the 31st year : a thug year ever แด่ผู้มีความฝันทุกคน

ครบรอบวันเกิดปีที่ 31 ปีนี้ (พรุ่งนี้) is the most suffering year ever.ผมรู้สึกเหนื่อยที่ต้องต่อสู้กับเสียงในหัวตัวเองคนเดียวช่วงปีที่ผ่านมานี้There's a battle inside my head. เสียงในหัวบอกให้ผมสู้เพื่อความฝัน ใช่ ผมสู้มาตลอดEven though there are many struggles along the way I've been through,but I try so hard.
ผมพยายามตั้งเป้าหมายในชีวิตว่า "ผมต้องไปถึงจุดที่ภาพบนผ้าใบของผมอยู่ใน Musee du Lourve" แม้ว่าฝีมือผมมันยังห่วยแตกอยู่ก็ตาม
แต่ก็ไม่ใช่แค่ความฝันที่ผมต้องสู้เพื่อมัน ผมก็ต้องต่อสู้กับความจริงด้วย (เพื่อเงิน)
ผมทำงานประจำ ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ and i'm not happy being a programmerแม้ว่าผมจะอยู่กับมันมา 8 ปีแล้วก็ตาม คุณอาจรู้แล้วหรือไม่รู้ว่า ในองค์กร เมื่อคุณโตขึ้นเรื่อยๆ สิ่งแวดล้อมจะกดดันคุณคาดหวังจากคุณว่า ถ้าคุณไม่พัฒนาในงาน ทุกคนจะแซงหน้าคุณ รุ่นน้อง เพื่อนรุ่นเดียวกัน แม้คุณไม่อยากกดดันตัวเอง แต่เชื่อเถอะ คุณจะรู้สึกเอง แบบที่ผมรู้สึก
I'm a kind of person who is working for money แค่นั้นผมเกลียดวันจันทร์ เหมือนกับที่คนส่วนใหญ่เกลียด ผมรู้สึกว่า ผมขี้ขลาดตรงที่ผมไม่กล้าจะกระโดดออกมาจาก loop นี้เพราะ condition บางอย่างในชีวิตผม นั่นคือเงิน
ผมอยู่ไม่ได้ถ้าขาด "เงิน" แต่ผมก็ไม่สามารถมีชีวิตได้ ถ้าขาด "ความฝัน"และผมจะรู้สึก useless มาก ถ้าผม "ไม่ได้ทำตามความฝันของตัวเอง" มันย้อนแย้งกันไปหมดอ่ะตอนนี้ ชีวิต ความฝัน ความจริง มันตีกันไปหมด
ผมคิดเรื่องพวกนี้ทุกคืน วนไปวนมาในหัวความวิตกกังวล(ในอนาคต)ความเครียด และความกดดัน(จากงาน) มันทำให้ผมนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นเวลานานนานจนมันทำให้ผมอยู่ในภาวะ depression หลายครั้งบอกเลยปีนี้ เป็นครั้งแรกที่ผมมีอาการแบบนี้ และผมกลัว เพราะคนรอบตัวผมหลายคนเป็นโรคซึมเศร้า และผมไม่อยากเป็น
ผมชอบถามพวกเค้าว่ารู้สึกยังไง ทำไมถึงเป็น ผมเคยไม่เข้าใจคนพวกนี้นะผมคิดว่าคนอย่างผมไม่มีทางเป็นได้ เพราะผมชอบบอกกับตัวเองว่า"มีแต่คนแข็งแกร่งเท่านั้น ที่จะอยู่บนโลกใบนี้" และผม enjoy being live my life แต่พอผมมาอยู่ใน position เดียวกับพวกเค้า ผมเข้าใจ คุณไม่อยากรู้สึกแบบนี้แต่มันจม และคุณสลัดมันไม่ออกมันหน่วงไปหมด รอบตัวคุณเป็นสีน้ำเงินเทาๆ และร้องไห้บ่อยไม่อยากคุยกับใคร แต่จะบอกว่า ถ้าได้คุยแล้ว คุณจะรู้สึกดีขึ้นมากนะ
ช่วงที่ผมมีอาการแบบนี้ ผมจะเข้าหาเพื่อน หาอะไรอร่อยกิน บางทีก็รักษาตัวเองด้วยวิธีที่สุดไปหน่อย คือกินเหล้า เบียร์ วอดก้า ไปบาร์เกย์ เต้นตีนแตก ตื่นมาหายใจรวยริน ลางาน นอนเป็นศพอยู่ห้องเพื่อนแต่ซักพักชีวิตก็จะดีขึ้น อาการมันก็จะหายไป แต่ก็นั่นแหล่ะเดี๋ยวมันก็กลับมาอีก
บางทีผมก็พยายามเยียวยาตัวเองด้วยดนตรีบำบัดแต่มันก็จะเป็นๆ หายๆ ซึ่งตอนนี้ที่ผมขณะที่ผมเขียน ผมก็ยังอยู่ในภาวะนี้
แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือ การที่ผมอยู่ในภาวะนี้ มันทำให้ผมไม่มีอารมณ์วาดรูป ไร้แรงขับ  แม้แต่รูปที่ผมวาดแล้วได้โหลดเยอะกว่าปกติ ผมยังไม่ดีใจเลยมันไม่เหมือนทุกครั้ง  นี่เป็นสัญญาณที่บอกผมว่า ผมอยู่ใน Critical state แล้วว่ะ ผมเลยเททุกอย่าง แล้วหาเรื่องเรียนวาดรูปจริงๆจังๆ เพื่อให้ตัวเองได้วาดรูปทุกวันอาทิตย์ซึ่งมันก็ดีขึ้น เพราะมันทำให้ผมไม่รู้สึกแย่กับความฝันตัวเองมากนัก แต่มันก็ทำให้ผมเหนื่อย เพราะไม่มีเวลาพักผ่อน ทุกอย่างมันมี side effect ไปหมด
"If stress, anxiety and depression are taking a toll on your life,here's the sign that you're headed for mental breakdown"

ก็นั่นแหล่ะ thug year ever ของผม
แต่... สำหรับนักฝันทุกคน ถึงแม้คุณจะมี bad day หรือ thug year ขนาดไหนขอจงสู้ต่อไปนะ  here's to the ones who dream








SHARE
Writer
delenies
reader
An ordinary girl who has passionate about travel

Comments