พ่อขี้โมโห ลูกช่างออดอ้อน กับการต่อสู้ในเกม Horizon: Zero Dawn

-1-

"ทำไมมันกลายเป็นเด็กล่ะลูก" ผมถามลูกชายที่ยืนกดจอยเล่นเกม Horizon : Zero Dawn พร้อมทำหน้าเบื่อหน่ายกับตัวละครตรงหน้าที่กลายเป็นเด็กอายุเท่าตนเอง ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานยังเป็นหญิงสุดแกร่งเลเวล 40+
 
"ไม่รู้" เด็กน้อยตอบ พร้อมยื่นจอยให้ผมกดหาเซฟเดิมที่เราพ่อลูกเล่นด้วยกันมา ผมกดค้นหาเซฟเดิมที่เล่นค้างไว้ในช่วงที่เนื้อเรื่องเข้มข้นที่สุด และตั้งใจจะเคลียร์ให้จบภายในไม่กี่ชั่วโมง...


-2-

ผมคงเป็นคนที่สังคมรังเกียจหากมองด้วยสายตาคุณหมอในเพจดังที่บอกให้ภรรยาเตรียมตัวอยู่คนเดียวถ้าสามีนำเครื่องเกมเข้าอยู่ในบ้าน... และที่น่าตบกบาลกว่านั้นคือ หน้ากล่องเกมระบุเรต 18+ แต่ตรงหน้าผมคือลูกชายวัย 6 ขวบกว่า ๆ เท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่า ลีลาการเล่นของลูกผมนั้น ไม่ธรรมดา เขาสามารถใช้เทคนิค ซุ่ม ถล่ม เร้น ลอบ โอเวอร์ไรด์ ยิงธนู ปาระเบิด และวางกับดักได้ดีทีเดียว 

บ่อยครั้งที่เขาเล่นไปด้วยตะโกนไปด้วย พร้อมทำท่าสุดเท่ และปล่อยพลังตามจินตนาการที่เขาได้รับ ผมไม่แน่ใจว่านี่คือความรุนแรงหรือไม่ แต่เท่าที่เห็น ตอนไปโรงเรียน เขาก็กลับมาด้วยบาดแผล และคราบน้ำตาจากการโดนเพื่อนแกล้ง 
แต่ก็มีที่ไปแกล้งคนอื่นเช่นกัน ...

ซึ่งก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าการที่เด็กน้อยกดเกมมีผลกับตรงนี้หรือไม่ แต่ทุกครั้งที่เขาเล่น ก็มักจะมีผมกระโดดโลดเต้น สั่งการ และนั่งเชียร์อยู่เสมอ แม่เขาเล่าว่าหากวันไหนที่ผมไม่อยู่แล้วเขาเล่นเอง (แม่เล่นไม่เป็นและไม่สนใจ) กิริยาการเล่นก็จะต่างไป นั่งเฉย ๆ ไม่ได้พากษ์หรือเต้นแร้งกาอะไร 

ซึ่งตรงนี้พอจะสรุปเองแบบไร้หลักการได้ว่า 
เด็กสนุกและกระทำกิริยาต่าง ๆ ตามที่ผู้ใหญ่สอน เขามีความสุขกับกิจกรรมที่พ่อแม่ยื่นให้ กิจกรรมที่พ่อแม่มีส่วนร่วม 

บางครอบครัวนั้นอาจมีกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการเล่นเกม เช่น ออกไปวิ่ง เที่ยว เดินห้าง ก็ถือว่าดีเพราะการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ต่างจากบางครอบครัวที่คิดว่า การกลับบ้านมาหลังเลิกงานแล้วนอน หรือการทำอะไรตัวใครตัวมันในบ้านถือเป็นการอยู่ร่วมกัน ซึ่งบอกตรงนี้เลยว่า เด็กที่ทำอะไรตัวคนเดียวต่างหากที่มีโอกาส รับเอาสิ่งต่าง ๆ ที่เขาไม่เข้าใจมากระทำ ลอกเลียนจนเปลี่ยนเป็นนิสัย และกลายเป็นปัญหาที่ว่ากันว่า ไม่มีใครเข้าใจนั่นเอง 

ผมคิดแบบนี้นะ... 

--คำถาม ทำไมไม่หาเกมที่เหมาะกับเด็กมาให้ลูกลองเล่นล่ะ
ขอตอบตรงนี้ว่า เกมนี้เป็นเกมที่แถมมาและเกมที่เหมาะกับเด็ก (แบบที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ) ส่วนใหญ่ก็อยู่ในมือถือ ถ้าจะเล่นเกมแบบนั้น (กู) จะซื้อ PS4 มาทำมะเขืออะไรครับ--

-3-

จำได้ดีตอนที่เราหัดเล่นเกมด้วยกันตอนแรก ๆ ผมที่ห่างเหินจากภาระกิจกู้โลกมากกว่า 10 ปี กับลูกที่ไม่เคยรู้จัก Play Station หัดจับ หัดกด หน้าหลังเรียนรู้ระบบกันอยู่นาน จนพอจะเข้าใจเนื้อเรื่องและวิธีการเล่น การทำเควสต่าง ๆ นั่งพูดคุยและสอนกันพ่อลูก 

ทำให้รู้ว่า เราก็ขี้โมโหและใช้สไตล์ เพลย์เซฟ ส่วนลูกไม่ต้องพูดถึง เขาสงสัยและอยากลอง ทำนั่นทำนี่อยู่เสมอ อยากซื้อาวุธและเครื่องมือใหม่ ๆ อยู่เสมอ ไม่สนใจว่า อันที่มีอยู่ (ที่ผมซื้อไว้) นั้นจะดีกว่ายังไง ไม่สนใจตัวเลข ค่าพลัง รู้เพียงแต่ว่า อยากใช้อยากลองและลงมือทำ 

การเล่นเกมแนวเพิ่มเลเวลกับลูกนั้นก็มีข้อดีตรงที่ว่า เขาจะเป็นคนเก็บค่าประสบการณ์ให้เราอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย พูดภาษาเกมเมอร์รุ่น ๆ ก็น่าจะเรียกได้ว่า "ปล่อยบอท" ผมมักจะบอกลูกว่า ฆ่าตัวนั้น ตัวนี้ครบ 50 หรือ 100 ตัว จะได้ของวิเศษต่าง ๆ ก่อนออกไปทำงาน กลับมาเล่นก็มักจะมีเลเวลเพิ่มจากเดิม 2-3 เลเวลเสมอแล้วแต่ตัวที่เราบอกลูกไว้จะให้พลังมากแค่ไหน

กลับมาเมื่อเราจับจอยบังคับและเล่นเอง ผมก็จะเล่นสไตล์ผมคือแอบซ่อน ลอบฆ่า มากกว่า เล่นในแบบที่มีการวางแผน ต้องทำนั่นทำนี่ตามแผน เดินตามเกม ไปตามเควส เป็นที่ขัดใจลูกชายที่ชอบบู๊ล้างผลาญ ไม่กลัวตาย

ผมมักจะว่าและโมโหทุกครั้งที่ลูกเล่นตายจนต้องเริ่มใหม่และเสียเวลา จนมีครั้งหนึ่ง ลูกชายถามว่า ทำไมป๋าต้องกลัวตายด้วย 

ผมบอกกลับไปว่าถ้าตายก็ต้องเล่นใหม่สิ 

สิ่งเด็กน้อยตอบกลับมาคือ 
"ก็แค่เล่นใหม่" 

บางครั้งเราก็ลืมไปว่าการเริ่มใหม่นั้นง่ายกว่า การสูญเสียทำให้ได้เรียนรู้ เราลืมความสนุกจากการลองผิดลองถูกไปแล้ว คิดเสียแต่ว่าต้องสมบูรณ์ ต้องดีเลิศ 

มองดูตัวเลขและให้ค่ามากกว่าประสบการณ์ที่ซ่อนอยู่ ท้ายสุดก็โยนความคาดหวังที่สูงลิ่ว ไปสู่ทายาท ไม่อยากให้เกิดความไม่สมบูรณ์กับสิ่งเขาที่จะทำ จนลืมไปว่า 

กว่าที่เราจะมาถึงตรงนี้ 
เราล้มแล้วลุก ตายแล้วเริ่มใหม่ มาแล้วกี่ร้อยกี่พันครั้ง...



-4-

"ลูกคุณไม่ได้น่ารักกับทุกคนหรอก"
คำกล่าวดราม่าของหลาย ๆ คนที่คิดว่าตนเองเลี้ยงลูกได้ไม่เดือดร้อนใคร และมักมองคนอื่นว่า ดูแลลูกหลานตัวเองไม่ดี ปล่อยให้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น 

ตรงนี้ผมอยากบอกว่า ผมเองก็เลี้ยงลูกได้ดีเหมือนกันถ้าต้องให้เขาออกนอกบ้านไปอยู่ท่ามกลางสังคม เขาจะไม่งอแง ไม่วิ่งเล่นรบกวน หรือสร้างความรำคาญกับใคร 

แต่ความจริงแล้วไม่มากก็น้อยต้องมีบ้างแหละที่ก่อความไม่สงบไม่ว่าลูกคุณหรือลูกผม 

อาจด้วยความไม่ตั้งใจ หรือการควบคุมร่างกาย หรือการตัดสินใจที่ไม่ได้ดีเท่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ อาจร้องเสียงดังบ้างเวลาเจอของอยากได้ หรือทำอะไรให้คนอื่นเขาด่า

แต่ผมก็ไม่คิดต่อว่าคนอื่นที่เลี้ยงลูกแบบอื่น คนที่เลี้ยงลูกแบบปล่อย แบบตามใจ อาจมีงอแง หรือร้องเสียงหลง ก่อความรำคาญ ผมรู้สึกเฉย ๆ อาจเพราะความเป็นเด็กนั่นแหละ เราควบคุมเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก เราใช้เหตุผล หรือตรรกะใด ๆ กับเจ้าตัวเล็กไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ละครอบครัวมีพื้นฐานต่างกัน สภาพครอบครัว ฐานะ การศึกษา เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อนิสัยใจคอเด็ก 

ถามว่า พ่อแม่เป็นครูแต่ลูกเกเร เกิดจากอะไร เคยคิดบ้างไหมว่า อาจเพราะการอบรมที่เข้มงวด ทำให้เขาอยากเกเร การที่ต้องรับความคาดหวังที่ถาโถมเข้ามา อาจมีส่วนกดดันให้เด็กอยากทำอย่างอื่นที่ไม่ได้อยู่ในแบบแผนก็ได้ 

ผมเชื่อว่า การให้เขาทำในสิ่งที่เขาอยากทำ อาจเดือดร้อนคนอื่นบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง การที่เด็กวิ่งเล่นในร้านอาหาร สร้างความรำคาญ ให้ผู้คน อย่างมากก็แค่เสียงดัง ชีวิตเราอยู่ในความเงียบตลอดเวลาเหรอ ถ้าเปลี่ยนจากเด็กไปเป็นเครื่องบิน เสียงทหาร หรือเสียงธรรมชาติล่ะ เรากล้าออกมาโวยวายหรือเรียกร้องให้เสียงนั่นเงียบหรือไม่ 

แต่พอเป็นเด็ก (โดยเฉพาะเมื่อเป็นลูกคนอื่น) เรากลับอยากใช้สิทธิ อยากใช้บางอย่างที่เรามี มาเหยียด มากดดันให้ผู้ปกครองทำอะไรก็ได้ให้เด็กเงียบ ให้เรียบร้อย ให้เก็บกด ให้รู้ว่าโตมามึงจะไม่มีสิทธิตรงนี้ 

ผมเคยคิดนะครับว่า ถ้ากูโตมาแล้วกูจะต้องเงียบและเรียบร้อยเพื่อให้คนอื่นไม่ด่าหรือว่ากล่าว ตอนเด็ก ๆ กูจะตะโกนให้สาสมกับสิ่งที่กูทำไม่ได้ตอนโต

อันนี้อยากบอกแค่ว่า อย่าไปปิดกั้นเขาเลย หากลูกคุณมีนิสัยเรียบร้อยก็ดีไป แต่หากเขาจะเกเรก็ปล่อยเขาบ้าง อย่าไปดุด่าว่ากล่าวกันมาก อย่าไปใส่ใจสายตาผู้อื่น เรามีหน้าที่ไปขอโทษก็ทำไป ผมเชื่อว่าหากเราขอโทษให้เด็กเห็น โตขึ้นมาเขาจะขอโทษ เขาจะเข้าใจและรู้ว่าที่เราทำมันคืออะไร เคารพสิทธิของผู้อื่นเหมือนที่เราเป็น วุ่นวายตอนนี้ดีกว่าจะเสียคนตอนโต 

ลองคิดว่าหากเรากดให้ลูกเราไม่ต้องคิด ไม่ต้องแสดงออก และมานั่งด่าลูกคนอื่นที่ไม่เรียบร้อยแบบลูกเรา พอโตขึ้น ลูกเราก็เงียบและไม่กล้าแสดงความเห็น โดนเด็กที่คุณด่าว่าเกเร โดนเด็กที่สร้างความรำคาญให้คุณก้าวข้ามไป เด็กเกเรคนนั้นเข้าใจโลกมากกว่าลูกคุณ 
เพราะเด็กคนนั้นได้คิด ได้รู้ และได้ลองมาก่อน สุดท้าย ลูกคุณมีแต่เสียกับเสีย 

ยังไงผมก็เชื่อว่า พ่อแม่เข้าใจลูกและให้คำอธิบายที่ดีกับลูกเป็นตัวอย่างที่ดีกับลูกนั้น มีค่ามากกว่าโยนความคิดเกรงใจให้เขา โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้คิด ได้ลองอะไรเลย...

ดังนั้น ถ้าคุณเดินผ่านห้องผมเเล้วได้ยินผมเถียงกับลูก เล่นเกมโหด ๆ หรือเห็นลิงน้อยปีนต้นไม้ และวิ่งเคาะห้องข้าง ๆ แล้วละก็ อย่าแปลกใจ หรือหากคิดจะต่อว่า ก็มาว่าผมได้เลย ผมจะขอโทษ ผมจะทำให้ลูกผมเห็น ว่าการก่อความรำคาญมันไม่ดีและเราต้องรับผิดชอบ มากกว่าที่ผมจะด่าและห้ามลูกผมว่า อย่าไปเล่น อย่าไปคิด อย่าไปทำอะไรเลย เดินมาแบบมือขอคำตอบจากพ่อก็พอ... 



-5-

"หาเซฟไม่เจอ" ผมบอกลูกชาย บอกเขาว่าเราต้องเริ่มใหม่จากต้น เริ่มจากเลเวล 1 เก็บทุกอย่างใหม่หมด เด็กน้อยทำหน้าหงอยบอกว่าไม่เชื่อ เขาบอกว่าผมเคยทำได้ แต่ตอนนั้นมันไม่ได้ถูกทับเซฟแบบคราวนี้ 

รอบนี้มันเลยจุดที่เราจะย้อนกลับไปได้ เด็กน้อยพยักหน้า รับจอย และเริ่มเล่นใหม่

ผมเชื่อว่ากว่า 50 ชั่วโมงที่เราทำหล่นหายไป ไม่เสียเปล่า เรากลับมาสู่เลเวล 15 อย่างรวดเร็ว เดินตามเควสได้อย่างสมบูรณ์ เก็บกว่าค่าประสบการณ์ที่พลาดในตอนแรกอย่างหมดจด 

หากเปรียบเป็นต้นไม้ อดีตคือราก ปัจจุบันคือลำต้น และอนาคตคือดอกผล เรามีรากที่แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมาก สิ่งที่สูญเสียไปไม่ได้เปล่าประโยชน์ ผมบอกลูกว่าเก่งจัง ว่าง ๆ ก็เก็บเลเวลให้ด้วย ผมเข้ากูเกิ้ลหัดเซฟบนเซิร์ฟเวอร์เพื่อป้องกันปัญหาเดิม และออกฟาดฟันศัตรูด้วยความสนุกกว่าแต่เก่า รู้ซอกมุม จุดอ่อน

เวลาวันละ 1 ชั่วโมงในวันธรรมดา และวัน 2-3 ชั่วโมงในวันหยุดนั้น ผมคิดว่าส่งมอบให้เขากับกิจกรรมที่เชื่อว่าก็สร้างประโยชน์ได้ไม่ต่างจากกิจกรรมอื่น 

ทุกเครื่องมือมีค่าเท่ากัน อยู่ที่ว่าเราจะใช้มันได้มีประสิทธิภาพเพียงไร 

ภาพที่ผมโมโหลูกที่ทำอะไรไร้สาระยังมีให้เห็น ภาพที่ลูกออดอ้อนให้ผมทำเควสต์เนื้อเรื่องยังดำเนินต่อไป ภาพที่แม่เขาก่นด่าว่า พ่อลูกไร้สาระยังมีอยู่ 

แต่ก็อย่างว่า อย่างน้อยเราก็มีเวลาให้แก่กัน แบ่งปันประสบการณ์ แอบซ่อนสั่งสอนบางอย่างที่น่าจะมีประโยชน์ 

ที่สำคัญ เราสนุกไปด้วยกัน เนอะลูกเนอะ!...

imonkey
SHARE
Written in this book
Gaming Room
บทความเกี่ยวกับเกมไงละ จะอะไรเสียอีก
Writer
imonkey7
Lazier
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments

khaikung
2 years ago
ดีงามม เล่มเกมนี้จบยัง
Reply
imonkey7
2 years ago
เล่นใหม่ไง เซฟหาย อยากร้องไห้ 
NattapatMSU-SKR
2 years ago
บทความดีครับ
Reply
imonkey7
2 years ago
คือ?
Nabu
2 years ago
เป็นพ่อที่น่ารักมากเลยค่ะ😆
Reply
imonkey7
2 years ago
^^
JuniorL
2 years ago
น่ารักจัง :)) จะเก็บแนวคิดไว้สอนลูกบ้าง 555
Reply
imonkey7
2 years ago
^^
Lemniscate
2 years ago
เป็นคุณพ่อที่น่ารักมากค่ะ
Reply