ทางเดินกลับบ้านที่กบด้วยท้องฟ้าสีคอตตอน
 
ขณะที่ฉันกำลังเดินกลับบ้าน มันก็เป็นวันกลับบ้านปกติเหมือนทุก ๆ วัน แต่ที่ผิดแปลกจากปกติก็คือ ฉันไม่ได้เดินกลับบ้านอย่างเดียวดายหรือโดดเดี่ยวเพียงคนเดียว แต่มีเขาคนนั้นเป็นเพื่อนร่วมเดินกลับ


 เรารู้จักกันมาสักพักใหญ่แล้วแต่พึ่งรู้ว่าทางกลับบ้านของเราทั้งคู่นั้นเป็นทางเดียวกัน เราเดินพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย ฉันได้รู้ว่าเขาเป็นคนที่ชอบฟังเพลงเก่า ๆ สมัยก่อน ประมาณ สวลิ ผกาพันธ์ุ ไม่ก็สุเทพ วงศ์ กำแหง 
 เขาเป็นคนที่ค่อนข้างเป็นผู้นำ เขาเดินเร็วมากจนฉันแทบจะเดินตามไม่ทัน ไวเยี่ยงจรวดนำวิถี


 ท้องฟ้าในคราเย็นนั้นเป็นสีชมพูคอตตอน อากาศไม่รุ่มร้อนมากนักโชกโชนด้วยแดดอ่อน ๆ ฉันรู้สึกว่าท้องฟ้าวันนั้นสวยเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมันสวยอย่างงั้นจริง ๆ หรือเพราะเขาคนนั้นอยู่ด้วยเคียงข้างกาย



 ณ ขณะนั้นไม่มีละอองแห่งความเดียวดายอีกต่อไปแล้ว คงเป็นเพราะเขา-ผู้ซึ่งมาดูดกลืนละอองเหล่านั้นให้จางลงไป และแปรเปลี่ยนเป็นบทสนทนาแห่งถ่อยคำของการรู้จักถึงตัวตนของอีกฝ่ายมากขึ้น


 ฉันเริ่มใกล้ถึงบ้านในทุก ๆ ขณะ   แล้ว วันวันนี้คงเป็นวันวันนึงที่ฉันจะไม่มีวันเลือนลืม เย็นที่ผิดแปลกจากเย็นอื่น ๆ


 ฉันเคยคิดว่าการอยู่อย่างโดดเดี่ยวนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดและฉันก็ชอบเช่นนั้นแต่พอมีใครมาร่วมทางทำให้ความโดดเดี่ยวจางหาย ฉันจึงได้รู้ว่า ความรู้สึกนั้นมันไม่ได้แย่เลย 

 

ฉันน้อมรับแล้วที่จะไม่ยอมอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ เพราะความรู้สึกยามที่มีใครอยู่ข้างกายนั้น มันช่างวิเศษเสียจริง ๆ



 
ฉันเงยหน้าขึ้นมองฟ้าสีคอตตอนที่พระอาทิตย์กำลังเย้ยอยู่ที่ริมขอบฟ้า 
แทบจะรอให้ถึงเย็นพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้วสิ






เชิดคลิน

SHARE
Written in this book
เรื่องสั้น
Writer
cherdklyn
lerner
ผูกพันกับความหมองเศร้าและความเหงาหงอย ชอบสีเบจ

Comments