Wish it was me...
 
บทเพลง เวียนนา (Vienna) ของ บิลลี่ โจเอล ดังผะแผ่วออกมาจากวิทยุรถยนต์​ เสียงเพลงมันช่วยทำให้เจมส์ไม่รู้สึกว่าตัวเองอยู่คนเดียว อ้างว้างและโดดเดี่ยวจนเกินไป ขณะที่ขับรถอยู่บนเส้นทางอันเปล่าเปลี่ยวมืดมิดในเพลาเกือบตีหนึ่ง

เจมส์ควบคุมพวงมาลัยรถยนต์ด้วยมือข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างกำลังพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ส่งตอบเพื่อนฝูงอย่างชำนิชำนาญ ดวงตาคู่คมเสมองท้องถนนจราจรเบาบางตรงหน้า สลับกับโทรศัพท์มือถือบนตัก พร้อมกับหัวเราะออกมาเป็นระยะๆ ภายหลังได้อ่านข้อความตลกๆจากเพื่อนๆ
"Slow down you crazy child
Take the phone off the hook and disappear for a while
It's alright, you can afford to lose a day or two (oooh)
When will you realize... Vienna waits for you?"

-- Vienna By Billy Joel --  
เออหนอ...คำสอนในบทเพลง Vienna บวกกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับแฟนสาวของเขาเมื่อกว่าหนึ่งเดือนที่แล้ว ไม่สารมารถทำให้เจมส์ 'take the phone off the hook' ได้เลย

เขาเป็นโรค 'ติดโทรศัพท์มือถือขั้นรุนแรง' ราวกับคนติดบุหรี่หรือติดเหล้าเรื้อรัง ที่มันยากโคตรๆที่จะเลิก...เขารู้...เขายอมรับมัน ทว่าไม่เคยคิดบำบัดตัวเอง 

เขายังคงหยิ่งผยองคิดว่าตัวเองเก่ง สามารถทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันได้ดี เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง 'multitasking' เฉกเช่นเด็กหนุ่มสาวหลายๆคนในยุคศตวรรษที่ 21

เจมส์ สเวนสัน วัย 17 ปี ยังเป็นคนเดิม เป็นเด็กหนุ่มผู้ไร้ซึ่งความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เป็นฆาตกรเลือดเย็น ฆ่าแฟนสาวเพราะความประมาทเลินเล่อยังไม่พอ เขายังไม่คิดกลับใจ... 

เขามันเกินเยียวยา...
เขามันเป็นคนไม่ดี...
ทว่าเขาก็เสียใจเป็น...
ร้องไห้คร่ำคราญเป็น...
และหากเป็นไปได้...
เขาอยากให้คนที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุคืนนั้น...เป็นตัวเขาเอง ไม่ใช่เจน 

.............

10.15 PM. เมื่อกว่าหนึ่งเดือนที่แล้ว...

"James, please stop texting while you're driving" เจน แฟนสาวของเจมส์ขอร้องให้เขาเลิกพิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อนในขณะที่กำลังขับรถอยู่บนถนนไฮเวย์

"You are texting too." เจมส์แถด้วยเหตุผลที่ว่า เธอเองก็ไม่ต่างจากเขาสักเท่าไหร่ บอกเขาให้เลิก texting แต่ตัวเธอเองก็จดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือในมือ

"Well, I'm not driving but you are." ฉันไม่ได้เป็นคนขับรถเหมือนคุณนี่นา เจนบอก พร้อมกับทำหน้าทำตาทะเล้นอย่างน่ารักน่าเอ็นดู...หน้าตาท่าทางที่ทำให้เจมส์หลงรักเธอ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอย้ายมาเรียนที่ ไฮสคูลเดียวกันกับเขาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  

"Don't worry babe, I can handle it. I'm a master of multitasking you know..." เจมส์ตอบด้วยสีหน้าและท่าทางมั่นใจเกินร้อย เขาขับรถและ texting ไปด้วยมาเป็นร้อยเป็นพันรอบแล้ว และไม่เคยเกิดอุบัติเหตุสักครั้ง ดังนั้นเขาไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องหยุด...ไม่ใช่คืนนี้ 

เจนไม่เคยขอร้องให้เขาหยุด texting ขณะขับรถ เพราะหญิงสาวเองก็ทำเหมือนกันเวลาที่เธอขับรถ ทว่าคืนนี้ ไม่รู้ว่าแฟนสาวเป็นอะไร ถึงได้จุ้นจ้านเรื่องนี้ไม่หยุดนับตั้งแต่ออกจากโรงหนัง! 

"It's dangerous..." เจนลากเสียงอย่างเหนื่อยหน่าย พลางส่ายหน้ากับความดื้อด้านของคนรัก ก่อนเธอจะก้มหน้า เทความสนใจไปยังข้อความในโทรศัพท์มือถือของตัวเองต่อ 

"I know." 

เจมส์ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก พร้อมกับกดส่งข้อความที่เพิ่งพิมพ์เสร็จกลับไปหาเพื่อน ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็ได้รับข้อความตอบกลับจากเพื่อน ซึ่งมันเป็นรูปภาพตลกขบขัน ทำเอาเจมส์หัวเราะจนขากรรไกรแข็ง เป็นเวลาเดียวกันกับที่รถวิ่งเข้าสู่สี่แยกซึ่งมีป้ายจราจร 'STOP' ติดอยู่ข้างทาง...ป้ายที่เจมส์มองไม่เห็นเพราะมัวแต่สนใจสิ่งที่อยู่ในมือถือ 

โครมมมมม!

เอี๊ยดดดด!!!

กรี๊ดดดดดด!!!

โครมมมมมมมมมมมม!

เสียงล้อรถยนต์เกินหนึ่งคัน เสียดถูเข้ากับพื้นถนนดังกระหึ่มไปทั่วพื้นที่ กลิ่นเหม็นไหม้ของยางรถ กลิ่นน้ำมัน และกล่ินคาวเลือด เป็นสิ่งที่โสตประสาทของเจมส์สามารถสัมผัสได้ 

และภาพสุดท้ายที่เขาเห็น คือ ใบหน้ารูปหัวใจของแฟนสาว เปรอะเปื้อนไปด้วยสายธารเลือดไหลอาบลงมาจากศรีษะของเธอ ดวงตาสีเขียวอ่อนคู่สวยของเธอจ้องเขาเขม็ง ทว่ามันกลับไม่ขยับไหวติงเพียงนิด เฉกเช่นทุกส่วนบนร่างบอบบางอันเต็มไปด้วยเลือด และหัวใจของเธอ... 

....

เพลง เวียนนา จบลงไป ตามมาด้วยบทเพลงใหม่ เจมส์ขับรถผ่านสี่แยกมรณะอีกครั้ง สีหน้าของเขาเรียบเฉย ราวกับว่าเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว ณ สี่แยกมรณะแห่งนี้ มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

แต่ใครเล่าจะรู้... ขณะที่เจมส์กำลัง multitasking....บังคับพวงมาลัยรถยนต์ด้วยมือหนึ่งข้าง อีกข้างพิมพ์ข้อความในมือถือ ตาคมฉาบไว้ด้วยความเฉยเมย เพ่งมองไปบนท้องถนนอันอ้างว้าง ทว่าหัวใจของเขากำลังกรีดร้อง...

"Jane...I wish it was me!"


SHARE
Writer
ElectricPink
Literary enthusiast
เขียนสิ่งที่วิ่งเข้ามาในหัว :)

Comments