เมาคลีในฝูงหมาป่า
“Life is like the box of chocolate, you never know what you gonna get”

-Forrest Gump (1994)


แน่นอนครับชีวิตเราไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้างในอนาคต แต่เราสามารถเลือกมุมมองชีวิตของตัวเองได้ ชีวิตเปิดโอกาศให้เราเลือกได้คร่าวๆว่าเราจะเดินไปทางไหน และระว่างเดินเราจะมองไปที่ตรงไหน



เช้าวันหนึ่ง ผมตื่นขึ้นมาในวันที่ท้องฟ้ามีเมฆเล็กน้อยไม่ต่างจากวันอื่น ๆ ผมอาบน้ำแต่งตัว เดินทางออกไปใช้รถสาธารณะ เพื่อไปยังมหาวิทยาลัย ทุกอย่างดูเป็นไปอย่างเป็นลำดับขั้นที่เงียบเชียบ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแตกต่าง...



เริ่มชินกับที่นี่แล้วสิ



เมื่อเราเริ่มทำใจยอมรับความเป็นไป ปรับความคิดจากตัวเราเองแล้ว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ สิ่งที่เคยบีบคั้นกดดันก็จะค่อยๆจางหายไป การใช้ชีวิตก็ดูจะง่ายขึ้น



ในความเป็นจริง ความวุ่นวายที่เคยรู้สึกนั้นไม่ได้หายไปที่ไหนเลย มันยังคงอยู่ที่เดิม เรายังคงเผชิญอากาศที่ไม่ดี การจราจรที่แย่ สังคมที่แข่งขัน โลกที่สอนให้เราพยายามปีนป่ายเอาตัวรอด เพียงแต่สิ่งเหล่านี้ค่อยๆซึมเข้าสู่ชีวิตเราแล้ว เราค่อยๆมองมันเป็นเพียงอากาศธาตุที่วนเวียนอยู่รอบตัว บางทีเมื่อมานึกย้อนดูแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราเริ่มเคยชินไปกับสิ่งเหล่านี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อเกิดความเคยชิน แปลว่าวิถีชีวิตนั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว บางคนใช้ชีวิตเปลี่ยนไปในแบบที่ดี บางคนก็เปลี่ยนไปในแบบที่ไม่ค่อยน่าดูสักเท่าไหร่



ผมเองได้เจอบางเหตุการณ์การพยายามเข้าไปอยู่ในสังคมใหม่ที่ผมคิดว่ามันไม่ค่อยจะโสภาเท่าไหร่นัก ที่เกิดขึ้นกับคนรอบตัว ที่จริงแล้วถ้าพูดกันก็เป็นเรื่องที่เห็นกัได้ทั่วไปครับ แต่ว่าพอได้เห็นผลกระทบที่ค่อนค่างรุนแรงแบบใกล้ๆเลยก็เลยอยากพูดแทรกไว้ตรงนี้สักหน่อย


"We buy things we don't need with money we don't have, to impress people we don't like."
-Will Smith


สำหรับคนที่เป็นเด็ก ตจว แบบผม แล้วก้าวผ่านสิ่งที่ผมพูดถึงมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด บางคนกลับก้าวพลาดมาที่หลุมพลางอีกหลุมหนึ่ง



อันตรายจากการใช้จ่ายเกินตัว ทำร้ายคนกันมาเยอะแล้วครับ บางคนเป็นหนี้เป็นสินใช้ชีวิตอยู่เพื่อตอบสนองสายตาของคนอื่นมากเกินไป ตอนที่ผมพูดถึงการอยู่กับคนในสังคมให้ได้ ไม่ได้หมายถึงการอยากมีอยากได้จนทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่กับการพยายามสร้างสิ่งปลอมเปลือกให้ตัวเอง แล้วอยู่กับความลำบากที่ตามมา สำหรับบางคนนั้นความลำบากนี้ส่งผลไปถึงพ่อแม่เลยทีเดียว

อาจารย์ของผมท่านหนึ่งเคยพูดตอนสอนพวกผมว่า คนทั่วไปได้เงินเดือนละเท่าไหร่ ต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้องเสียอะไรมากมายท่ไหร่ แล้วเธอได้เงินกันเดือนละเท่าไหร่ เธอไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่ของพวกเธอกำลังแบกอะไรกันไว้บ้าง

บางทีคนที่ตัดสินใช้ใช้ชีวิตแบบนี้อาจจะลืมไปว่า เรากำลังใช้ชีวิตจากหยาดเหงื่อแรงกายของพ่อแม่ ที่ตัวของพวกท่านเองก็มีภาระต้องจ่าย ทั้งของตัวเอง บางคนมีพี่น้องอีก และอาจจะลืมไปว่า อนาคตเมื่อพวกท่านแก่ชราไป พวกท่านก็ต้องใช้เงินไว้รักษาตัวในยามนั้นด้วย อย่าลืมสิ่งเหล่านี้ไปนะครับ



กลับมาที่อีกฝั่ง สำหรับบางคนก็สามารถก้าวข้ามอุปสรรค์มายังจุดที่เดินต่อได้อย่างต่อเนื่อง การก้าวข้ามนั้นพาเรามายังจุดที่ทำให้เราเปิดรับกับสิ่งใหม่ๆ รับความสุขจากที่ใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ ได้แล้ว และบางคนอาจจะสามารถออกตามหาความฝันของตัวเองได้ต่อไป



แต่กับบางคน ความฝันที่เคยมีก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไป อาจจะต้องค่อยๆหาเส้นทางใหม่ที่เหมาะกว่า สบายใจกว่า หรือบางคนอาจค้นพบเส้นทางฝันเส้นทางใหม่ก็เป็นได้



ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เมื่อถึงจุดนี้เราสามารถเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้แล้ว

แต่หลายๆครั้งผมลองค้นเข้าไปในลึกๆในใจของตัวเอง

ความคิดถึงและโหยหาบ้านนั้นยังคงอยู่





SHARE
Written in this book
The Journey of December Pollen
เราล้วนโหยหาที่ยึดเหนี่ยว

Comments