รำลึกความยิ่งใหญ่ของ ชาติชาย เชี่ยวน้อย
เมือวันเสาร์ผมได้สารานุกรมหมัดมวยสองเล่มติดกลับบ้านมานั่งอ่านแบบงอมแงม แต่แล้วสายตาของผมก็ได้พบเรื่องราวที่น่าสนใจ เกี่ยวกับวงการมวยในบ้านเราเมื่อ50ปีที่แล้ว เมื่อมีนักชกไทยคนหนึ่งเคยไปสร้างตำนานความยิ่งใหญ่บนผืนแผ่นดินจังโก้

ชื่อของเขาคือ นริศ เชี่ยวน้อย หรือ ชาติชาย เชี่ยวน้อย แชมป์โลกคนที่สองของเมืองไทย

การชกมีขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2511 ที่สังเวียนมวยในเม็กซิโกท่ามกลางแฟนมวยจังโก้คับคั่ง เพราะว่าที่นี่คือถิ่นของ "ไอ้แมงป่อง" แอฟเฟรน ทอร์เรส ผู้ท้าชิงเจ้าถิ่นที่ต้องเจอกับแชมป์โลกชาวไทยที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาป้องกันแชมป์ถึงถิ่นคู่ชก

ทอร์เรสเป็นมวยไฟต์เตอร์ที่ถือว่าแกร่งที่สุดก็ว่าได้ แต่การชกในวันนั้นกลับเป็นแชมป์โลกชาวไทยที่ส่งคู่ชกลงไปกองในยกที่2 ก่อนจะแลกหมัดอย่างดุเดือดชนิดไม่กลัวตายกันไปข้างหนึ่ง จนในยกที่13 ไอ้แมงป่องถูกแพทย์สนามไปดูบาดแผลจากคิ้วซ้ายที่เลือดไหลไม่หยุด ก่อนจะให้กรรมการจบการชกลง ทำให้ชาติชายป้องกันแชมป์ครั้งที่3ได้สำเร็จ และเป็นแชมป์ชาวไทยคนแรกและคนเดียวที่ไปประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ถึงเม็กซิโก จนเป็นตำนานที่กล่าวขานของแฟนมวยทั่วโลกโดยเฉพาะแฟนมวยจังโก้ที่ยกให้เขาเป็นยอดมวยที่เก่งที่สุดคนคนหนึ่งของวงการก็ว่าได้

นั่นคือบันทึกส่วนหนึ่งของเรื่องราวยอดแชมป์โลกชาวไทยผู้นี้ แต่เมื่อได้อ่าเรื่องราวของเขาจากหลายแหล่งแล้ว กลับพบเรื่องราวมากมายและน่าสนใจไม่น้อย ที่อยากมาเล่าสู่กันฟังครับ



ชาติชาย เชี่ยวน้อย เข้าสู่วงการมวยครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ธนูน้อย ลูกวังเดิม" ก่อนจะย้ายสังกัดมาอยู่ค่ายแหลมฟ้าผ่าของ ม.ล.สุทัศน์ สุประดิษฐ์ มาเป็น ชาติชาย แหลมฟ้าผ่า โดยที่ชื่อชาติชายหยิบมาจากชื่อยอดมวยไทยในยุคนั้นอย่าง "ชาติชาย รัตนสิทธิ์" 

ในชีวิตค้ากำปั้นด้วยสถิติ ชนะ 7 แพ้1 เสมอ1 ก่อนจะมีโอกาสไปลับกำปั้น เพิ่มกระดูกมวย ด้วยการไปชกที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งช่วงนั้นแทบไม่ได้กลับเมืองไทย เพราะมีรายการชกต่อเนื่อง 4-5ไฟต์ ทำให้ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของแฟนมวยญี่ปุ่น แล้วยังไปโชว์ฝีมือถึงประเทศฟิลิปปินส์หลายครั้งเช่นกัน

ต่อมาด้วยเหตุผลบางประการรวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับทางค่าย จึงย้ายไปสังกัดกับ พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา โปรโมเตอร์ใหญ่เวทีลุมพินีและใช้นามสกุลจริงตัวเองมาเป็น ชาติชาย เชี่ยวน้อย ในที่สุด ก่อนที่ในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2505 ประเดิมแชมป์เส้นแรกด้วยการชนะ ฟรีโม ฟามิโร่ ได้แชมป์ OPBF หรือแชมป์ภาคฯ ถึงถิ่นคู่ชก

แต่หลังจากเสียแชมป์ไปให้ ทัตสึโยชิ นากามูระ เขาก็ยังคงขึ้นชกสม่ำเสมอ สั่งสมประสบการณ์ซึ่งหนึ่งในการชกที่เหมือนเป็นบททดสอบใหญ่ก่อนจะก้าวสู่ชิงตำแหน่งแชมป์โลก คือการเอาชนะคะแนน ซันวาตอเร่ เบอรูนี่ นักชกจากอิตาลีที่เคยกระชากแชมป์จาก โผน กิ่งเพชร มาแล้ว

เมื่อประสบการณ์ที่บ่มเพาะมานานก็สมควรแก่เวลาที่เขาจะได้ชิงแชมป์โลก ซึ่งเขาจะต้องเจอกับ วอลเตอร์ แม็คโกแวน นักชกจากสก็อตแลนด์เจ้าของตำแหน่ง โดยการชกมีขึ้นในวันที่30 ธันวาคม พ.ศ.2509 โดยการชกครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานและทอดพระเนตรการชกในครั้งนี้

ก่อนการชก ชาติชายได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงทรงโปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้าก่อนจะทำการชกและรับสั่งว่าอย่าประมาทและอย่าท้อแท้จงพยายามสู้อย่างขาวสะอาด ชาติชายถึงกับตื้นตันใจอย่างมากและมีกำลังใจที่จะสู้เพื่อชัยชนะให้จงได้

เมื่อวันชกมาถึง เพียงแค่ยกแรกก็เจอหมัดของแชมป์ร่วงกองโดนนับ ก่อนจะสู้อย่างยิบตาเพราะแชมป์เป็นมวยฝีมือและใช้จังหวะดักต่อยพอสมควร แต่ชาติชายก็กัดฟันสู้จนเข้าถึงยกที่7 ชาติชายยิงหมัดจนแชมป์เลือดไหลไม่หยุด ทำให้รูปเกมเปลี่ยนไปจนยกที่9 กรรมการต้องให้แพทย์มาดู ซึ่งมีแผล ก่อนที่พ่อของแชมป์ซึ่งเป็นเทรนเนอร์กระโดดขึ้นมาเวทีและขอยอมแพ้ เพราะห่วงสภาพร่างกายของลูกชาย ส่งผลให้ชาติชายผงาดแชมป์โลกเป็นคนที่สองของไทยได้สำเร็จ
ก่อนจะได้เข้าเฝ้าในหลวงหลังการชกจบลง ซึ่งพระองค์ทรงพระราชทางคล้องพวงมาลัยให้แก่ชาติชาย ก่อนจะรับสั่งด้วยพระพักตร์ที่ยิ้มแย้มว่า
ชกได้เก่งมาก ฉันดีใจมาก จงพยายามต่อไป

หลังจากคว้าแชมป์โลกมาครองก็เจอศึกหนัก เพราะเป็นศึกสายเลือดครั้งแรกของเมืองไทย เมื่อเขาต้องป้องกันแชมป์กับ พันธุ์ทิพย์ แก้วสุริยะ ในวันที่26 กรกฎาคม พ.ศ.2510 โดยการชกจบลงในยก3 ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ประเทศอังกฤษเพื่อให้ วอลเตอร์ แก้มืออีกครั้ง แล้วเอาชนะน็อคในยกที่7 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2510 แล้วเอาชนะ อัลเฟรน ทอร์เรส ตามที่เล่าไป

แต่หลังจากที่เอาชนะ เบอร์นาเบ้ วิลลาแคมโป้ นักชกตากาล็อกในกันป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4 ก็เดินทางอีกครั้งในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2512 ไปให้ไอ้แมงป่องแก้มือ แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นไอ้แมงป่องจังโก้ที่แก้เกมมาดีเอาชนะไปในยกที่10 ชาติชายเสียแชมป์คาถิ่นในที่สุด

ชาติชายอุ่นเครื่องอีก3ครั้ง ก็ได้โอกาสชิงแชมป์กับทอร์เรสอีกครั้งในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2513 คราวนี้ได้ชกในบ้าน คราวนี้ชาติชายทำการบ้านมาดีก่อนจะชนะคะแนนกลับมาเป็นแชมป์สมัยที่2ได้สำเร็จ แต่พอปเองกันตำแหน่งครั้งแรกก็เสียแชมป์ไปแบบพลิคล็อคให้กับ เออร์บิโต้ ซาลาวาเรีย นักมวยฟิลิปินส์ ในยกที่2 หลังโดนอัดจนล้มสองครั้งก่อนจะโดนขวาพิฆาตของซาราวาเลียไปในที่สุด

สามปีต่อมาชาติชายได้โอกาสชิงแชมป์สมัยที่3 กับ มาซาโอะ โอบะ ยอดมวยดาวรุ่งของญี่ปุ่น ในการชิงตำแหน่งของสมาคม WBA ซึ่งการชกยืนหยัดถึงยกที่12 ด้วยฟอร์มที่สดกว่าทำให้ชาติชายถูกอัดจนโดนนับ แม้ว่าในยกแรกจะอัดโอบะให้กรรมการนับก็ตาม แต่ท้ายสุดชาติชายก็แพ้ไม่สามารถแย่งแชมป์มาครองได้อีกครั้ง

แต่โอกาสมาถึงเมื่อโอบะประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ชาติชายจึงได้ชิงแชมป์ว่างอีกครั้ง กับ ฟริต เซอร์เวต จากสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งจัดที่อินดอร์ฯ หัวหมาก แม้ชาติชายจะประสบปัญหาในการลดน้ำหนักแต่ก็สามารถเอาชนะไปในยกที่4 คว้าแชมป์สมัยที่3ได้สำเร็จ ก่อนจะป้องกันสองครั้ง ครั้งแรกชนะ มุ ฮานากะตะ ยอดมวยในเวลานั้นของญี่ปุ่น ซึ่งเอาชนะคะแนนไปได้สำเร็จ ก่อนจะเดอนทางไปสวิสเซอร์แลนด์ให้ ฟริต เซอร์เวต ล้างตาถึงถิ่นก่อนจะชนะคะแนน และเป็นนักชกไทยคนแรกและคนเดียวที่ชนะในดินแดนนาฬิกาได้สำเร็จ

แต่ในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2517 เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อให้ ฮานากะตะ แก้มือ แต่ก่อนการชกชาติชายต้องเสียแชมป์คาตาชั่ง เพราะไม่สามารถทำน้ำหนักลงได้ ก่อนจะโดนนักชกแดนปลาดิบอักจนกรรมการยุติการชกในยกที่ 6

ชาติชายชกครั้งสุดท้าย วันที่16 สิงหาคม พ.ศ.2518 ที่ประเทศปานามา ก่อนจะแขวนนวมในที่สุด



ชาติชายถือเป็นนักมวยไทยที่ได้ชื่อว่ากล้าไปชกได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้เขาเป็นนักชกที่มีประสบการณ์แกร่งกล้าพอสมควร เป็นมวยเดินบุกที่ชกได้สนุกตื่นเต้น จนทำให้เขาได้รับสมญานามว่า "มาร์เซียโน่น้อยแห่งเอเชีย" จาก แนต เฟลทเชอร์ บรรณาธิการของนิตยสาร เดอะริง 

ชีวิตหลังแขวนนวม ก็ใช้ชีวิตสุขสบายตามอัตภาพกับครอบครัว โดยมีที่อยู๋ที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงจากการชกมวย ปัจจุบันชาติชายล้มป่วยด้วยโรคโรคพาร์กินสัน ทำให้ครอบครัวต้องขายที่ดินและบ้านส่วนหนึ่ง ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อเข้ารับการรักษาตัวจนถึงปัจจุบัน

ทุกวันนี้แม้ว่าผมจะเกิดไม่ทันยุคความยิ่งใหญ่ของชาติชาย แต่จากเรื่องราวความยิ่งใหญ่ รวมถึงข่าวคราวเป็นระยะก็ขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของชาติชาย ในฐษนะครั้งหนึ่งเขาคือคนที่ทำให้คนไทยมีความสุข

เขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง

เขาสู้เพื่อคนไทยทั้งประเทศ

เขาคือ ชาติชาย เชี่ยวน้อย



 


SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าติดปลายนวม
รวมเรื่องราวน่าสนใจบนสังเวียนผืนผ้าใบ
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments