แคปซูลกาลเวลาที่เรียกว่าเพื่อน
"เฮ้ย! มึงเป็นไงบ้างวะ กูไม่ได้เจอตั้งนาน"
ฉันเปิดบทสนทนาทันที
เมื่อเจอเหน้าไอ้เพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนาน
หลังจากพ้นชีวิตวัยเรียน


ไม่บ่อยนักที่ฉันจะกล้าใช้สรรพนามสมัยพ่อขุนรามในยุคสมัยที่มันถูกมองว่ามันดูหยาบคาย 
ถ้ามันไม่ใช่ คนที่พิเศษจริงๆ
คนที่มองข้ามความหยาบคาย
และเข้าใจความสำคัญของคำเหล่านั้น

"เออ กูสบายดี ป่ะไปหาอะไรกินกัน"
 เพื่อนตัวดีตอบสั้นๆและชวนฉันไปกินข้าว
 ไม่มีคำตอบหรือคำปฏิเสธใดๆ
รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่บนรถเพื่อนแล้ว

หมดกันแผนการลดน้ำหนักด้วยการงดมื้อเย็น
ความเงียบเริ่มปกคลุมบรรยากาศภายในรถ
ฉันไม่ได้รู้สึกหิว ไม่มีร้านอาหารใดๆอยู่ในแผน

"ไปกินอะไรดีวะ มึงมีที่แนะนำไหม"
กูไม่ได้หิว กูเลยไม่ได้คิดไว้ ฉันคิดในใจ
แต่ปากเจ้ากรรมก็ดันเผลอตอบไปว่า
"ร้านเดิมดีไหมวะ "
"เออ ตามนั้น"

เครื่องยนต์เริ่มสตาร์ท
ล้อหมุน เคลื่อนตัวไปข้างหน้า
พร้อมมุ่งสู่ร้านอาหารร้านเดิมของพวกเรา
เมนูเดิมถูกสั่งอยากเคยชิน
ก่อนที่พนักงานจะถามหรือแนะนำรายการใดๆ

ฉันกับเพื่อนใช้เวลารับประทานอาหารนานกว่าปกติ

4 ชั่วโมงในร้านอาหาร
เราเป็นกลุ่มลูกค้ารายแรกๆของร้าน
และเป็นโต๊ะสุดท้ายของร้านที่เช็คบิล

พนักงานเสิร์ฟด้อมๆมองๆโต๊ะเราเป็นระยะๆ
คงจะสงสัยว่าทำไมพวกนี้มันอยู่นานนักนะ
อยากจะเก็บโต๊ะให้สะอาดเสียที

จริงๆเราไม่ได้คุยเรื่องสำคัญอะไร
หัวข้อยังคงเป็นเรื่องเดิมๆ คนเดิมๆ
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องในอดีตที่เราใช้เวลาร่วมกัน
คำขึ้นต้นประโยคของเราเป็นคำซ้ำๆ
เช่น

มึงจำได้ไหม ตอนนั้น.......
เราจะขึ้นต้นเมื่อเราพูดถึงอดีตที่ผ่านมาแล้ว
มึงรู้เรื่องนี้ป่ะ ตอนนี้.......
เราจะขึ้นต้นเมื่อเราต้องการหาความสนใจร่วมกัน

เข็มนาฬิกาบนข้อมือกำลังเดินหน้า
ขณะเดียวกับเข็มนาฬิกาของพวกเราก็เดินถอยหลัง เพราะเรากำลังคิดถึงอดีตอันแสนหวาน
กัับคนทีี่เราเรียกมันว่า  เพื่อน 


เคยมีคนบอกไว้ว่า
เราจะเริ่มแก่เมื่อเราชอบพูดถึงอดีตบ่อยๆ
มันจะจริง

ยิ่งเราโตมาขึ้นเท่าไหร่เราจะเก็บตัวมากขึ้น
คนรอบข้างที่เราสนิทจะห่างหายและห่างเหินไปเรื่อยๆ
แม้ว่าเทคโนโลยีจะพยายามทำให้พื้นที่บนโลกแคบขึ้น
ง่ายมากหากเราจะตามหาคนที่เราห่างหายกันไปเพื่อนสมัยอนุบาล ครูประถม หรือแม้กระทั่งคนรักครั้งแรก

แต่สำหรับฉัน ทำไมนะ...
มันก็ไม่ได้ทำให้ความคิดถึงคนเหล่านั้นลดลง
เหมือนเพื่อนสนิทคนนี้ที่ฉันเห็นหน้ามันบน facebook แชทสื่อสารผ่านsocial ทุกวัน
เทียบไม่ได้เลยกับ 4 ชั่วโมงกับบทสนทนาในร้านอาหารวันนี้

นี่สินะที่เค้าว่ากันว่า 
เพื่อนคือแคปซูลกาลเวลาที่เราฝังเอาไว้ รอสักวันเมื่อเราคิดถึงมัน
จะกลับมาขุดค้นอีกครั้ง
ซึ่งคือวันนี้

คงไม่ต้องบอกนะว่ากูรู้สึกยังไง
มึงคิดเหมือนที่กูคิดไหม
กูไม่แน่ใจ
แต่ที่กูรู้คือ กูคิดถึงมึงว่ะเพื่อน
ไม่ใช่แค่มึงแต่ทุกคนในกลุ่มเรา
จะดีกว่านี้ถ้าเราทุกคนจะกลับมาเจอกัน
ฉันมองลงไปในหลุมเดิม
หลุมที่ฝังแคปซูลอีกหลายอันเอาไว้

รอสักวันที่จะได้เปิดมัน
เหมือนแคปซูลตรงหน้าที่ฉันเปิดมันวันนี้
โดยใช้เวลา 4 ชั่วโมง

กูรอพวกมึงอยู่นะ

ปล.เราไม่ใช่คนหยาบคายกับทุกคนที่เรารู้จัก 
แต่เราจะใช้มันกับคนที่เราสนิทใจเท่านั้น
หากเราไม่สนิทกันอย่าถือสาเลยนะคะ :)
 











SHARE
Writer
plawaneblee
storyteller
กาลครั้งหนึ่ง....สิ่งที่ฉันเขียน ฉันเคยรู้สึก https://www.facebook.com/plawaneblee

Comments

loongchat
2 years ago
ในช่วงที่มีชีวิตเป็นวัยรุ่น
เคยใช้เวลานานๆแบบนี้ในร้านอาหารเหมือนกันครับ
นานมากแล้วที่ไม่ได้ทำแบบนี้อีก
ชีวิตเปลี่ยน...
ปัจจุบันทำได้แค่ไปงานเลี้ยงรุ่น
Reply
plawaneblee
2 years ago
งานเลี้ยงรุ่นนี่หายไปจากสารระบบเลยค่ะ
loongchat
2 years ago
✿◕‿◕✿
_Tngx
2 years ago
ชอบจัง :)
Reply
plawaneblee
2 years ago
ขอบคุณค่ะ :)

plawaneblee
2 years ago
ขอบคุณค่ะ :)

5071
2 years ago
กำลังจะเรียนจบคะ กำลังจะแยกย้ายจากเพื่อนแล้ว
Reply
eyedumm
2 years ago
คำที่เค้าว่า วัยรุ่น เป็นช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุด คงจะจริงแหละครับ :)
Reply
plawaneblee
2 years ago
อยากกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกจัง :D