เหนื่อยว่ะ
'เหนื่อยว่ะ' 
สองพยางค์ง่ายๆ ที่ใช้บรรยายกราฟชีวิตช่วงนี้

ช่วงเวลาที่ว่า 'เหนื่อยว่ะ' เป็นช่วงที่เราวัดระดับความอดทนของเราได้ชัดที่สุด - เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เราผ่านช่วงเวลาแบบนี้ไปได้ (โคตรจะคูลเลยเนอะ แต่กว่าจะผ่านไปได้...ก็แทบหายคูลแล้ว) 

เราไม่ใช่คนที่อดทนกับอะไรต่อมิอะไรได้มากมายนัก ออกจะเป็นคนที่จุดเดือดสูงด้วย เวลาที่มีเรื่องอะไร หรือใครเข้าวัดความอดทนเรามากๆ เป็นไปได้มากที่เราจะแพ้

ก็อย่างที่บอกแหละ... เราเดือดง่าย ความอดทนต่ำด้วย

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จุดเดือดเราถูกกระตุ้นจนขึ้นจุดพีค อย่าเพิ่งนึกภาพเราเป็นมังกรพ่นไฟไปทั่วนะ  เราไม่ได้พ่นไฟหรอก แต่เราร้องไห้...

พอมาถึงจุดพีคหนึ่ง แต่ละคนคงจะมีทางออกไม่เหมือนกัน เราเองก็ด้วย ทางออกแต่ละครั้งต่างกัน บางครั้งเราพ่นไฟ บางครั้งเราเซื่องซึม บางครั้งเราร้องไห้ แบบที่เป็นครั้งนี้ 

เราร้องไห้... ไม่ได้หนักหนามากเท่าไหร่ โมเมนต์นั้นมันเหมือนความอดทนมันสุดแล้ว สิ่งที่เราเจอวันนั้น มันเป็นปัญหาผลักให้เราจนมุม เราพยายามจะแก้ไข แต่ทางไหนจะไปก็เจอทางตัน จนทำได้แค่บอกตัวเองว่า 'เออ พอเถอะ มันสุดแล้วว่ะ ช่างมัน เราพยายามที่สุดแล้ว' 

ตอนนั้น น้ำตา...เลยเป็นเครื่องมือระบายความอัดอั้นในใจบางอย่างออกมา 

ทุกครั้งที่ร้องไห้ เรามักจะมโนภาพว่าเหมือนในมิวสิควีดีโอแน่ๆ แต่พอเอาเข้าจริงมันร้องได้ไม่สุดนะ กลัวเมคอัพหลุด ฮิฮิ :)

หลังจากร้องไห้แล้ว การเดินไปทำงานต่อแบบสวยๆ ค่อนข้างยากกว่าที่คิด เพราะที่ขาเราเป็นตะคริวทั้งสองข้าง เราให้เวลาตังเองอีกพัก พอตะคริวหาย ใจดีขึ้น เราเริ่มทำงานต่อ ทำไปทั้งที่ยังมีเรื่องวุ่นวายในสมอง แค่รอเวลาเลิกงาน...

หลังเลิกงาน เรายังจมอยู่กับเรื่องแย่ๆ ไปอีกพักใหญ่ ความรู้สึก ความคิดผสมปนเปวุ่นวายกันไปหมด เราเลยเล่นเกมส์ เป็นพวก puzzle game แล้วก็อ่านนิยายออนไลน์ เอาความคิด ความรู้สึกเราไปโฟกัสกกับเรื่องตรงนั้นสักพัก 

โลกของเกมส์ ความร่าเริงของนิยายช่วยผ่อนคลายเราได้บ้าง มันเจือจางความรู้สึกแย่ลงไปหน่อย สติจะช่วยกรองให้เราเห็นปัญหาให้ชัดขึ้น การยอมรับความผิดพลาดของเราเอง เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเราในการก้าวเข้าไปแก้ปัญหา อย่างน้อยปัญหาก็เป็นโอกาสให้เราเรียนรู้ตัวเองและมองเห็นคนอื่นได้ 

วันนั้นเราบอกตัวเอง...

'มึงพลาดได้นะ แล้วถ้ามึงพลาดได้ คนอื่นก็พลาดได้เหมือนกัน' 
...
'มึงเป็นคนนะ ไม่ใช่ซูเปอร์แมน ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ที่จะเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ มึงจะแบกโลกไว้ทำไม' 

อย่างน้อยความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ก็ทำให้เราเบาลง เราให้อภัยตัวเองได้ วันหนึ่งข้างหน้าถ้าเราเจอปัญหา หรือเห็นคนรอบข้างมีปัญหา เรื่องราวของเราในวันนี้ก็อาจจะทำให้คนฟังสบายใจขึ้นก็ได้

จริงๆ แล้วช่วงเวลาที่ปัญหา หรือความผิดพลาดตบเท้าเข้ามาหาพร้อมๆ กัน นอกจากจะวัดความอดทนเเล้ว ยังเป็นมิเตอร์วัดสติของเราได้ด้วยนะ ยิ่งมีสติ เรายิ่งเห็นปัญหาได้ชัด ใจเราจะแกว่งน้อยลง และอีกเรื่องที่ลองมองดูก็เกิดประโยชน์คือ...

'การยอมรับว่าเราไม่ได้เจ๋ง'  ไม่ได้คูลไปเสียทุกเรื่อง แต่ละคนมักจะมีความเชื่อมั่นกับตัวเองในบางเรื่อง มั่นใจกับความเป็นตัวเอง จนบางครั้งเราเผลอมัดตัวเองเข้ากับความสมบูรณ์แบบอย่างแน่นหนา จนวันหนึ่งพอความผิดพลาดกระแทกเข้ากลางแสกหน้า เลยได้รู้ว่าความไม่สมบูรณ์แบบเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเราลดตัวตนที่เราคาดหวังให้เพอร์เฟคไปได้ เราก็จะยอมรับตัวเองได้ง่ายขึ้น นั่นแหละ...มันจะดีก็ตรงนี้ ใครจะรู้ 'ปัญหาทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น'

ถ้าเกิดปัญหา เกิดความผิดพลาด แน่นอนว่าผลของมันก็ย่อมตามมาด้วย จะกระทบมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับบริบทและองค์ประกอบ ผลของความผิดพลาดล่ะ มันก็ยังอยู่นะ ออกจะลอยหน้าลอยตาให้เราเข้าไปแก้ไข เข้าไปรับผิดชอบมันด้วยซ้ำ 

เมื่อไหร่ที่กำลังใจ กำลังสติพร้อม เราเชื่อว่าทุกคนจะหันไปเผชิญหน้ากับมัน 
ถ้าตอนนี้ใครกำลังรู้สึกแย่กับปัญหา กับความผิดพลาด ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นด้วยสาเหตุอะไร เชื่อเถอะว่าคุณจะชนะมัน... ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ 🤓




SHARE

Comments