ความรู้สึกระหว่างนั่งอยู่เฉย ๆ
ความเศร้า ความนิ่ง ความเย็นชาแบบที่ผมแสนเกลียดมาเยือนผมอีกครั้งหนึ่ง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้เจอกัน 

คุณๆ เหล่านี้มักมาอย่างเงียบเชียบ 
หากแต่ความเจ็บปวดที่ก่อเกิดขึ้นภายในใจไม่ได้เงียบตาม
พวกมันเหล่านั้นส่งเสียงร้องเพียงเพื่อให้ผมรู้ว่าตัวผมเองเจ็บแค่ไหน

ทั้งที่ผมเองไม่แม้แต่จะปริปาก 
ไม่เลย ผมไม่ได้พูดถึงมันให้ใครฟังซะด้วยซ้ำ 
แต่พวกมันก็ยังอยู่ อยู่ตรงนี้ 

อาจไม่ใช่ข้างๆ แต่เป็นข้างใน 
ความเจ็บปวดเหล่านั้นอยู่ภายในตัวผม

เกลียดชะมัดเวลาตัวเองเป็นแบบนี้
เกลียดยิ่งกว่าเวลามีคนเป็นแบบนี้ใส่ซะอีก
ปลอบตัวเองมันยากกว่าปลอบคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่
อาจจะเป็นมาตั้งนานแล้ว - ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถปลอบใจตัวเองได้, ห่วยชะมัด
เออ ตัวผมเองนี่แหละ ห่วยชะมัด, ผมคิด

ผมเคยชอบฝน อย่างน้อยก็เคย
เคยมีความสุขกับการนอนเอกเขนกในกองผ้าห่มกับหนังสือกองโตๆ
เสียงฝนที่ดังน่าฟังกับลมเย็นๆ ที่ทำให้รู้สึกดียิ่งขึ้นที่โลกใบนี้มีผ้าห่มที่นุ่ม อุ่น กอดแล้วหลับสบาย

ยิ่งโตดูเหมือนอะไรๆ ก็ดูจะยากไปทั้งหมด
ทั้งที่มันเคยเป็นเรื่องง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่นการนอน
ใช่ ใครจะไปรู้ว่าอีกสิบยี่สิบปีหลังจากเกิดมาการนอนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากว่างั้นไหม

ผมรู้, หรืออย่างน้อยผมก็คิดว่าผมรู้ว่าวิธีที่ปลอบตัวเองได้ดีที่สุดก็คือการเล่าให้ใครสักคนฟัง
ใครสักคนที่ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ได้ 
เป็นใครสักคนที่เราเปิดใจให้เขาเข้ามาในพื้นที่ของเรา
เป็นใครสักคนที่รู้เรื่องราวและความรู้สึกนึกคิด ที่มาที่ไปของตัวเองมาโดยตลอด
เป็นใครสักคนที่เราวางใจ a.k.a.ไว้ใจ ฝากใจไว้ที่เขาและเขาเองก็เช่นกัน
หมายถึงเขาเองก็วางใจ ไว้ใจ ฝากใจของเขาเอาไว้ที่เราเช่นกัน

คนพวกนี้มีจำนวนเพียงหยิบมือเดียวในจำนวนคนเป็นล้านๆ คน
คนที่รู้ เข้าใจเรื่องของเรา - ถึงแม้ไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ไปไหน ยอมรับในความไม่เข้าใจตรงนั้นเอาไว้ได้

' จำไว้นะ การที่เรามีหน้าที่การงานก็เพื่อรู้ว่าวันหยุดมันดีแค่ไหน การมีเวลาว่างน่ะมันดี แต่ถ้ามีมากเกินไป มันก็ว่างจนเครียดได้เหมือนกันนะ '

คำพูดเท่ๆ ของผมที่พูดกับน้องชายขณะที่ลูบหัวปลอบความงอแงตามแบบฉบับเด็กที่ไม่อยากให้ถึงวันจันทร์ - เพราะต้องไปโรงเรียน แต่สำหรับผมการต้องไปเรียนไม่ใช่ส่วนที่แย่ที่สุด ส่วนที่แย่ที่สุดในทั้งหมดคือต้องตื่นเช้าต่างหาก

ผมคิดว่าตัวเองเข้าใจประโยคนี้ดี
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ว่างแสนว่างอย่างช่วงนี้และทุกคนรอบกายยุ่งแสนยุ่ง
ยุ่งอยู่กับความเป็นไปในชีวิตของตัวเอง ผมรู้ดีว่าวันนี้ต้องมาถึง

แต่มันแย่กว่าที่นึกเอาไว้มากโข

แม่ของผมบอกผมว่าสมควรทำตัวให้มีความสุขมากกว่านี้
สมควรมีความสุขกับเวลาว่างที่มีก่อนที่จะต้องเข้าสู่การทำงานอย่างเต็มตัว
ในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้า ผมจะกลายเป็นหนึ่งในมนุษย์ทำงานแล้ว

แล้วความรู้สึกที่ต้องเผชิญอยู่ตอนนี้น่ะเหรอ 
มันเหมือนการที่เรายืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นโดยไม่มีใคร ไม่มี
จะโดยอนุมานหรือโดยความเป็นจริง มันก็เป็นแบบนั้นล่ะนะ 
ความจริงที่ว่าเราอยู่ตรงนี้คนเดียว
จะไม่มีใครวิ่งมากอดคุณเอาไว้ทั้งนั้นไม่ว่าคุณจะรู้สึกยังไงอยู่ก็ตาม
จะกำลังหัวเราะ ยิ้มหรือร้องไห้ก็ไม่มีใครอยู่ตรงนี้ทั้งนั้น

ไม่ต้องเข้มแข็งหรอก ฟังเพลงเศร้าซะให้พอแล้วร้องไห้ซะนะ
SHARE
Written in this book
Dear, Diary
Me Myself & I
Writer
ibearinmind
Sea
Everything around myself.

Comments