัยอีกต่อไป

นักเขียนนวนิยายสยองขวัญจึงไม่ต่างไปจากผู้ถือกระจกฉายความบิดเบี้ยว เปิดเผยเรื่องราวอัปลักษณ์ในสังคมให้ผู้อ่านได้รับรู้
มนุษย์อาจเอาชนะความระยำของสังคมได้ แต่ต้องต่อสู้สูญเสียเลือดเนื้อปางตาย หรือท้ายที่สุด มนุษย์อาจต้องพ่ายแพ้ยอมจำนน และที่เลวร้ายที่สุด มนุษย์อย่างเราๆ นี่แหละ...อาจเป็นผีร้ายอัปลักษณ์เสียเอง
โครงเรื่องและความขัดแย้ง : เมื่อมนุษย์ต้องต่อสู้กับอำนาจชั่วร้ายเหนือธรรมชาติ

นวนิยายสยองขวัญไม่ได้สะท้อนความอัปลักษณ์ที่ซ่อนเร้นในสังคมเท่านั้น แต่ยังเล่า "เรื่องราวการต่อสู้" ที่ไม่อาจคาดเดาจุดจบได้ ระหว่าง "มนุษย์ธรรมดา" และ "ผี/สิ่งอัปลักษณ์น่ากลัว" ที่ซุกซ่อนตามซอกมุมสังคม แต่กลับไม่มีใครกล้ายอมรับว่ามีอยู่จริง  แล้วใครกันจะเป็นผู้ชนะ ?

ในสังคมที่เป็นจริง มนุษย์ต้องต่อสู้ัฟันฝ่ากับสภาพสังคมที่อันตราย มนุษย์ไม่อาจรู้ตอนจบของตนเอง

ทว่า ในตอนจบของนวนิยายสยองขวัญ  มนุษย์อาจเอาชนะความระยำของสังคมได้ แต่ต้องต่อสู้สูญเสียเลือดเนื้อชีวิตปางตาย หรือท้ายที่สุด หากมนุษย์อ่อนแอ อาจต้องพ่ายแพ้ยอมจำนน และที่เลวร้ายที่สุด มนุษย์อย่างเราๆ นี่แหละ...อาจเป็นผีร้ายอัปลักษณ์เสียเอง นี่แหละคือความสยดสยอง
 
อย่างไรก็ตาม ในอีกแง่มุมหนึ่ง ผีร้ายในนิยายสยองขวัญอาจไมไ่ด้หมายถึงสิ่งอัปลักษณ์ในสังคมเท่านั้น แต่ยังอาจหมายถึง"ผู้ถูกกดขี่ข่มเหง" ได้อีกด้วย ผีร้ายทั้งหลาย อาจเป็นใครสักคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกสังคมเบียดขับ ถูกมองว่าอัปลักษณ์ 

ในแง่มุมมนี้นักเขียนคือผู้ทวงความยุติธรรมให้พวกเขา ผ่านเรื่องเล่าวิญญาณผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ คอยตามล้างผลาญกำจัดคนเลวร้าย เรื่องราวอาจจบลงด้วยการพ่ายแพ้ของคนเลวทราม เพื่อเชิดชูชัยชนะของผู้ถูกกดขี่ 

หรือไม่...อาจจบลงด้วยการพ่ายแพ้ของวิญญาณผู้น่าสงสาร เพื่อตอกย้ำความเป็นจริงน่าสิ้นหวังในสังคม

.

หากไม่พยายามค้นหาความจริงและต่อสู้ จะมองเห็นสิ่งอัปลัษณ์ที่ซ่อนเร้นในสังคม ได้อย่างไร สุดท้ายนี้....

นวนิยายสยองขวัญเป็นการเล่าเรื่องราวการต่อสู้ ไม่ว่าจะพ่ายแพ้หรือชนะ หากตัวละครไม่พยายามสงสัย ตั้งคำถาม ขุดคุ้ยค้นหาความจริงที่อยู่เบื้องหลัง และพยายามต่อสู้ ตัวละครก็คงไม่มีวันรู้ว่ามีสิ่งชั่วร้ายใดบ้างซ่อนอยู่รอบตัวพวกเขา

ไม่ใช่แค่ตัวละคร แต่ยังหมายถึง "ผู้อ่าน" เองด้วย หากผู้อ่านไม่พยายามขุดคุ้ยค้นหาความจริงในสังคม จะมองเห็นสิ่งอัปลักษณ์ที่ซ่อนเร้นในสังคมได้อย่างไร 
 
นี่ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนิยายสยองขวัญ ไม่เชื่อ ลองหาอ่านดู



สุดท้ายนี้ สิ่งที่นักเขียนสยองขวัญพึงระวังก็คือ เราอาจกำลังสร้างให้สิ่งที่ปกติ กลายเป็นสิ่งผิดปกติน่ากลัว เช่น สร้างให้ศาสนิกชนต่างความเชื่อ ชาติพันธุ์ต่างวัฒนธรรม กลายเป็นผีร้ายคุกคามสังคม ก็อาจจะสร้างภาพจำที่คลาดเคลื่อนให้แก่สังคมได้ เป็นสิ่งที่ควรระวังอย่างยิ่ง

สุดท้ายนี้ สิ่งที่นักเขียนสยองขวัญพึงระวังก็คือ เราอาจกำลังสร้างให้สิ่งที่ปกติ กลายเป็นสิ่งผิดปกติน่ากลัว
เขียนโดย
อรุโณทัย วรรณถาวร
SHARE
Writer
MAYAROSE
วิญญาณ
ข้าพเจ้าเป็นเพียงวิญญาณล่องลอยผ่านมา เพื่อสังเกตและเฝ้ามองโลกมนุษย์

Comments