แม่หงส์สาวในชุดบัลเล่ต์สีดำ


"ตึ่ง ตึ้ง ตึ่ง ตึ้ง" เสียงเปียโนคลาสสิคกำลังบรรเลงทลุผ่านประตูออกมาจากในห้องคลาสเรียนบัลเล่ต์ ซึ่งในกลุ่มนักเรียนเหล่านั้นมีน้องสาวผมอยู่ด้วย เธอเรียนมาได้ประมาณปีครึ่งแล้ว ก่อนที่เธอจะมาเรียนได้เธอต้องออดอ้อนแม่อยู่นานพอควร

เธอให้เหตุผลว่าที่เธออยากเรียนบัลเล่ต์เพราะเธอเครียดจากการเรียน ผมก็ไม่รู้ว่าเธอมีอะไรต้องให้เครียดถึงเพียงนั้นหรือแท้จริงเธออาจจะมีเหตุผลอื่นแต่เธอไม่อยากจะเอามาเป็นข้ออ้างเสียมากกว่า
แต่ยังไงสะเธอก็ได้เรียนบัลเล่ต์สมใจอยากแล้ว เธอดูชอบมันมากเสียด้วย


ผมกำลังนั่งรอเธอเรียนอยู่นอกห้องพร้อมกับฟังเสียงเปียโนในห้องนั้นเป็นการแก้เบื่อ
"คุณคะ ๆ " เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเธอมายืนอยู่ตรงหน้าผมตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอคนนั้นใส่ชุดบัลเลต์สีดำแนบเนื้อ อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับผม รวบผมมัดตึง และสวมรองเท้าบัลเล่ต์สีขาวนวล
"มารอใครหรือป่าวคะ" หญิงสาวในชุดบัลเล่ต์ดำกล่าวต่อ
"อ่อ ใช่ครับ มารอน้องสาวน่ะครับ"

ผมยังไม่ทันพูดจบเธอก็ลดตัวมานั่งข้างผม แล้วเธอก็ชวนผมคุยเสวนาเรื่อยเปื่อย ผมก็ได้รู้ว่าเธอเป็นครูสอนบัลเล่ต์ที่นี่ ผมค่อนข้างตกใจนิดหน่อยเพราะผมไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย ผมว่าผมก็ค่อนข้างมาที่นี่บ่อยและพอได้เห็นพวกครูสอนบัลเล่ต์อยู่บ้าง แต่ผมพึ่งได้เจอเธอเป็นครั้งแรกสะงั้น

ก็เป็นเวลาเสียครู่หนึ่งทีผมกับเธอได้พูดคุยเสวนากัน เธอก็ขอตัวเข้าห้องเรียนห้องเดียวกันกับน้องผมไปเสียก่อนทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่ได้รู้จักชื่อแซ่ของเธอเสียด้วยซ้ำ น่าเสียดายเหลือเกิน

ผมคิดว่าผมสนใจในตัวเธอเข้าเสียแล้วหรืออาจจะเรียกอีกอย่างว่าตกหลุมรักก็ว่าได้ เธอเป็นคนที่มีเสน่ห์เสียเหลือหลาย นัยน์ตาของเธอเปล่งเป็นประกาย รูปร่างของเธอสมบรูณ์แบบ ส่วนที่ขอดก็ขอดได้สัดส่วน ส่วนที่เว้าก็เว้าอย่างพองาม ผมอยากเห็นการเต้นบัลเล่ต์ของเธอยิ่งนักว่าจะพริ้วและสละสลวยถึงเพียงใด

ผ่านไปสักพักก็หมดคลาส เหล่านักเรียนบัลเล่ต์ก็กรีดกรูกันออกมาจากคลาส พวกนางต่างใส่ชุดเต้นบัลเล่ต์สีขาว และแน่นอนว่าผมมองหาหญิงสาวที่ใส่ชุดบัลเล่ต์ดำแต่ก็ไม่เห็นเลยแม้แต่เงา

เหล่านักเรียนยังออกมากันไม่หมด น้องสาวของผมก็รบเร้าให้ผมกลับบ้านเสียแล้ว ผมได้แต่ชายตามองหาเธอคนนั้นแต่ก็เห็นแต่เหล่านักบัลเล่ต์ชุดสีขาวออเรียงรายกันอยู่หน้าประตูแคบ ๆ

ระหว่างกลับ ผมถามน้องสาวว่ารู้จักครูในชุดบัลเล่ต์สีดำไหม ผมถามเธอพร้อมกับบอกลักษณะของเธอโดยละเอียด

น้องสาวของผมทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่แล้วก็ตอบผมกลับมาด้วยประโยคที่ผมไม่อยากจะได้ยินที่สุดก็คือ "ไม่ ไม่นะ ไม่รู้จัก เขาเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนบัลเล่ต์หรอ ไม่เคยเห็นเสียด้วยซ้ำ "

ผมตกใจปนเสียใจเล็กน้อย ราวกับว่าเธอผู้นั้นไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกนี้ ผมตั้งปณิธานในใจว่า ผมต้องเจอเธออีกให้ได้
 เธอเป็นใครกันนะ อยากคุยกับเธออีกจัง



เชิดคลิน
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้น
Writer
cherdklyn
lerner
ผูกพันกับความหมองเศร้าและความเหงาหงอย ชอบสีเบจ

Comments