เคอร์ฟิว ยาบำรุงสุขภาพ
ทุกคนคงจะรู้สึกงง ใช่มั้ยล่ะ ว่าทำไม คำว่า 'เคอร์ฟิว' คำนี้เนี่ย เป็นยาบำรุงสุขภาพได้ไง
เพราะ ความหมายของคำว่า เคอร์ฟิว นั้นมันคือ มาตรการห้ามผู้คนออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาที่กำหนด นั่นเอง  หรือจะแปลว่า กฏเกณฑ์บังคับก็ได้ค่ะ 
แต่สำหรับเรื่องนี้ เกี่ยวกับสุขภาพของมนุษย์เรา และเหมาะสำหรับ มนุษย์ผู้มีเวลาพักผ่อนน้อย หรือบุคคลที่ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อสุขภาพกลับมาแข็งแรง ไม่ป่วยอิดออดนั่นเองค่า

  ปกติแล้วมนุษย์เราต้องการนอนหลับพักผ่อน แล้วปล่อยให้ร่างกายของเรา ในเวลานอนนั้น
ได้มีช่วงเวลาหยุดพักการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าพูดถึงอีกมุมมองนึง สำหรับวัยเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และคนชรา ก็จะมีระยะเวลานอนอย่างเต็มที่ต่างกัน อย่างเช่น เด็กน้อยเบบี๋ ควรมีเวลานอน 12 - 15 ชม. ส่วนเด็กน้อยวัยเตาะแตะประมาณ 1 - 2 ปี ก็ควรนอน 11 - 14 ชั่วโมง หรือ ช่วงเด็กวัยรุ่นหัวร้อน ก็ควรมีเวลานอนประมาณ 8 - 10 ชม. และ สำหรับวัยผู้ใหญ่ก็ควรจะมีเวลานอน 7 - 9 ชม. เช่นกัน แต่ว่า . . .

สำหรับประเทศไทย ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับภาวะการนอนไม่หลับ
หรือนอนหลับยาก โดยมีสาเหตุตั้งแต่ระบบสั่งการการนอนหลับในสมองมีความผิดปกติ หรือการมีโรคประจำตัว เช่น พวกโรคหอบหืด โรคกรดไหลย้อน โรคซึมเศร้า โรคภูมิแพ้ หรือแม้กระทั่งลักษณะการทำงานที่เป็นกะกลางวัน/กลางคืน เป็นต้น

 สำหรับคนที่หลับยาก ติดนอนดึก ฉันอยากให้คุณลองพยายาม ตั้งกฎเคอร์ฟิวสำหรับตัวคุณเองขึ้นมา อาจจะเป็นกฎที่สามารถใช้เทคนิคต่าง ๆ ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น 
คุณอาจจะกำหนดเวลาเป็นช่วงเย็นๆ นั้นจะต้องออกกำลังกาย 30 นาที หรืออาจจะ 1 ชม.ขึ้นไปก่อนอาบน้ำนอน หรือ ต้องกำหนดเวลานอนให้เป็นเวลา ไม่ควรนอนดึกมาก และปฏิบัติให้เป็นประจำ ( ยกเว้น เมื่อร่างกายของคุณไม่พร้อมที่จะนอน และไม่ได้อยู่ในภาวะตึงเครียด อย่าพยายามฝืนนอน หากไม่ง่วง ) และช่วงที่กำหนดนั้น ถ้าหากกลัวพลาดที่จะลืม อาจจะหาสมุดเล็กๆ มาทำเป็นตารางไว้ หรือบันทึกช่วงเวลาในปฏิทินใน Application บนมือถือของคุณก็ได้ 

ยิ่งอายุน้อยยิ่งต้องนอนให้มาก เพราะอาจจะเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันได้ 
อย่างตัวฉันเอง ก็เป็นคนหนึ่งที่ติดนอนดึก ระบบเวลานอนรวน อย่างเช่น นอนโต้รุ่ง แล้วไปตื่นอีกทีตอนบ่าย หรือบางครั้งก็ ตื่นเช้าไปทำงาน หรือไปเรียน ก็ยังรู้สึกเพลียๆ ตาปรือ พร้อมที่จะนอนได้ทุกช่วงเวลา มันคืออาการแสดงจากร่างกายของตัวฉันเองค่ะ ว่า จะไม่ไหวแล้วนะ หรือแบตเตอรี่ในร่างกายเหลือน้อยแล้วนะ ส่วนตัวแล้ว เคยลองมาหลายวิธีแล้วก็ไม่ได้ผล เพราะตัวเราเองปฏิเสธที่จะแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง เลย ทำให้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้เยอะกว่าใครๆ แล้วเวลาป่วยก็เช่นกัน ก็จะเป็นหนักกว่าชาวบ้าน เป็นนานกว่าใครๆ ทั้งๆที่ยังอายุยังน้อย แต่กินพวกยารักษาเยอะแยะมาก เหมือนคนวัยชรา

แล้ววันหนึ่ง จากประสบการณ์การใช้ชีวิตแปรปรวน ไม่มีความแน่นอน แม้กระทั่งเรื่องเวลาตื่นนอน เวลาหลับ ก็คิดได้ว่า มันถึงเวลาแล้วนะ ที่ต้องเปลี่ยนตัวเองแล้วล่ะ เพราะมันมีผลต่อการทำงาน ทัศนคติของคนที่ทำงานร่วมกันมองเราไม่ดี หรือประสิทธิภาพในการทำงานแย่ ไม่มีความพัฒนาเลย ฉันปรึกษาคุณแม่ ที่ก่อนหน้านี้หลายๆครั้ง เขาบ่นใส่เรา แต่ตัวฉันเองดันไม่ฟัง แต่ตอนนี้ฉันคิดได้แล้วล่ะ มันมาถึงจุดๆนึงแล้ว ที่ต้องการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเองซะที ก่อนที่จะสายเกินไป หรือ พลาดโอกาสนั้นๆไป 

ฉันได้ตั้งเคอร์ฟิวค่ะ ให้คุณแม่กำหนดเวลาการใช้อินเตอร์เน็ต Wifi ที่บ้าน แล้วปิดสัญญาณเน็ตด้วยการโหมดเครื่องบินไป และทำตารางการตื่นนอนและการนอนหลับไว้ อย่างเช่น นอนห้าทุ่ม แล้วตื่น สิบโมงเช้า ภายใน 1 เดือนต้องทำให้ได้ แล้วหลังจากนั้นค่อยปรับเปลี่ยนเวลาตื่นให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะไปเป็นมนุษย์ทำงานที่ดี ตรงต่อเวลาได้ 

แต่ถ้าคุณ ผัดวันไปเรื่อยๆว่า เดี๋ยวค่อยทำวันอื่น เดี๋ยวเป็นวันพรุ่งนี้นะ วันนี้ไว้ก่อน ฉันเชื่อว่ามันคงเป็นแผนที่พังเละเทะ ไม่มีความเป็นระเบียบกับตัวคุณเองค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่ที่ตัวคุณเองแล้ว ว่าอยากให้ผลลัพท์ออกมาเป็นรูปแบบไหน

  แล้วทำไมถึงใช้คำว่าเคอร์ฟิว เพราะว่ามันสามารถให้บทลงโทษคนที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์นั้นๆได้ คุณอาจจะให้คุณแม่ หรือคนในครอบครัวคุณเป็นคนลงโทษคุณ ถ้าคุณทำตามกฎด้วยตัวเองไม่ได้ และก็ เป็นยาบำรุงสุขภาพที่ดีเลยล่ะค่ะ เพราะว่าเราสามารถให้ร่างกายของเราพักผ่อนได้เต็มที่ พอตื่นเช้ามาก็สดใส อาจจะมีง่วงบ้างเล็กน้อย แต่ฉันเชื่อว่า พอถึงเวลาที่จะต้องไปทำงาน หรือพูดคุยกับคนอื่น เราจะรู้สึกว่า ไม่เหวี่ยงอารมณ์ใส่คนอื่น ทำงานได้ดีขึ้น เพราะสมองปลอดโปร่ง และ ไม่ได้เจ็บป่วยบ่อยๆเหมือนที่เคยเป็นแล้ว 


เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ^^  
SHARE
Writer
Mizolynz
Piano Teacher, Writer
เพราะว่ามีความรู้สึกถึงได้เขียนเล่าเรื่องราวผ่านตัวหนังสือ

Comments